แม้หลายคนจะชอบล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเพราะรู้สึกสบายผิว แต่เราอยากบอกให้รู้ว่า น้ำอุ่นนี่แหละคือตัวการร้ายทำลายความชุ่มชื้นบนผิว เอ๊ะ? แล้วการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นมันดีกว่ายังไง มาค่ะสาวๆ วันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับประโยชน์ทั้ง 3 ข้อของน้ำเย็นกัน 1. ช่วยกระชับรูขุมขน : เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำที่ลดน้อยลงทำให้รูขุมขนทั่วใบหน้าหดเล็กลง จนกระชับดูดี มีผิวที่เนียนสวยขึ้น 2. ลดความมัน ตัวการเกิดสิว : เมื่อรูขุมขมกระชับขึ้น น้ำมันใต้ชั้นผิวหนังซึ่งเป็นตัวการเกิดสิวก็จะออกมาน้อยลงด้วยนั่นเอง 3. ผิวเรียบเนียน แต่งหน้าง่าย : เพราะการใช้น้ำเย็นช่วยให้เลือดไหลเวียนได้เป็นอย่างดี ทำให้ผิวหน้าเปล่งปลั่ง ผิวไม่แห้งตึง การแต่งหน้าเป็นไปได้ง่ายขึ้น

3 ข้อดีเมื่อคุณล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

ปัญหาอย่างหนึ่งที่สาว ๆ มักพบในช่วงที่มีอาการปวดท้องมากขึ้นเรื่อย ๆ ประหยัดกันดีกว่า สิ่งที่พวกเขาต้องการคือมันฝรั่งมะนาวและทับทิมค่ะมันง่ายต่อการรับประทาน 1 ช้อนโต๊ะเมื่อปั่น การบำรุงรักษาและการบำรุงรักษาระบบทางทันตกรรมสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาในการทำน้ำยาบ้วนปาก อยถึง 2 ครั้งต่อวันแล้วรอยต่างๆจะค่อยๆจางลงไปเอง

มันฝรั่ง มะนาว ทับทิม 3 สิ่งเพื่อผิวสวย

การมีผิวสวยกระจ่างใส คือความใฝ่ฝันที่สาวๆ ส่วนใหญ่ต้องการ แต่ครั้นให้คอยแต่พึ่งยา หรือสารเคมีอื่นอยู่ตลอดอาจไม่ค่อยดี วันนี้เรามาลองปรับเปลี่ยนวิธีกันดูใหม่ เพียงแค่หันมาใส่ใจเรื่องการพักผ่อนให้มากขึ้น โดยในแต่ละวันควรนอนหลับให้ได้ 8 ชั่วโมง และอย่าลืมหันมาดื่มน้ำเปล่าวันละ 8-10 แก้วด้วย นอกจากนี้คุณยังสามารถบำรุงผิวอย่างเข้มข้นได้ด้้วยวัตถุดิบธรรมชาติอย่าง ‘ส้ม’ ไม่ยากเลยแค่นำเนื้อส้มมาปั่นให้ละเอียด ก่อนนำมาพอกให้ทั่วใบหน้าเป็นเวลา 15 นาที จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 วัน แล้วผิวหน้าของคุณจะค่อยๆ กระจ่างใสขึ้นอย่างแน่นอน

ผิวกระจ่างใส ไม่ต้องพึ่งยา

การมีผิวสวยสุขภาพดีในทุกวันแล้วในช่วงวันครบรอบปีที่ผ่านมา ถึงสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นตัวช่วยเรื่องการชะลอริ้วรอยได้อย่างดี เพียงแค่นำมะเขือเทศมาเสริมความชุ่มชื่นให้กับหนังศีรษะและหนังศีรษะจากหนังเว้นดวงตา จะเนียนใสราวกับผิวเด็กเลยล่ะค่ะ

มะเขือเทศ ตัวช่วยผิวใสที่ใครก็รัก

ผิวขาวเนียนกระจ่างใสผิวขาวเนียนกระจ่างใสผิวขาวเนียนกระจ่างใสเนียนกระจ่างใส 2 ถ้วยรางวัลมะเขือเทศ 1 ถ้วยและผงขิง 2 ช้อนโต๊ะสำหรับผู้ที่มีความรู้สึกว่าผิวธรรมดาอาจมีน้ำนมมากขึ้น 1 ช้อนโต๊ะทำความสะอาดได้ทุกอย่าง จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำยาล้างทำความสะอาดแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ำตามปกติได้เลย อย่าลืมสครับผิวเป็นประจำทุกวันละ 1 ครั้งแล้วผิวดีๆก็จะกลับมาทักทายสาว ๆ อีกครั้งอย่างแน่นอน!

สครับผิวกระจ่างใสด้วยขิง

เพราะถั่วเขียวเป็นเมนูที่มีสารอาหารอยู่มากมายทั้งในด้านสุขภาพและผิวพรรณ แต่การจะเติมความสวยด้วยถั่วเขียวไม่จำเป็นต้องมาจากการทานอย่างเดียว ในวันนี้คุณสามารถนำถั่วเขียวมาเป็นวัตถุดิบในการพอกผิวหน้าได้ด้วยนะคะ เพียงแค่ทำตาม 3 ขั้นตอนนี้ – นำถั่วเขียว 2-3 ช้อนโต๊ะมาต้มให้สุก แล้วนำมาปั่นให้ละเอียด – ผสมกับไข่ขาวดิบ คนให้เข้ากัน – นำมาพอกใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก หมั่นพอกหน้าอย่างสม่ำเสมอ อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในถั่วเขียวจะช่วยให้ผิวหน้าของสาวๆ ตึงกระชับ แถมยังช่วยลดการเกิดสิวได้อีกด้วยค่ะ

ผิวหน้าเป๊ะปัง สร้างได้ด้วยถั่วเขียว

เคยสังเกตไหมว่า สาวๆ สมัยก่อนทำไมถึงมีผิวเนียนสวย กระจ่างใสกันจังนะ ถ้าสงสัยงั้นมาทางนี้สิ เราจะบอกเคล็ดลับเพื่อหน้าใสให้ค่ะ สาวๆ สมัยก่อนเขาใช้ ‘โคลน’ เป็นตัวช่วยกันค่ะ เพราะในโคลนนั้นอุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารที่ช่วยต่อต้านการอักเสบได้ดี การนำมามาส์กบนใบหน้า หรือนำมาใช้ในการแช่ตัวจึงเป็นทางเลือกที่ดีในเรื่องเติมความกระจ่างใสให้กับผิวของคุณนั่นเอง

สูตรผิวสวยด้วยโคลนแบบฉบับสาวโบราณ

เสน่ห์อย่างหนึ่งของสาวๆ ที่ตราตรึงใจคนรอบข้างได้ดีคือผิวหน้าที่เนียนสวย ดูสดใสสมวัย ซึ่งการจะมีได้ บางทีคุณต้องเริ่มต้นดูแลและบำรุงผิวกันบ้าง แค่หยิบ ‘น้ำมันมะพร้าว’ มาเป็นตัวช่วยก็เพียงพอแล้ว ไม่ยากเลยค่ะ เริ่มต้นด้วยการหยดน้ำมันมะพร้าวลงบนฝ่ามือ 2-3 หยด จากนั้นจึงนำมาทาให้ทั่วใบหน้า และปล่อยทิ้งไว้ 30 นาที แล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด หมั่นทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ทีนี้ก็พร้อมโชว์ผิวสวย แสนเสน่ห์กันได้เลย!

อยากเผยผิวใส ‘น้ำมันมะพร้าว’ ช่วยคุณได้

เพราะอาหารการกินในบ้านเรามันช่างแสนอุดมสมบูรณ์เหลือเกิน ทำให้สาวๆ หลายคนเริ่มกังวลกับปัญหาน้ำหนักและหน้าท้อง วันนี้ลองหันมาออกกำลังกายด้วยท่าที่เราหยิบมาแนะนำกันดูสิคะ แล้วปัญหาหน้าท้องที่เคยกังวลใจจะหมดไป ท่าที่เราอยากแนะนำคือท่า Mountain Climber ซึ่งเป็นท่าที่สามารถเล่นได้เองที่บ้าน เพียงแค่มีเสื้อโยคะผืนเดียวก็เพียงพอ โดยการเล่นท่านี้จะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. คุกเข่าและโน้มตัวไปข้างหน้า โดยใช้มือสองข้างยันกับพื้นไว้ 2. ขยับขาซ้ายและขวาไปด้านหน้าสลับกันเหมือนกับการปีนเขา ทำแบบนี้ 45 วินาที จากนั้นให้พัก 15 วินาที และเริ่มทำต่อให้ครบ 3 เซ็ต ทำให้เป็นประจำทุกวัน อีกสัก 2 เดือน คุณจะมองเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว

Mountain Climber เพื่อหน้าท้องแสนเซ็กซี่

สาวๆ คนไหนที่กำลังประสบกับปัญหารังแคบนหนังศีรษะอยู่ วันนี้เรามีวิธีดีๆ เพื่อช่วยขจัดปัญหาดังกล่าวมาฝากกันค่ะ เพียงแค่นำตัวเจลว่านหางจระเข้มาชโลมให้ทั่วเส้นผม โดยนวดวนเบาๆ ตั้งแต่โคนผมจรดปลาย ก่อนจะพักทิ้งไว้สัก 15 นาที แล้วจึงค่อยสระผมตามปกติ ทำแบบนี้เป็นประจำ เพียง 1-2 เดือน คุณจะเห็นเลยว่ารังแคจะค่อยๆ ลดน้อยลงไปเองค่ะ

บอกลาปัญหารังแค แค่ใช้ ว่านหางจระเข้

ปัญหาผดผื่นบนใบหน้าสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเพราะแพ้อะไรบางอย่าง สภาพอากาศที่แปรเปลี่ยน นอนไม่พอ เครียด และอื่นๆ อีกสารพัด แต่ยังไม่ต้องกังวลกันไปหรอกค่ะ เพราะปัญหาผดผื่นนั้นสามารถแก้ได้เมื่อคุณมี ‘ใบพลู’ เป็นตัวช่วย เพียงแค่นำใบพลูสด 4-5 ใบมาล้างให้สะอาดและตำจนละเอียด ผสมกับน้ำเปล่าอีกเล็กน้อย จากนั้นก็สามารถนำมาทาให้ทั่วบริเวณที่เป็นผื่นได้เลย ทิ้งไว้ 10 นาทีจึงค่อยล้างออก สารที่อยู่ในใบพลูจะเป็นตัวเข้าไปช่วยยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์และแบคทีเรียต่างๆ ทำให้ผดผื่นที่เกิดขึ้นค่อยๆ ลดน้อยลง

ใบพลู ตัวช่วยรับมือกับผดผื่น

เขาว่ากันว่า ผิวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! งั้นวันนี้เรามาจัดเต็มความสวยให้กับผิวของสาวๆ กันดีกว่า ด้วยการทานเมนูตามมื้ออาหารเหล่านี้ – มื้อเช้า : สลัดผักน้ำใส หรือสลัดผลไม้ราดด้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติก็ได้ – มื้อกลางวัน : ข้าวกล้อง 1 ทัพพี กับแกงเลียง หรือปลานึ่ง หากทานเป็นปลาจาระเม็ดได้จะดีมาก – มื้อว่างระหว่างวัน : น้ำผลไม้แบบคั้นสดๆ นมถั่วเหลือง หรือไม่ก็เป็นพวกธัญพืชต่างๆ – มื้อเย็น : ข้าวกล้อง 1 ทัพพี ทานกับซุปเต้าหู้ แกงจืด หรือลาบเห็ด มาลองดูกันสักอาทิตย์นะ รับรองว่าเห็นผลแน่นอนค่ะ!

สูตรลับความอร่อยเพื่อผิวสวย

ในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงนั้น ปัญหาผิวแห้งคือสิ่งที่มักแวะเวียนมาหาคุณเป็นอันดับแรกๆ หากปล่อยให้ผิวแห้งกร้านคงไม่พ้นปัญหาริ้วรอย วันนี้เราจึงพาสาวๆ มาร่วมรับมือกับปัญหาผิวแห้งไปพร้อมๆ กันค่ะ เพียงแค่หันมาทานผักและผลไม้ที่มีปริมาณน้ำมากๆ เช่น มะเขือเทศ แตงกวา กีวี แอปเปิ้ล ฯลฯ ให้บ่อยขึ้นเพราะในผักและผลไม้เหล่านี้นอกจากจะช่วยเติมน้ำให้ร่างกายแล้ว ยังอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญและวิตามินต่างๆ มากมาย รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยบำรุงผิวพรรณของสาวๆ ให้เปล่งประกาย ดูอิ่มน้ำ สุขภาพดีแบบไม่ต้องพึ่งครีมตัวใด ไม่เชื่อลองดูสิคะ

อย่ารอให้ผิวแห้ง รับมือด่วนด้วยวิธีนี้

ในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงนั้น ปัญหาผิวแห้งคือสิ่งที่มักแวะเวียนมาหาคุณเป็นอันดับแรกๆ หากปล่อยให้ผิวแห้งกร้านคงไม่พ้นปัญหาริ้วรอย วันนี้เราจึงพาสาวๆ มาร่วมรับมือกับปัญหาผิวแห้งไปพร้อมๆ กันค่ะ เพียงแค่หันมาทานผักและผลไม้ที่มีปริมาณน้ำมากๆ เช่น มะเขือเทศ แตงกวา กีวี แอปเปิ้ล ฯลฯ ให้บ่อยขึ้นเพราะในผักและผลไม้เหล่านี้นอกจากจะช่วยเติมน้ำให้ร่างกายแล้ว ยังอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญและวิตามินต่างๆ มากมาย รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยบำรุงผิวพรรณของสาวๆ ให้เปล่งประกาย ดูอิ่มน้ำ สุขภาพดีแบบไม่ต้องพึ่งครีมตัวใด ไม่เชื่อลองดูสิคะ

อย่ารอให้ผิวแห้ง รับมือด่วนด้วยวิธีนี้

เชื่อว่าหนึ่งในความสุขของสาวๆ คือการมีใบหน้าที่สดใส ไร้ริ้วรอย และคงความอ่อนเยาว์อยู่ตลอดเวลา มาทำความสุขนั้นให้เป็นจริงกันได้แล้วเพียงแค่ให้น้ำมันมะกอกเป็นตัวช่วยของคุณ เพราะผิวต้องการความชุ่มชื้นเพื่อคอยยับยั้งริ้วรอยที่เกิดขึ้น ดังนั้น ‘น้ำมันมะกอก’ ซึ่งเป็นไอเทมเด็ดที่อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระจึงเป็นสิ่งที่คู่ควรต่อการบำรุงผิวอย่างที่สุด นอกจากการทานอาหารที่มีน้ำมันมะกอกเป็นส่วนประกอบแล้ว คุณยังสามารถนำน้ำมันมะกอกมาทาที่ผิวหน้าและผิวกายหลังจากอาบน้ำเสร็จได้อีกด้วย อาจไม่จำเป็นต้องทำทุกวัน เพียงอาทิตย์ละ 2-3 วันก็เพียงพอแล้วค่ะ

คงความสดใส ให้ริ้วรอยจางหาย ด้วยน้ำมันมะกอก

เบื่อกันไหม? กับปัญหาสิวที่มีมาไม่หยุดหย่อน รักษาเท่าไรก็ไม่หายขาดเสียที สาเหตุอาจเพราะคุณทานเมนูจำพวกนี้บ่อยเกินไปหรือเปล่า เมนูที่ว่าคืออะไร ตามมาดูกันสิคะ ผลิตภัณฑ์จำพวกนมทั้งหลายนี่แหละ ไม่ว่าจะเป็น ชีส โยเกิร์ต ไอศกรีม หรือเค้กต่างๆ คือเมนูต้องห้ามที่มักก่อให้เกิดปัญหาสิวได้ เนื่องจาก ‘นม’ เป็นอาหารที่ย่อยค่อนข้างยาก เมื่อทานเข้าไปแล้วจะไปสะสมอยู่ในกระเพาะและเกิดการเจริญเติบโตของยีสต์ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการเกิดสิวได้เร็วขึ้น ดังนั้นถ้าไม่อยากให้มีปัญหาสิวชุกบนใบหน้า ลองลดการทานเมนูที่ทำจากนมดูนะคะ แล้วมาดูกันว่า ปัญหาสิวที่มีจะน้อยลงได้จริงหรือไม่

ระวังไว้! ต้นเหตุของสิว เกิดขึ้นได้จากเมนูนี้

การเป็นคนตัวหอมนั้นถือเป็นการสร้างเสน่ห์ให้กับตัวเองได้อย่างดีทีเดียว แต่หากจะฉีดพ่นน้ำหอมตลอดทั้งวันก็ดูจะฉุนเกินไป เปลี่ยนมาใช้ทริคง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณหอมสดชื่น เปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์ จนใครๆ ได้เจอเป็นต้องเหลียวหลังกันค่ะ เพียงแค่เปลี่ยนวิธีการฉีดน้ำหอมจากฉีดตรงๆ ที่ผิวกาย ก็ให้ฉีดพรมเบาๆ ในอากาศ โดยกะตำแหน่งให้อยู่สูงกว่าศีรษะ จากนั้นให้รีบเดินเข้ารับละอองน้ำหอมตรงจุดที่ฉีดไว้ เท่านี้ก็เรียบร้อย นอกจากจะได้กลิ่นหอมที่เบาบาง ไม่ฉุนจัดแล้ว ยังได้รับความหอมแบบทั่วทั้งตัวและติดทนนานไปตลอดทั้งวันอีกด้วย

ทริคง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณหอมฟุ้งตลอดทั้งวัน

การเป็นคนตัวหอมนั้นถือเป็นการสร้างเสน่ห์ให้กับตัวเองได้อย่างดีทีเดียว แต่หากจะฉีดพ่นน้ำหอมตลอดทั้งวันก็ดูจะฉุนเกินไป เปลี่ยนมาใช้ทริคง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณหอมสดชื่น เปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์ จนใครๆ ได้เจอเป็นต้องเหลียวหลังกันค่ะ เพียงแค่เปลี่ยนวิธีการฉีดน้ำหอมจากฉีดตรงๆ ที่ผิวกาย ก็ให้ฉีดพรมเบาๆ ในอากาศ โดยกะตำแหน่งให้อยู่สูงกว่าศีรษะ จากนั้นให้รีบเดินเข้ารับละอองน้ำหอมตรงจุดที่ฉีดไว้ เท่านี้ก็เรียบร้อย นอกจากจะได้กลิ่นหอมที่เบาบาง ไม่ฉุนจัดแล้ว ยังได้รับความหอมแบบทั่วทั้งตัวและติดทนนานไปตลอดทั้งวันอีกด้วย

ทริคง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณหอมฟุ้งตลอดทั้งวัน

การบำรุงสุขภาพผิวเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวของคุณแล้วล่ะก็ แทนที่จะดี อาจกลายเป็นส่งผลเสียขึ้นมาได้ ยิ่งถ้าคุณเป็นสาวผิวแห้งยิ่งต้องระวังให้ดีเลยค่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่า สาวๆ ผิดแห้งควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แบบไหนจึงจะดีที่สุด สำหรับคนผิวแห้งจะเหมาะมากกับผลิตภัณฑ์ล้างหน้าประเภทเจล หรือใช้แค่คลีนซิ่งทำความสะอาดเมคอัพและล้างด้วยน้ำเปล่าก็เพียงพอ หลังจากล้างหน้าเสร็จให้ฉีดสเปรย์น้ำแร่ ตามด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เน้นสูตรน้ำนมหรืออโลเวร่าเป็นหลัก เพียงเท่านี้ผิวหน้าของสาวๆ ก็จะไร้ปัญหากวนใจแล้ว

คนผิวแห้งควรเลือกไอเทมบำรุงผิวแบบไหนดีนะ?

สาวๆ คนไหนอยากมีริมฝีปากที่ดูอวบอิ่มและเรียบเนียนจนสามารถทาลิปสติกได้ติดทนนานแล้วล่ะก็ ต้องลองทำตามเคล็ดลับดีๆ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ดูนะคะ เพียงแค่ก่อนนอนในแต่ละคืนให้ทำการสครับผิวส่วนริมฝีปากสักนิด โดยใช้ผ้าขนหนูแช่น้ำอุ่นและบิดให้หมาดถูเบาๆ รอบริมฝีปากเพื่อให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออกไป จากนั้นให้ทาลิปบาล์มคุณภาพดี หรือจะใช้เป็นวาสลีนปิโตรเลี่ยมเจลก็ได้ แต่อย่าทาหนาไปนะคะ แล้วมาดูผลลัพธ์กันในตอนเช้าได้เลยว่าริมฝีปากของสาวๆ จะดูสวยน่าจุ๊บขนาดไหน

อยากมีริมฝีปากนุ่มนิ่มดูอวบอิ่ม ต้องทำแบบนี้!

เพราะผิวหน้าของคุณบอบบางกว่าที่คิด การดูแลใบหน้าแบบผิดวิธีอาจเสี่ยงทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาได้ ดังนั้นการเลือกใช้สารพัดไอเทมบำรุงผิวจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะของบางอย่างก็ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในการบำรุงผิว รวมถึง 3 สิ่งนี้ด้วย 1. โลชั่นทาผิวกาย : ถึงแม้โลชั่นเหล่านี้จะมีส่วนผสมไม่ค่อยแตกต่างจากครีมทาหน้าเท่าไรนัก แต่ด้วยความที่ผิวกายของคนเรามีความหนาแน่นและยืดหยุ่นกว่าผิวหน้า จึงทำให้โลชั่นมีสารบำรุงที่น้อยและมีเนื้อครีมที่หนักกว่าครีมทาใบหน้า และที่หนักสุดคือโลชั่นทาผิวกายส่วนใหญ่มักผสมน้ำหอมลงไปด้วย จึงไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้บำรุงผิวหน้าของคุณ 2. ยาสีฟัน : หลายคนคงเคยได้ยินกันมาแล้วว่ายาสีฟันสามารถช่วยทำให้สิวยุบลงได้ แต่รู้หรือไม่ว่าในยาสีฟันนั้นมีส่วนผสมของสารฆ่าเชื้อและส่วนผสมที่เป็นค่าด่างสูง เมื่อใช้บนใบหน้า ผิวบริเวณนั้นก็จะแห้งกร้านและอาจเกิดการระคายเคืองได้ 3. น้ำตาล : สาวๆ หลายคนอาจเคยใช้น้ำตาลในการสครับผิวกันมาบ้าง แต่ขอให้รู้ไว้นะคะว่า อย่าได้คิดลองนำมาสครับผิวบนใบหน้าโดยเด็ดขาด เพราะเม็ดน้ำตาลนั้นมีขนาดค่อนข้างใหญ่ หากนำมาขัดบนใบหน้าจะก่อให้เกิดการระคายเคืองและสิวผดได้อย่างง่ายดาย

ไม่อยากหน้าพังอย่าใช้ 3 สิ่งนี้

การจะมีใบหน้าสวยใสไม่ใช่เรื่องยากสำหรับสาวๆ อีกต่อไป เพียงแค่ลองทำตามเคล็ดลับหน้าใสสูตรจากแดนกิมจิที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ดูค่ะ เคล็ดลับนั้นคือการ ‘เช็ดใบหน้าด้วยน้ำเกลือ’ เพียงแค่นำเกลือทะเล 1 ช้อนโต๊ะมาผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้วจนเกลือละลายหมด ใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำเกลือจนชุ่มแล้วนำมาเช็ดให้ทั่วใบหน้า ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน เกลือจะเป็นตัวช่วยกำจัดสิวหัวดำ อีกทั้งยังช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้นอีกด้วย

น้ำเกลือ เคล็ดลับหน้าใสของสาวๆ แดนกิมจิ

การจะมีใบหน้าสวยใสไม่ใช่เรื่องยากสำหรับสาวๆ อีกต่อไป เพียงแค่ลองทำตามเคล็ดลับหน้าใสสูตรจากแดนกิมจิที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ดูค่ะ เคล็ดลับนั้นคือการ ‘เช็ดใบหน้าด้วยน้ำเกลือ’ เพียงแค่นำเกลือทะเล 1 ช้อนโต๊ะมาผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้วจนเกลือละลายหมด ใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำเกลือจนชุ่มแล้วนำมาเช็ดให้ทั่วใบหน้า ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน เกลือจะเป็นตัวช่วยกำจัดสิวหัวดำ อีกทั้งยังช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้นอีกด้วย

น้ำเกลือ เคล็ดลับหน้าใสของสาวๆ แดนกิมจิ

แม้ยุคนี้เทรนด์สวยด้วยมีดหมอจะมาแรง แต่สำหรับคนงบน้อยคงจะลำบากไปสักหน่อย เอาแบบนี้ดีกว่าค่ะ แทนที่จะสวยด้วยมีดหมอ เราลองเปลี่ยนมาดูแลตัวเองให้สวยปิ๊งกันเถอะ ไม่ยากค่ะ แค่หมั่นทำ 2 ข้อนี้เป็นประจำก็พอ ทาครีมกันแดด : ด้วยความที่ประเทศไทยเรานับวันจะยิ่งร้อนขึ้นเรื่อยๆ การทาครีมกันแดดจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืมโดยเด็ดขาด และไม่ใช่ทาครั้งเดียวแล้วจะจบ แต่ทุกวันควรทาอย่างน้อย 4 ครั้งนะคะ เพราะฤทธิ์ของครีมกันแดดในแต่ละครั้งสามารถอยู่ได้ 4 ชั่วโมงเท่านั้น กำจัดเซลล์ผิวเก่า : เพราะการสครับผิวเป็นการช่วยทำให้ผิวของคุณขาวกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น ในแต่ละอาทิตย์จึงควรทำการขัดผิวสักครั้ง โดยอย่าลืมเลือกใช้พวกพืชและสมุนไพรต่างๆ อาทิ ขมิ้น หรือมะนาว ซึ่งเป็นของที่หาได้ง่ายมาใช้ในการสครับผิวนะคะ

2 ข้อควรทำถ้าอยากมีผิวหน้าสวยแบบไม่พึ่งมีดหมอ

การดื่มนมเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าดื่มเวลาไหนก็ได้นะคะ เพราะการดื่มนมนั้น หากดื่มในช่วงมื้อเช้า หรือดื่มในช่วงที่ท้องว่าง แทนที่จะส่งผลดี จะกลายเป็นว่าส่งผลให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ หรืออาจลุกลามไปเป็นอาการท้องเสียได้นั่นเอง อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้บอกว่ามื้อเช้าห้ามดื่มนมหรอกนะคะ เพียงแค่ให้ทานอาหารอื่นควบคู่กันไปด้วยก็เพียงพอแล้ว แต่หากทำตามคำแนะนำแล้วยังมีอาการดังกล่าวอีก อาจแปลได้ว่าร่างกายของคุณไม่สามารถย่อยสลายนมได้ค่ะ ดังนั้นหากรู้สึกถึงความผิดปกติแล้วล่ะก็ อย่าลืมแวะไปตรวจอาการที่โรงพยาบาลด้วยล่ะ

ระวังไว้! ดื่ม ‘นม’ ตอนท้องว่าง โทษมากกว่าที่คิด

แม้แสงแดดจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพของคนเรา แต่หากได้รับมันมากจนเกินไป แทนที่จะได้ประโยชน์ก็จะก่อให้เกิดโทษขึ้นมาได้ ดังนั้นถ้าหากไม่อยากให้เกิดปัญหา 3 ข้อนี้ขึ้น ต้องไม่ลืมทาครีมกันแดดทุกวันนะคะ มีไฝขึ้นตามเนื้อตัว : โดยปกติแล้ว คนเราจะมีไฝขึ้นที่ตัวประมาณ 20-40 จุด แต่หากได้รับแสงแดดเป็นเวลานานๆ โดยไม่มีการป้องกันเลย ไฝก็จะเกิดขึ้นมาใหม่ตามจุดต่างๆ ซึ่งแน่ล่ะว่าการมีไฝขึ้นมากเกินไปถือเป็นเรื่องที่ไม่ดี เพราะนั่นคือสัญญาณแจ้งเตือนปัญหาผิวที่จะตามมา ผิวไหม้ : เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการตากแดดจัดมากเกินไป โดยจะมีอาการตั้งแต่สีผิวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล คัน แดง และแสบร้อน ยิ่งปล่อยไว้ให้เกิดขึ้นซ้ำๆ ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังนะคะ แก่กร้าน : แสงแดดถือเป็นตัวการสำคัญในการเกิดริ้วรอยเลยก็ว่าได้ ซึ่งจากการวิจัยของต่างประเทศนั้นได้ระบุไว้ว่า ร้อยละ 90 ของคนที่มีผิวกร้านและริ้วรอยก่อนวัยนั้นจะเป็นคนที่ไม่ชอบทาครีมกันแดด หรือทาแต่น้อยนั่นเอง

3 ปัญหาตามมาแน่หากไม่ยอมใช้ครีมกันแดด

สาวๆ คนไหนที่ยังไม่อยากให้ริ้วรอยก่อนวัยแวะเวียนมาหาเราขอแนะนำเลยว่าให้หันมาทานถั่วเหลืองกันให้มากๆ เข้า เพราะในถั่วเหลืองจะมีสารไอโซฟลาโวนซึ่งเป็นสูตรโครงสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน จึงสามารถช่วยทำให้ผิวเต่งตึงยืดหยุ่น อีกทั้งยังช่วยไม่ให้ผิวสูญเสียคอลลาเจนอันเป็นต้นเหตุของริ้วรอยต่างๆ อีกด้วย

‘ถั่วเหลือง’ ตัวช่วยผิวสวย สุขภาพดี

ทำงานหน้าคอมมาหนักหน่วง แถมกลับถึงบ้านยังนอนดูทีวี เล่มเกมจนดึกดื่น ใช้งานหนักขนาดนี้มีหรือที่ดวงตาจะไม่อ่อนล้า ลองหาช่วงเวลาว่างๆ ทำการบำรุงและฟื้นฟูสภาพรอบดวงตาให้กลับมาสดชื่นสดใสกันดีกว่า เพียงแค่นำเส้นใยสีขาวของเปลือกกล้วยมาผสมกับเจลว่านหางจระเข้จนเข้ากันได้ดี จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นไว้จนกว่าเจลจะเย็นตามต้องการ แล้วจึงนำมาทาที่บริเวณรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15 นาทีก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด อาทิตย์หนึ่งทำเพียง 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว

คลายความเหนื่อยล้ารอบดวงตาด้วยสูตรนี้

ผิวสวยหน้าใส ใครๆ ก็อยากมี วันนี้เราเลยแอบนำวิธีดีๆ ที่จะช่วยให้ผิวของคุณดูกระจ่างใส เนียนสวยอย่างเป็นธรรมชาติในแบบที่ว่าตื่นเช้ามาก็ยังสวยมาฝากกันค่ะ เพียงแค่นำผ้าขนหนูไปชุบน้ำอุ่นก่อนบิดให้หมาด จากนั้นให้นำมาวางบนใบหน้าจนผ้าขนหนูเริ่มเย็น หรืออีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจคือให้ต้มน้ำในหม้อ จากนั้นปิดปากหม้อด้วยผ้าขนหนูและเอาหน้าเข้าไปอังไว้ 10-15 นาที ทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน รับรองว่าผิวสวยในแบบที่ชวนฝันจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับสาวๆ อีกต่อไป

ตื่นมายังสวย! ด้วยวิธีเด็ดที่ (คุณ) ต้องลอง!

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ‘คอตตอนบัต’ คือไอเทมที่สามารถช่วยสาวๆ ให้คงความอ่อนเยาว์ได้ เพียงแค่นำไปจุ่มอายส์ครีมและนวดบริเวณใบหน้าทุกวัน ด้วยเวลาไม่ถึง 2 นาทีเท่านั้น! มาดูกันดีกว่าค่ะว่าการนวดใบหน้าด้วยคอตตอนบัต ช่วยเรื่องความงามได้อย่างไรบ้าง ลดรอยย่นรอบดวงตา ด้วยการนวดที่หางคิ้ว ลดรอยช้ำใต้ดวงตาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ เพียงแค่กดนวดบริเวณหัวตา เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหน้า พร้อมลดริ้วรอยที่ร่องปากให้ผิวคงความเต่งตึง ด้วยการนวดกดเบาๆ ตรงมุมปาก บอกลารอยตีนกา ป้องกันผิวหย่อนคล้อยเมื่อนวดวนเบาๆ ที่หางตา รอยเหี่ยวย่นลดน้อยลง เพียงแค่นวดขึ้นลงที่จุดกลางของคาง ใต้ริมฝีปาก นวดแบบนี้เป็นประจำทุกวัน แค่ 2 เดือนเท่านั้นสาวๆ ก็จะได้เห็นผลลัพธ์ที่ถูกใจอย่างแน่นอน

พลิกฟื้นสุขภาพผิวให้คงความงาม แค่ใช้คอตตอนบัต

ปัญหาความมันบนใบหน้าคือสิ่งที่รบกวนสาวๆ ไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ วันนี้มาหาทางกำจัดความมันกันดีกว่า ด้วยสูตรดีๆ ที่เราหยิบมาฝาก เริ่มจากนำนมสดหรือน้ำผึ้งมาผสมกับเจลว่านหางจระเข้และแตงกวาบดจนเข้ากันได้ดี จากนั้นจึงนำมามาส์กให้ทั่วใบหน้า โดยให้เว้นรอบดวงตาและรอบริมฝีปาก มาส์กทิ้งไว้ 15 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ความมันบนใบหน้าจะค่อยๆ น้อยลงไปเอง

ขจัดความมันบนใบหน้า ลองมาส์กดูสิ

เพราะรังแค่คือปัญหาที่มักเกิดขึ้นเมื่อคุณมีหนังศีรษะที่แห้ง โดยปัญหานี้จะเกิดกับคนที่สระผมบ่อยจนเกินความจำเป็น แต่วันนี้ยังไม่ต้องรีบกังวลไป เพียงแค่ทำการเติมความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิวเสียบ้าง รังแคก็จะไม่เกิดขึ้นกับคุณแล้วค่ะ สำหรับวิธีการเติมความชุ่มชื้นเข้าสู่เส้นผมสามารถทำได้หลากหลาย แต่วิธีที่ดีสุดนั้น เราขอแนะนำให้ทำการหมักผมอาทิตย์ละ 2 วัน โดยให้ใช้น้ำมันมะกอกชโลมจนทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ 10-20 นาที แล้วจึงสระผมตามปกติ จากนั้นค่อยๆ หวีผมเบาๆ เพื่อกระตุ้นให้ก้อนรังแคหลุดออกมาอย่างง่ายดาย เห็นไหมคะ ง่ายแค่นี้ ใครก็ทำได้!

ลองหมักผมดูบ้าง แล้วปัญหารังแคจะไม่เกิด

ไม่ว่าคุณจะดูดี สวยเท่แค่ไหน แต่หากคุณมีกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์แล้วล่ะก็ รับรองได้เลยว่าเสน่ห์ที่มีหดหายหมดแน่ๆ แล้วปัญหากลิ่นปากนั้นเกิดขึ้นจากอะไรกันล่ะ? วันนี้มาดูสาเหตุกันดีกว่า ฟันผุ หรือมีแผลในช่องปาก : เวลาที่คุณร้อนในหรือมีปัญหาเรื่องฟันผุ แบคทีเรียตัวร้ายก็มักจะสร้างกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ออกมาค่ะ ดังนั้นหากรู้สึกปวดฟันหรือเหงือกแบบรุนแรง ลองไปตรวจอาการที่ร้านหมอฟันกันบ้างนะคะ ชอบทานขนมและของหวาน : รวมไปถึงพวกชา กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ ด้วย ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้นจะไปทำปฏิกิริยาให้น้ำลายเพาะเชื้อแบคทีเรียเป็นจำนวนมากจนเกิดกลิ่นปากง่ายกว่าคนปกติค่ะ ทานกระเทียมและเครื่องเทศบ่อย : เป็นที่รู้กันว่า สิ่งเหล่านี้เป็นอาหารที่มีกลิ่นแรง เมื่อทานบ่อย กลิ่นก็จะติดปากมาได้เช่นกัน ดังนั้น เลี่ยงได้ควรเลี่ยง หรือหากเลี่ยงไม่ได้ อย่าลืมบ้วนปากหรือแปรงฟันหลังทานเสร็จด้วย

3 เหตุผลที่ทำให้คุณมีกลิ่นปาก

อยากใส่เสื้อแขนกุดอวดผิวสวยแต่ใต้วงแขนกลับคล้ำจนไม่มั่นใจ ถ้าคุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่ล่ะก็ ลองหันมาดูแลตัวเองกันอีกหน่อย กับสูตรน่าสนใจที่ทำง่ายและบ่อยได้ตามต้องการ เพียงแค่ฝานแตงกวาเป็นชิ้นบางๆ นำไปคลุกเคล้าให้เข้ากันกับมันฝรั่งบด จากนั้นจึงค่อยๆ นำมาขัดถูเบาๆ ที่ใต้วงแขน 1- 2 นาทีและปล่อยทิ้งไว้อีก 10 นาที จึงค่อยล้างออก ทำเป็นประจำทุกวัน ผิวใต้วงแขนจะค่อยๆ กระจ่างใสขึ้น แถมปัญหาผิวหนังไก่จะลดน้อยลงอีกด้วย

สูตรเด็ดน่ารู้เพื่อใต้วงแขนที่กระจ่างใส

เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับหนุ่มสาวผู้ชื่นชอบการดื่มนมซะจริง เพราะตอนนี้ได้มีงานวิจัยออกมาประกาศชัดเจนแล้วว่า การดื่มนมมีผลต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของเส้นผมเป็นอย่างมาก เพราะในน้ำนมประกอบไปด้วยเคซีนและเวย์ ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยลดปัญหาผมขาดหลุดร่วงได้ง่าย อย่างไรก็ตาม การดื่มนมมากเกินไปก็อาจส่งผลต่อน้ำหนักของสาวๆ ได้ ฉะนั้นหากเป็นไปได้ เลือกดื่มเป็นนมไขมันต่ำจะดีที่สุดค่ะ

ดื่มนมทุกวัน ผมสวยเงางามไม่รู้ตัว

ต้องบอกว่าการโกนเป็นวิธีกำจัดขนหน้าแข้งยอดนิยมของสาวๆ แต่รู้ไหม หากโกนแบบผิดวิธีแล้วล่ะก็ แทนที่ขาจะเนียนสวย จะกลายเป็นเกิดสารพัดปัญหา เช่น ผิวแห้งกร้าน อักเสบ ระคายเคือง และขนคุดตามกันมา เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ เราจึงอยากแนะนำว่านี่คือพฤติกรรมที่ไม่ควรทำเด็ดขาด โกนขนหน้าแข้งตอนเช้า : สาวๆ คนไหนที่ชอบโกนขนหน้าแข้งในตอนเช้าขอให้เปลี่ยนไปทำในตอนกลางคืนแทนนะคะ เพราะการโกนในช่วงกลางคืนจะทำให้ผิวได้พักฟื้นในช่วงที่เรานอนหลับ ส่งผลให้ขนใหม่ไม่ขึ้นตามรูขุมขนแถมขายังดูเรียบเนียนอีกด้วย โกนขนแบบแห้ง : เป็นวิธีที่ผิดอย่างมาก สิ่งที่คุณควรทำคืออาบน้ำให้เรียบร้อยด้วยน้ำอุ่น จากนั้นให้ทาเบบี้ออยล์ลงที่หน้าขา แล้วจึงเริ่มโกนขนหน้าแข้งไปตามปกติค่ะ ทั้งนี้ห้ามใช้สบู่โดยเด็ดขาดนะคะ

ไม่อยากเจ็บ อย่าโกนขนหน้าแข้งแบบนี้

เบื่อไหมที่ต้องเจอกับปัญหาทาเล็บไม่ติด สีไม่ทน 1-2 วันก็หลุด วันนี้เรื่องชวนหงุดหงิดใจเหล่านั้นจะหมดไป เพียงแค่คุณทำตามทริคดีๆ ที่เราหยิบมาฝากค่ะ เพียงแค่ก่อนลงมือทาเล็บให้ทาน้ำยาบำรุงเล็บลงไปก่อนทุกครั้ง จากนั้นจึงค่อยทาเล็บตามปกติ รอจนเล็บแห้งสนิทแล้วจึงเคลือบด้วยน้ำยาทาเล็บสีใสสูตรแห้งเร็วอีกครั้ง เพียงเท่านี้ยาทาเล็บก็จะเซ็ตตัวเกาะติดบนเล็บของสาวๆ อย่างเหนียวแน่นอย่างน้อย 1 อาทิตย์แน่นอนค่ะ

ทริคเด็ดเอาใจคนรักการทาเล็บ

ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นทุกวันของบ้านเรา ทำให้เกิดปัญหาผดผื่นบนใบหน้าได้ง่าย แต่ไม่ต้องกลุ้มใจไปค่ะ เพราะวันนี้เราจะมาบอกวิธีแก้ปัญหาผดผื่นบนใบหน้าแบบง่ายๆ กัน เพียงแค่นำผงขมิ้นชันมาผสมกับนมจืดและดินสอพอง คนจนเข้ากันได้ดีจากนั้นจึงนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วค่อยล้างออก นอกจากผดผื่นจะค่อยๆ ลดลงแล้ว ใบหน้าของคุณจะใส เนียนสวยขึ้นอีกด้วย

หน้าใสไร้ผดผื่นด้วยขมิ้นชัน

เพราะไขมันคือตัวการร้ายที่ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โรคอ้วน ไขมันอุดตันในเส้นเลือด ไขมันพอกตับ และอื่นๆ ดังนั้นหนทางแรกที่จะช่วยให้คุณมีหุ่นและสุขภาพที่ดีจึงหนีไม่พ้นการสลายไขมัน ซึ่งคุณสามารถทำได้ไม่ยากเลย เพียงแค่หันมาทาน 2 สมุนไพรนี้กันให้มากขึ้น กระเทียม : จัดว่าเป็นตัวช่วยในเรื่องการลดปริมาณไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการทานแบบสดๆ จะเห็นผลลัพธ์ได้ดีที่สุด หลายคนอาจไม่ค่อยปลื้มตรงที่การทานกระเทียมจะทำให้เกิดกลิ่นปากและกลิ่นตัวขึ้นได้ ยังไงก็ทานกันแบบพอเหมาะนะคะ ขิง : สมุนไพรรสชาติเผ็ดร้อน ตัวช่วยมือหนึ่งในเรื่องกระตุ้นการสลายไขมัน อีกทั้งยังสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลได้เป็นอย่างดี จะทานสดๆ หรือนำไปต้มแล้วดื่มก็ได้ และไม่ใช่เพียงช่วยลดไขมันเท่านั้น แต่ขิงยังถือเป็นสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรน รวมถึงคลื่นไส้อาเจียนได้อีกด้วย

2 สมุนไพรละลายไขมันที่คน (อยาก) หุ่นสวยต้องรับประทาน

คงหมดความมั่นใจกันไปไม่น้อยเลย หากคุณมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ใต้วงแขน แต่วันนี้ปัญหานั้นจะหมดไป เพียงแค่คุณเลือกทำตามคำแนะนำดีๆ ที่เรานำมาฝากกัน เพียงแค่ผสมโยเกิร์ต 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะจนเข้ากันได้ดี จากนั้นให้นำมาทาที่ใต้วงแขนและปล่อยไว้จนแห้งจึงค่อยล้างออก ทำเป็นประจำทุกวันนอกจากกลิ่นอับชื้นจะหายไปแล้ว ยังทำให้ใต้วงแขนของคุณเนียนนุ่ม กระจ่างใสขึ้นอีกด้วย

บอกลากลิ่นไม่พึงประสงค์ใต้วงแขนด้วยโยเกิร์ต

เพราะโซเดียมคือหนึ่งในตัวการร้ายที่ทำให้คุณตัวบวมจนดูอ้วน อีกทั้งยังตามมาด้วยสารพัดปัญหาด้านสุขภาพ ดังนั้นหากคุณเป็นคนชอบทานอาหารรสเค็มจัด ลองลดปริมาณความเค็มเพื่อสุขภาพที่ดีกันเถอะค่ะ ทีนี้หากว่าวันไหนเผลอทานอาหารรสเค็มจัดไปแล้วล่ะ? ไม่ยากค่ะ เพียงแค่หันมาทานกล้วยหลังจากทานอาหาร 1 ลูก หรือหากใครไม่ชอบทานกล้วย จะเปลี่ยนไปทานเป็นผักใบเขียวและมันฝรั่งแทนก็ได้ เพราะเมนูที่กล่าวมานั้นมีฤทธิ์ช่วยลดโซเดียมภายในร่างกายได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

ทานโซเดียมเยอะไป แก้ยังไงดี

เพราะโซเดียมคือหนึ่งในตัวการร้ายที่ทำให้คุณตัวบวมจนดูอ้วน อีกทั้งยังตามมาด้วยสารพัดปัญหาด้านสุขภาพ ดังนั้นหากคุณเป็นคนชอบทานอาหารรสเค็มจัด ลองลดปริมาณความเค็มเพื่อสุขภาพที่ดีกันเถอะค่ะ ทีนี้หากว่าวันไหนเผลอทานอาหารรสเค็มจัดไปแล้วล่ะ? ไม่ยากค่ะ เพียงแค่หันมาทานกล้วยหลังจากทานอาหาร 1 ลูก หรือหากใครไม่ชอบทานกล้วย จะเปลี่ยนไปทานเป็นผักใบเขียวและมันฝรั่งแทนก็ได้ เพราะเมนูที่กล่าวมานั้นมีฤทธิ์ช่วยลดโซเดียมภายในร่างกายได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

ทานโซเดียมเยอะไป แก้ยังไงดี

รู้หรือไม่? การเดินธรรมดาสามารถช่วยให้คุณมีรูปร่างที่ผอมเพรียวได้นะ เพียงแต่คุณอาจต้องทำสิ่งนี้ในระหว่างเดินไปด้วย นั่นคือการแกว่งแขนด้วยแรงที่เหมาะสม นอกจากจะช่วยให้การเดินคล่องตัวมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนไหล่ คอ และหลังได้ขยับเขยื้อน เผาผลาญพลังงานไปในตัวด้วย อย่างไรก็ตาม การแกว่งแขนที่เพิ่มประสิทธิภาพได้ดีสุดคือการแกว่งแขนสลับกับขาที่ก้าวเดิน เช่น แกว่งแขนซ้ายไปข้างหน้าขณะก้าวขาขวา เป็นต้น นอกจากนี้ในการแกว่งแขนแต่ละครั้งไม่ควรแกว่งให้แขนลอยสูงเหนืออกนะคะ    

เดินแบบนี้สิ เพื่อความเพรียวในแบบที่คุณต้องการ

การมีใต้วงแขนคล้ำนั้นคงทำให้สาวๆ รู้สึกขาดความมั่นใจไม่น้อยเลย ในวันนี้เราจึงอยากนำเสนอไอเดียเพื่อกู้ฟื้นคืนสภาพความขาวเนียน กระจ่างใสให้ใต้วงแขนของคุณอีกครั้งด้วยสิ่งเหล่านี้ค่ะ เพียงแค่นำมะเขือเทศมาหั่นเป็นซีก นำไปคลุกกับน้ำตาล จากนั้นจึงค่อยนำมาขัดถูเบาๆ ที่ใต้วงแขนจนมะเขือเทศอ่อนตัวลงและน้ำตาลละลาย แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวันเลยนะคะ

“หมดปัญหาใต้วงแขนหมองคล้ำด้วยสิ่งนี้!”

การกำจัดขนส่วนเกินด้วยการแว็กซ์จัดว่าเป็นวิธียอดนิยมที่สาวๆ ให้ความสนใจกัน เพราะสะดวก เกลี้ยงเกลา และเรียบเนียน แต่สำหรับการแว็กซ์ขนส่วนเกินที่อยู่บนใบหน้ากลับเป็นสิ่งที่คุณสาวๆ ต้องระวัดระวังเอาไว้เสียหน่อย เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถนำวิธีนี้มาใช้บนใบหน้าได้ โดยคนที่ไม่ควรเลือกการแว็กซ์มาเป็นทางออกเลยจะเป็นคนที่กำลังรักษาสิวบนใบหน้าอยู่นั่นเอง เพราะตัวยาที่ใช้ในการรักษาสิวนั้นจะไปทำให้ผิวหน้าบอบบาง เกิดดึงดันไปแว็กซ์ขนในช่วงนี้เข้า รับรองว่าหน้าพังอย่างไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ นอกจากนี้คนที่มีผิวหน้าแพ้ง่ายก็ไม่ควรใช้วิธีนี้เช่นกันเพราะอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคือง รูขุมขนอักเสบและเกิดขนคุดขึ้นมาได้ หากต้องการกำจัดขนส่วนเกินบริเวณใบหน้าจริงๆ เราขอแนะนำให้แวะมาที่ร้าน Datsumo Labo กันดูนะคะ ที่นี่เรามีบริการกำจัดขนหลากรูปแบบที่การันตีเรื่องความปลอดภัยสูงให้คุณได้ลองไปใช้บริการกันค่ะ

แว็กซ์ขนบนใบหน้า ไม่ใช่ใครก็ทำได้

ปัญหาผมร่วงคือสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งจะปล่อยทิ้งไว้ก็คงไม่ดี หากใครหากมองหาวิธีลดอาการผมร่วงอยู่ล่ะก็ เราขอแนะนำให้ทานถั่วและพวกธัญพืชต่างๆ ให้เยอะขึ้นค่ะ เพราะในถั่วและธัญพืชทั้งหลายนั้นอุดมไปด้วย กรดไขมันโอเมก้า 3, โอเมก้า 6, และสารต่อต้านอนุมูลอิสระ อยู่เป็นจำนวนมากซึ่งสารเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้รากผมและกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผมได้อีกด้วย ทั้งนี้อาจต้องใช้เวลาสักหน่อยแต่รับรองว่าเห็นผลค่ะ!

อยากแก้ปัญหาผมร่วง ลองทานถั่วสิ

ไม่ใช่มีเพียงกาลเวลาเท่านั้นที่เป็นต้นเหตุให้คุณเกิดปัญหาริ้วรอยก่อนวัย แต่ก่อนที่จะไปกันใหญ่ เรามาเบรกๆ ปัญหานี้กันสักหน่อยดีกว่าค่ะ ด้วยสูตรดีๆ ที่ใช้ขมิ้นเป็นส่วนผสมหลักนี้ เริ่มด้วยการนำผงขมิ้นไปผสมให้เข้ากันกับถั่วเขียวบดและนมสด จากนั้นจึงนำมาพอกให้ทั่วใบหน้าและปล่อยทิ้งไว้ 30 นาที จึงค่อยล้างออก ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง เพียงแค่ 2 เดือน คุณก็จะเห็นเลยว่า ริ้วรอยที่เคยมีบนใบหน้าจะค่อยๆ เลือนหายไป

ริ้วรอยก่อนวัยบนใบหน้า ขจัดมันซะด้วยขมิ้น

ทำไมต้องทนกับปัญหาหน้ามันเยิ้มจนกลายเป็นบ่อกำเนิดสิวกันด้วยล่ะ เรามาแวะหาทางกำจัดความมันบนใบหน้าไปด้วยกันดีกว่า กับสูตรเด็ดจากไข่ขาวที่เราพร้อมนำเสนอคุณสาวๆ กันในวันนี้ เพียงแค่นำไข่ขาวไปแช่ตู้เย็นจนเย็นได้ที่ แล้วค่อยๆ นำมาทามาส์กไว้บนใบหน้า 5-10 นาที หรือจนกว่าจะรู้สึกแห้งตึงบริเวณใบหน้า จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำเย็น หมั่นทำให้เป็นประจำ แล้วความมันบนใบหน้าจะค่อยๆ ลดน้อยลงไปเองค่ะ

ลดความมันบนใบหน้า ไข่ขาวช่วยคุณได้

ในช่วงที่สภาพอากาศค่อนข้างแปรปรวนแบบนี้ ผิวหน้าอันบอบบางของสาวๆ ย่อมเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาผดผื่นได้ง่ายกว่าปกติ เมื่อเกิดปัญหาที่ว่าขึ้นแล้ว เราก็มาหาทางแก้ไขกันดูดีกว่า โดยวันนี้เรามีทริคเด็ดน่าสนใจมาแนะนำกันค่ะ เพียงแค่นำแตงกวามาปลอกเปลือก ฝานบางและแช่ในตู้เย็นจนเย็นจัด จากนั้นจึงนำมาวางโปะบนใบหน้า เน้นบริเวณที่เป็นผื่น รอไว้ 15-20 นาที หรือจนกว่าแตงกวาจะหายเย็น แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำบ่อยๆ แล้วจะช่วยทำให้ผดผื่นที่เกิดขึ้นค่อยๆ ลดน้อยลงไป แถมยังทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้นอีกด้วย

ผื่นขึ้นบนใบหน้า รีบแก้ด้วยแตงกวากันเถอะ

ใครที่คิดว่าทานแต่ผลไม้แล้วจะไม่อ้วนเราขอให้เปลี่ยนความคิดโดยด่วน เพราะอย่าลืมกันค่ะว่า ผลไม้ทั้งหลายย่อมมีน้ำตาลเป็นส่วนผสมอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากทานได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักล่ะก็ เราขอแนะนำผลไม้ 3 ชนิดนี้ค่ะ 1. สตรอว์เบอร์รี่ ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานแสนอร่อย ที่ถึงจะกินมากถึง 8 ลูกต่อวน ก็ยังได้รับน้ำตาลไปเพียงแค่ 2 ช้อนชาเท่านั้น 2. ฝรั่ง กินไปเลยทั้งลูก ปริมาณน้ำตาลที่ได้ก็แค่ 2 ช้อนชา แถมไฟเบอร์สูงด้วย เวิร์กมอร์จะตาย 3. มะละกอ ผลไม้ตัวดีที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้อย่างดีเยี่ยม ทานไปเถอะครั้งละ 8 ชิ้น ปริมาณน้ำตาลที่ได้จะอยู่ที่ 3 ช้อนชาเองแหละ เห็นไหม? การทานผลไม้ ถ้าเลือกทานให้ถูก ชีวิตก็ดีเนอะ!

3 ผลไม้แสนอร่อย ที่ทานแล้วไม่อ้วน

ปัญหาอย่างหนึ่งที่มักเกิดขึ้นเมื่อคุณนอนดึกก็คือ ท้องหิวยามค่ำคืน ครั้นจะเดินไปเปิดหยิบเอาของกินในตู้เย็นมาทาน มันก็ออกจะหนักหน่วงต่อกระเพาะอาหารมาไปหน่อย งั้นวันนี้เรามาลองหาเมนูที่สามารถทานในรอบดึกแบบที่ไม่อ้วนกันดูดีกว่า ซึ่งเมนูที่เราอยากแนะนำในวันนี้คือ นมสด ค่ะ เพราะในนมสดจะมีทั้งสารเคซีนหละโปรตีนเวย์ ซึ่งเป็น 2 ตัวที่สามารถช่วยให้ความรู้สึกอยากอาหารมีลดน้อยลง ยิ่งถ้าเลือกดื่มแบบไขมันต่ำก็ยิ่งดีเลยค่ะ เพราะปริมาณแคลลอรี่จะค่อนข้างน้อยนั่นเอง

หิวเหรอ? นมจืดสิ รับรองอิ่มท้อง

ใครที่ชอบสระผมตอนกลางคืนต้องระวังกันให้ดี เพราะหากนอนทั้งๆ ที่ผมยังไม่แห้งแล้วล่ะก็ คุณอาจได้พบเจอกับปัญหาดังต่อไปนี้ได้ – ปัญหาผมขาดร่วง : เพราะการนอนในสภาพที่ผมยังไม่ทันแห้งสนิทนั้นจะส่งผลทำให้เกิดเชื้อราและสุขภาพเส้นผมที่อ่อนแอลงจนขาดหลุดร่วงได้ง่าย – ปัญหารังแคบนหนังศีรษะ : นอกจากเรื่องของเชื้อราแล้ว มันยังพาลให้เกิดปัญหารังแคอีกด้วย เพราะเชื้อราบนหนังศีรษะที่เมื่อแห้งแล้ว จะเริ่มหลุดลอกออกมาเป็นขุยนั่นเอง – ปัญหาผมหงอก : เนื่องด้วยเวลานอนหลับ ร่างกายจะขับเม็ดสีดำออกมาที่เส้นผม แต่เมื่อเส้นผมยังไม่แห้ง การขับสีออกมาก็ยากขึ้น หลายเป็นว่าเกิดอาหารผมหงอกก่อนวัยอันควร – ปัญหาผมเสียทรง : การนอนโดยที่ผมยังไม่แห้งสนิทนั้น ในยามเช้าเมื่อคุณตื่นมา คุณจะได้เจอกับสภาพเส้นผมที่ยับ แบนหรือชี้ฟู จนจัดทรงได้ยากกว่าปกติ ถ้าไม่อยากมานั่งเสียเวลาจัดการเรื่องผมในตอนเช้า ก็อย่าลืมรอผมแห้งก่อนนอนนะคะ ได้ยินแบบนี้แล้วก็จงจำไว้นะคะสาวๆ ว่าถ้าผมไม่แห้ง ห้ามนอนโดยเด็ดขาด!

ระวังให้ดี! สระผมแล้วหลับทันที ผลเสียเกิดขึ้นแน่นอน

เป็นธรรมดาที่หลังจากการตากแดดแรงจัดมาอย่างหนักหน่วงแล้วคุณมักต้องพบเจอปัญหาผิวไหม้แดดจนรู้สึกแสบร้อนไปหมด ในสถานการณ์แบบนี้เราขอแนะนำให้รีบจัดการแก้ไขอาการปวดแสบปวดร้อนพวกนี้ให้ไวค่ะ ซึ่งวันนี้เราก็มีวิธีรักษาอาการผิวไหม้แดดแถมช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายความเหนื่อยล้ามาฝากกันด้วยล่ะ เพียงแค่หยิบเอาน้ำมันหอมระเหยออกมาเติมผสมลงในน้ำอุ่นแล้วนำมาอาบ หรือหากบ้านใครมีอ่างอาบน้ำล่ะก็ เราแนะนำให้ใส่น้ำมันหอมระเหยลงในอ่างและลงไปนอนแช่เลยค่ะ โดยน้ำมันหอมระเหยที่เราอยากนำเสนอคือ กลิ่นลาเวนเดอร์ หรือคาโมไมล์ค่ะ อาบน้ำเสร็จอาการแสบร้อนจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ

หมดปัญหาผิวไหม้ เมื่อแก้ด้วยไอเทมนี้

ใครว่าการดูแลผิวสวย แค่ทาครีมก็เรียบร้อย ในความเป็นจริงการทาครีมบำรุงต่างๆ นั้น หากทาไม่ถูกเวลาแทนที่ผิวจะดี จะกลายเป็นผิวพังแทนได้ งั้นเราก็มาดูกันดีกว่าว่า ช่วงเวลาไหนที่การทาครีมของสาวๆ จะสัมฤทธิ์ผลมากที่สุด ในยามเช้า สาวๆ ควรหมั่นทาครีมบำรุงให้เสร็จเรียบร้อยก่อน 9:00 น. โดยก่อนจะทาครีมต่างๆ อย่าลืมล้างหน้าในตอนเช้าก่อนเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขุมให้พร้อมซึมซับสารต่างๆ ของครีมบำรุงได้อย่างเต็มที่นะคะ ในช่วงค่ำคืน ก็ไม่ลืมที่จะลงครีมบำรุงก่อน 22:00 น. เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวกายและคลายความตึงเครียดบนใบหน้า ตื่นเช้ามาผิวหน้าก็จะสดใสไม่โทรมด้วยค่ะ

ทริคนี้ควรรู้ ทาครีมเวลาไหน เวิร์กมอร์ที่สุด

ปัญหาริมฝีปากแห้งยังคงเป็นอะไรที่แวะเวียนเข้ามากวนใจสาวๆ อยู่เป็นระยะจากหลากหลายสาเหตุ แต่เมื่อเป็นแล้ว แทนที่จะปล่อยไว้เรามาลองหาทางแก้ไขกันดีกว่าค่ะ ซึ่งในวันนี้เราก็มีสูตรดีๆ ที่อยากนำมาแนะนำให้ได้รู้จักและลองทำตามกันอีกเช่นเคย เพียงแค่ใช้น้ำตาลมาผสมกับน้ำผึ้งและวาสลีน ก่อนนำมาขัดถูเบาๆ ที่ริมฝีปาก สัก 1-2 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนั้นอยู่เป็นประจำ อาทิตย์ละ 2 วัน แล้วคุณจะได้พบกับความเปลี่ยนแปลงในเรื่องความชุ่มชื้นและความหมองคล้ำของริมฝีปากอย่างชัดเจน

ปากแห้งเหรอ? ขัดด้วยน้ำตาลสิ

ไม่มีใครหรอกที่อยากมีเรียวขาซึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยดำรอยแดงเต็มไปหมด วันนี้เราเลยนำสูตรสร้างเรียวขาสวยที่น่าสนใจมาฝากทุกคนกันค่ะ เพียงเลือกใช้ผลไม้ที่มีรสชาติเปรี้ยว เช่น มะนาว มะนามเปียก หรือ สับปะรด มาใช้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งสูตรที่เราจะสอนกันในวันนี้ เราจะไม่เน้นใช้เนื้อของผลไม้ แต่ให้ใช้เปลือกหรือกากของผลไม้ค่ะ แค่ขัดเบาๆ ควบคู่กับการพอกเรียวขาด้วยน้ำผลไม้่เหล่านั้นทิ้งไว้จนรู้สึกแห้ง ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำสะอาด หมั่นทำเป็นประจำ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง แล้วขาที่เคยเต็มไปด้วยลาย จะค่อยๆ เลือนหายไป เหลือไว้แต่ความเนียนสวยให้กับคุณค่ะ

สูตรนี้โดนใจ สร้างเรียวขาสวยด้วยเมนูรสเปรี้ยว

เพราะในแต่ละวันอายุของคุณมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับปริมาณคอลลาเจนใต้ชั้นผิวที่มีแต่จะค่อยๆ ลดน้อยลง ซึ่งนั่นไม่ดีแน่ ดังนั้นในวันนี้เราก็มาหาทางเพิ่มคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายกันดีกว่า กับวิธีง่าย แค่กินบลูเบอร์รี่ให้มากขึ้น เพราะบลูเบอร์รี่นั้นเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง แถมยังมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 85% กันเลย จึงกลายมาเป็นตัวช่วยในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกายได้อย่างดี เรียกได้ว่าทานบลูเบอร์รี่เป็นประจำ ปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่นและความหมองคล้ำจะไม่แวะเวียนมาเยือนคุณสาวๆ อย่างแน่นอน

บลูเบอร์รี่ ของดีเพิ่มคอลลาเจน

ปัญหาตาแพนด้า ใครๆ ก็ไม่อยากเจอใช่ไหมล่ะ งั้นวันนี้เราก็มาบอกเลิก ลาขาดกับเจ้าตาแพนด้านี่กันดีกว่า ด้วย 2 วิธีดีๆ ที่เรานำมาฝากกันค่ะ 1. นอนแต่หัวค่ำ : เป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ค่อยจะยอมทำตามกัน ลองปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ตัวเองดูใหม่ หันกลับมานอนหัวค่ำ ตื่นแต่เช้ากันดูสิ สัก 2 อาทิตย์ก็รู้เรื่องแล้ว 2. ประคบเปลือกตาด้วยถุงชา : ถุงชาใช้แล้วนี่แหละตัวช่วยชั้นดีในการขจัดเจ้าตาแพนด้านี้ออกไป เพียงแค่นำถุงชาใช้แล้วไปแช่ในตู้เย็นสัก 2-3 ชั่วโมง ก่อนนำมาประคบที่เปลือกตา 15 นาที ทำอย่างสม่ำเสมอ แล้วขอบตาที่คล้ำจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง

ใต้ตาแพนด้า เราเลิกกันเถอะ!

เคยสงสัยไหมว่า ทั้งที่บำรุงอย่างดี แต่ทำไมผิวส่วนต่างๆ ยังคงมีปัญหาเหมือนเดิม เหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะคุณอาจเผลอทำพฤติกรรม 3 อย่างนี้ลงไปน่ะสิ 1. ใช้ชีวิตในห้องแอร์นานเกินไป : แม้จะรู้ดีว่าสภาพอากาศในประเทศไทยเรานั้นช่างร้อนจนแทบละลาย แต่การเอาแต่อยู่ในห้องแอร์ทั้งวันมันจะทำให้ผิวของคุณสูญเสียความชุ่มชื้นจนแห้งลอกเป็นขุยเลยล่ะ ดังนั้นถ้าคิดว่าจำเป็นต้องอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน อย่าลืมทาครีมบำรุงทั้งหลายไว้ด้วย 2. ขยันขัดผิวเกินไป : การขัดผิวนั้นจุดประสงค์หลักทำเพื่อขจัดคราบไคลและคราบสกปรกต่างๆ รวมถึงเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไป แต่ถ้าคุณสาวๆ จะขัดบ่อยราวกับกิจวัตรประจำวันขนาดนั้นล่ะก็นะ เตรียมตัวรับมือปัญหาผิวแห้งกระด้างกันได้เลย 3. นอนทั้งหน้าเป๊ะ : มันเป็นปัญหาโลกแตกอย่างหนึ่งที่มักเกิดขึ้นกับสาวสวยหน้าเป๊ะหลายคน กับปัญหาอ่อนเพลีย งัวเงียจนไม่มีแรงเดินไปล้างหน้าก่อนนอน ลองทำแบบนี้อยู่เป็นประจำแล้วล่ะก็ สิวอุดตันจะไม่มาหาก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว

3 สิ่งทำร้ายผิว รู้แล้วก็อย่าทำ!

การจะมีสุขภาพผิวที่ดีได้นั้น สิ่งแรกที่ไม่ควรมองข้ามเลยคือเรื่องของการล้างหน้าค่ะ นอกจากต้องล้างให้สะอาดแล้ว การเลือกเปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์ล้างหน้าทั่วไปมาเป็นสูตรเด็ดจากธรรมชาติก็น่าสนใจนะ อย่างน้ำผึ้งผสมมะนาวที่หลายคนชอบดื่มกัน เปลี่ยนจากการดื่มมาเป็นใช้ล้างหน้าดูสิ รบรองว่าเวิร์ก เพราะทั้งสองสิ่งนี้เมื่อผสมกันแล้วจะมีคุณสมบัติเปรียบเสมือนมอยส์เจอไรเซอร์กันเลย ดังนั้นนอกจากการฆ่าเชื้อโรคและสิ่งสกปรกบนใบหน้าแล้ว มันยังช่วยปลอบประโลมผิวได้ดีอีกด้วย ทั้งนี้เวลาใช้อย่าลืมล้างออกด้วยน้ำอุ่นก่อนแล้วจึงตามด้วยน้ำเย็นกันนะคะ

ล้างหน้าด้วยสิ่งนี้สิ รับรองว่าสวย!

เพราะการดูแลผิวนั้นสามารถทำได้ทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเลือกหาผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาใช้ในการบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวของตนเป็นเรื่องปกติ เพราะงั้นในวันนี้เราเลยจะขอทำการแนะนำการบำรุงผิวที่สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ทาน “ข้าว” เท่านั้น ซึ่งข้าวที่ว่านั้นสามารถทานได้หมด ไม่ว่าจะเป็น ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง ข้าวไรท์เบอร์รี่ หรือแม้แต่ข้าวโพด เพราะบรรดาข้าวทั้งหลายนั้นอุดมไปด้วยวิตามินบีและวิตามินอี ซึ่งถือเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่จะช่วยรักษาความแข็งแรงของเซลล์ แถมยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวและปกป้องผิวจากปัญหามลภาวะได้อีก ได้ยินแบบนี้แล้วก็อย่าลืมทานข้าวกันอย่างสม่ำเสมอนะคะ

รู้ยัง? แค่ทานข้าวก็ผิวสวยได้นะ

สาวๆ หลายคนอาจกำลังกลุ้มใจกับปัญหาผมแห้งเสียที่ตามมาราวีไม่เลิก วันนี้คุณสามารถหยุดปัญหาเหล่านั้นได้แล้วค่ะ ด้วยสูตรเด็ดง่ายๆ จากอะโวคาโดที่เราพร้อมนำมาฝากกันในวันนี้ เพียงแค่นำอะโวคาโด 1 ลูกไปบดให้ละเอียด ก่อนจะนำไปผสมกับน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะจนได้ออกมาเป็นเนื้อเดียวกัน หลังจากนั้นจึงค่อยๆ ชโลมบนเส้นผมเปียกหมาดให้ทั่วตั้งแต่โคนจรดปลายและคลุมผมด้วยหมวกคลุมอาบน้ำ หมักทิ้งไว้ 20 นาที เมื่อครบกำหนดเวลา ก็ให้สระผมไปตามปกติได้เลยค่ะ การทำเช่นนี้จะเป็นการช่วยบำรุงเส้นผมได้อย่างล้ำลึกเพราะสารอาหารที่อยู่ในอะโวคาโดและน้ำมันมะกอกนั้นจะเข้าไปเติมเต็มความชุ่มชื้นพร้อมปรบสภาพเส้นผมให้กลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง

บำรุงผมแห้งเสีย อะโวคาโดช่วยคุณได้

สาวๆ หลายคนคงเคยประสบกับปัญหาคราบลิปสติกตกร่องติดตามริมฝีปากกันมาบ้าง วันนี้ค่ะ เราจะนำวิธีแก้ไขที่น่าสนใจและสามารถทำได้อย่างง่ายดายมากๆ มาฝากกัน เพียงแค่นำคอตตอนบัทจุ่มน้ำสะอาด ก่อนจะโรยแป้งลงไปตามหัวของคอตตอนบัทที่จุ่มน้ำ แล้วค่อยๆ นำมาทาจนทั่วริมฝีปาก ก่อนตบท้ายด้วยการทาลิปสติกไปตามปกติ วิธีนี้จะช่วยทำให้สีของลิปสติกติดทนนานขึ้น และเรียบเนียนไม่จับตัวเป็นก้อนที่ร่องปากอีก

เทคนิคน่ารู้ เพื่อแก้ไขปัญหาคราบลิปบนริมฝีปาก

งานนี้สาวขนตาสั้นคงได้ร้องเฮกันแล้วล่ะ เพราะเรากำลังจะนำทริคแจ่มว้าวที่จะช่วยเนรมิตขนตายาวงอนเด้งให้กับคุณ ง่ายๆ แค่ใช้แป้งเด็กทาบริเวณขนตาตั้งแต่โคนจรดปลาย จากนั้นค่อยปัดมาสคาร่าตามปกติ เสร็จปุ๊บขนตาก็จะดูยาวขึ้นและงอนเด้งสวยจนต้องร้องว้าวเลยล่ะ ถ้าไม่เชื่องั้นลองดูเลย!

อยากมีขนตายาวสวย แป้งเด็กช่วยได้ ลองดูสิคะ

คนทั่วไปมักคิดว่าเบบี้ออย์มีไว้เพื่อบำรุงผิวกาย แต่จริงๆ แล้วมันยงสามารถนำไปใช้เพื่อบำรุงผิวที่บอบบางใต้ดวงตาได้อีกด้วย เพียงแค่ใช้เบบี้ออยล์หยดลงปลายนิ้วบางๆ ก่อนนวดที่ใต้ดวงตาประมาณ 1-2 นาที จากนั้นจึงเอาทิชชู่หรือสำลีซับส่วนที่เลอะเกินออกมา ทำให้สม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน ริ้วรอยใต้ดวงตาจะค่อยๆ หายไป และส่วนที่เคยหมองคล้ำก็จะกลับมาขาวกระจ่างใสได้อีกครั้ง

บำรุงผิวใต้ดวงตาด้วยเบบี้ออยล์

ไม่ว่าใครต่างก็มีผิวที่นุ่มลื่นชุ่มชื้นด้วยกันทั้งนั้น งั้นในวันนี้เรามาสร้างผิวสวยไปพร้อมๆ กันด้วยสูตรดีๆ จากว่านหางจระเข้กันเถอะ เริ่มด้วยการปอกเปลือกว่านหางจระเข้ออกและล้างยางให้สะอาด จากนั้นจึงหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาปั่นรวมกับแตงกวาหั้นชิ้นจนละเอียด เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็นำมามาส์กพอกบนใบหน้าได้เลย มาส์กเสร็จให้พักไว้ 20-30 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำผิวจะเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

ผิวนุ่มชุ่มชื้นด้วยสิ่งนี้

เคยไหม? ตัดผมเสร็จแล้วรู้สึกไม่ได้ดั่งใจ ผมสั้นกว่าที่ตั้งใจไว้ แต่ตัดไปแล้วจะทำอะไรได้ ถ้าไม่อยากนั่งกลุ้มใจไปอีกนาน ลองมาใช้ทริคนี้เพื่อเร่งบำรุงผมให้ยาวเร็วขึ้นกันเถอะค่ะ เพียงแค่เป่าผมด้วยลมเย็นแทนที่จะเป็นลมร้อนหลังสระเสร็จทุกครั้ง เส้นผมก็จะยาวได้รวดเร็วขึ้นแล้วล่ะค่ะ ไม่เชื่อก็ลองกันดูสิคะ

อยากเร่งผมยาว ทำเลย ทริคเดียวเอาอยู่!

การจะมีผิวใสในวันนี้จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแค่คุณเลือกใช้น้ำมะนาวและกล้วยมาเป็นตัวช่วยบำรุงผิวหน้าก็ใช้ได้แล้ว สำหรับวิธีทำก็ง่ายๆ ค่ะ เริ่มด้วยการนำกล้วยหอมมาบดละเอียดแล้วตักขึ้น 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นให้นำไปผสมกับน้ำมะนาวประมาณ 3-4 หยด เมื่อผสมจนเข้ากันดีแล้วให้นำมาพอกบนใบหน้า 20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำ อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง แล้วผิวหน้าที่เคยหมองจะค่อยๆ กลับมาสดใสขึ้นอีกครั้ง

เผยผิวใสได้ง่ายๆ ด้วยมะนาวกับกล้วย

นอกจากเรื่องของผิวสวยแล้ว สิ่งหนึ่งที่คุณอาจมีโอกาสได้ประสบพบเจอก็คือ ภาวะหน้าบวม หรือการบวมน้ำนั่นเอง แต่รู้ไหมว่าเราสามารถลดภาวะหน้าบวมได้ด้วยตัวเองเพียงแค่ใช้ทริคง่ายๆ ดังนี้ – นอนให้ถูกท่าทาง : หากคุณเป็นคนชอบนอนคว่ำหรือนอนหมอนสูงล่ะก็ ขอให้ปรบเปลี่ยนดู เพราะการนอนหมอนสูงเกินไปจะทำให้การไหลเวียนโลหิตทำได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร ส่วนการนอนคว่ำจะทำให้ความชื้นมากองรวมอยู่ที่ใบหน้า ส่งผลให้เกิดอาการบวมที่ใบหน้าได้ง่าย – ประคบแก้มด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น : เทคนิคนี้สามารถช่วยกระตุ้นการสลายไขมันก้อนใหญ่บนใบหน้าได้ดี คล้ายๆ การอบไอน้ำ ง่ายๆ เพียงแค่นำผ้าขนหนูไปชุบน้ำอุ่นบีบให้หมาดแล้วนำมาประคบที่แก้ม 2 ข้าง ครั้งละ 15 นาที ทำเป็นประจำแก้มจำค่อยๆ ลดลงเอง

เทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณไม่เกิดภาวะหน้าบวม

อาการปวดหลังนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดกบผู้สูงอายุเพียงกลุ่มเดียว หากแต่ในปัจจุบันคนหนุ่มสาวเองก็เริ่มพบเจอปัญหานี้กันมากขึ้นเช่นกัน เหตุที่เป็นแบบนั้นเพราะการทำพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้ยังไงล่ะ – ยืนทิ้งน้ำหนักข้างเดียว : นี่เป็นสิ่งที่คนเรามักเผลอทำไปโดยไม่รู้ตัว การยืนแบบทิ้งน้ำหนักไว้ที่ขาข้างใดข้างหนึ่งนั้นนอกจากจะทำให้รู้สึกปวดขาข้างเดียวแล้ว มันยังมีอาการปวดหลังตามมาอีกด้วยเพราะร่างกายเสียสมดุลนั่นเอง – นั่งไขว่ห้าง : จะทำให้เกิดการกดทับของขาข้างใดข้างหนึ่งเป็นเวลานานเกินไปจนลุกลามไปถึงกระดูกสันหลังและบริเวณอุ้งเชิงกราน – สะพายกระเป๋าใบใหญ่หรือหนักเป็นประจำ : ทำให้ไหล่ต้องทำงานหนกก เพราะต้องคอยประคองรับน้ำหนักของกระเป๋า นั่นทำให้เกิดอาการปวดไหล่ แถมการทำเช่นนั้นยังทำให้ร่างกายต้องเอียงไปด้านตรงข้ามเพื่อรักษาสมดุลอีก ปล่อยทิ้งไว้นานกล้ามเนื้อจะทำงานหนักจนส่งผลให้ปวดหลังในที่สุด ได้รู้แบบนี้แล้วก็คอยระวังพฤติกรรมของตัวเองกันด้วยนะคะ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวต้องไปคอยรักษาอาการปวดหลังกันอีกยาวเลยล่ะ

3 พฤติกรรมทำปวดหลัง เลี่ยงได้ควรเลี่ยง!

อากาศร้อนจัดซะขนาดนี้ นอกจากจะทำให้เกิดปัญหาของกินเสียง่ายแล้ว การทานอาหารบางชนิดยังส่งผลร้ายต่อสุขภาพของผู้ทานอีกด้วย ในวันนี้มาดูกันเถอะว่าอะไรบ้างที่เราไม่ควรทานในช่วงหน้าร้อน 1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : เพราะเป็นเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วจนร่างกายรู้สึกร้อน หากดื่มหนักๆ ในช่วงอากาศร้อนระอุอาจทำให้เสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ 2. ของทอดของมัน : เพราะจะยิ่งเป็นการทำให้ร่างกายได้รับพลังงานที่สูงเกินความจำเป็นจึงเกิดสภาวะร้อนในหรือเจ็บคอได้ง่ายกว่า 3. เนื้อแดง : ถือเป็นตัวเพิ่มพลังงานที่สูงลิบเช่นกัน โดยเฉพาะใครที่เลือกทานแบบปิ้งย่างยิ่งต้องระวังไว้ เพราะการได้รบพลังงานมากเกินไป จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนได้นั่นเอง 4. ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง : ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน ลำไย หรือขนุน เพราะนอกจากจะทำให้เกิดอาการร้อนในแล้ว ยังทำให้มีอาการปวดศีรษะ แน่นท้องจุกเสียด ครั่นเนื้อครั่นตัว หรือตาแดงได้ 5. หอมและกระเทียม : เนื่องด้วย 2 เมนูนี้มีกำมะถันแบบเดียวกับที่พบในทุเรียน การทานมากๆ ในหน้าร้อนจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่งเช่นกัน

ไม่อยากลำบาก หน้าร้อนอย่าทาน 5 เมนูนี้

เรื่องของผิว ใครๆ ก็อยากดูสวยใส อ่อนกว่าวัยด้วยกันทั้งนั้น แต่รู้หรือไม่ว่าการบำรุงที่จัดหนักมากเกินความจำเป็นแทนที่จะส่งผลดีจะกลายเป็นผลเสียแทน เพราะการประโคมสารพัดครีมบำรุงผิวเยอะแยะไปหมดนั้นอาจเสี่ยงต่อการระคายเคืองในภายหลัง ซึ่งหลังจากนั้นปัญหาผิวต่างๆ ก็จะตามมา โดยเฉพาะเรื่องผิวบอบบางจนทนต่อสภาพแวดล้อมได้น้อยลงแถมยังซ่อมแซมตัวเองได้ช้าจนเกิดเป็นริ้วรอยก่อนวัยซะอีกก ดังนั้นบำรุงให้พอเหมาะพอควรเถอะค่ะ เน้นแบบที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณก็พอแล้ว

อยากมีผิวสวย บำรุงแค่พอดีก็เพียงพอ

การจะมีผิวสวยใส นุ่มชุ่มชื้นจะไม่ใช่เรื่องสำหรับคุณอีกต่อไป เพียงแค่เริ่มต้นดูแลผิวด้วยสูตรดีๆ จากมะขามเปียกเป็นประจำค่ะ เริ่มด้วยการนำมะขามเปียก 1 กำไปละลายให้ออกมาข้น ก่อนเติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และขมิ้นผง 1 ช้อนชาลงไปผสมจนได้เป็นเนื้อเดียวกันจากนั้นจึงนำมาขัดให้ทั่วตัว เน้นย้ำตรงจุดที่หยาบกร้านเป็นพิเศษ หลังจากขัดสักพักให้พอกทิ้งไว้ 15-20 นาที ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำสะอาด เท่านี้ก็เรียบร้อย

พอกผิวกายให้ขาวนุ่มชุ่มชื้นด้วยสูตรจากมะขามเปียก

สาวๆ ผมแห้งคงได้ปวดหัวกันไม่น้อยกับปัญหาผมเสีย จัดทรงไม่อยู่ ลามไปถึงปัญหาผมร่วงกันเลยทีเดียว แค่นึกก็เซ็งแล้ว งั้นวันนี้กลับมาบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงกันดีกว่า ด้วยสูตรดีๆ จากน้ำกะทิที่เรานำมาฝากกันค่ะ โดยสิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมคือ หัวกะทิ 2 ถ้วย และน้ำมะนาว 1 ลูก เมื่อเตรียมพร้อมแล้วเราก็มาทำกันเลย! ให้นำหัวกะทิไปผสมกับน้ำมะนาวจนเข้ากันได้ดี จากนั้นให้นำไปแช่ในช่องแข็งของตู้เย็น พักไว้ 2 ชั่วหรือจนเห็นส่วนผสมแยกออกเป็น 2 ชั้น คือชั้นครีมและชั้นใส ให้ตักเอาเฉพาะชั้นครีมออกมาชโลมให้ทั่วเส้นผม หมักทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมงแล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง แล้วผมของคุณก็จะกลับมาเงางาม นุ่มและมีน้ำหนักมากขึ้น

เติมอาหารให้เส้นผมด้วยน้ำกะทิ

ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับสาวๆ ผมยาวอยู่บ่อยครั้งคือการที่มีผมลีบแบน จนดูมันเยิ้มไม่น่ามอง ลองมาสำรวจตัวเองกนสักนิดสิว่า คุณเป็นพวกชอบหวีผมบ่อยเกินความจำเป็นหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ขอให้รู้ไว้เลยว่านี่แหละคือสาเหตุ เพราะการหวีผมจะเป็นการไปกระตุ้นให้หนังศีรษะผลิตเอาน้ำมันออกมาเป็นจำนวนมากนั่นเอง ทั้งนี้การจับเส้นผมบ่อยๆ ก็มีผลด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นหากไม่อยากมีผมมันเยิ้มตลอดทั้งวันแล้วล่ะก็ พยายามอย่าจับผมหรือหวีผมตัวเองให้ถี่เกินไปล่ะ

ผมลีบแบนเพราะทำแบบนี้!

การจะเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจได้นั้น สิ่งหนึ่งที่คุณขาดไม่ได้เลยคือเรื่องของบุคลิกภาพ ในวันนี้เราเลยจะมาทำการแนะนำ 4 ข้อช่วยเสริมบุคลิกให้น่ามองกันค่ะ 1. การเดินตัวตรง ด้วยการยืดหลังขึ้น ไม่ห่อไหล่จะช่วยให้คุณดูมีความมั่นใจ แถมยังทำให้ดูตัวสูงขึ้นอีก 2. วิธีนั่งที่ช่วยเสริมบุคลิกได้ดีคือการนั่งหลังตรง ไหล่ตรง และให้เต็มเก้าอี้ แล้วคุณจะดูสมาร์ทขึ้นเยอะเลย 3. ส่งสายตา Eye Contact เวลาพูดคุย อย่าลืมแสดงความเป็นมิตรและจริงใจอยู่เสมอด้วยล่ะ 4. เป็นตัวของตัวเองเข้าไว้ ไม่ใช่ปรบเปลี่ยนเพื่อให้คนอื่นชอบ เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าคุณนั่นแหละที่จะรู้สึกอึดอัดเอง

4 ข้อเสริมสร้างบุคลิกที่ควรลอง

ด้วยไลฟ์สไตล์ต่างๆ ในยุคปัจจุบนทำให้ผู้คนตื่นสายกันมากกขึ้น ซึ่งนั่นไม่ดีเลยนะรู้ไหม เพราะการตื่นสายจะทำให้คุณรู้สึกไม่สดชื่น แถมยังชวนให้ง่วงซึมจนเสียบุคลิกไปทั้งวันอีก มาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตด้วยการตื่นให้เช้าขึ้นกันดีกว่า ทีนี้หลายคนจะเริ่มบ่นว่า แล้วจะทำยังไงเพื่อให้ตื่นเช้าขึ้นมาได้อย่างรู้สึกสดใสล่ะ มาดูเทคนิคที่เรานำมาฝากกันเถอะ – นอนให้ไวขึ้น : เป็นเรื่องที่ง่ายสุดที่ใครก็ทำได้ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนเวลานอนเสียใหม่ให้ไวขึ้นเพื่อให้ระยะเวลาการนอนเป็นไปอย่างพอเหมาะ 8 ชั่วโมงกำลังดี เมื่อได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว ตื่นเช้ามาคุณก็จะรู้สึกสดใสมากขึ้น – วางนาฬิกาปลุกไว้ไกลมือ : ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาปลุกหรือโทรศัพท์มือถือที่ตั้งค่าปลุกไว้ก็ตาม ให้นำไปวางไว้ไกลมือซะหน่อย เพื่อที่จะเป็นการบังคับให้คุณลุกขึ้นเดินไปปิดเสียงปลุก ปิดเสร็จก็ตื่นได้พอดีค่า – แง้มม่านทิ้งไว้ : เพื่อรอรับแสงอรุณในยามเช้า แสงแดดที่ส่องเข้ามาจะเป็นตัวช่วยปรับสภาพสายตาให้ปลุกตัวเองตื่นขึ้นจากความง่วงได้ดี แถมพอตื่นแล้วยังรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นอีกด้วย

อยากตื่นเช้าได้อย่างสดใสต้องทำไง?

หลายคนอาจจะสงสัยกันว่า น้ำเปล่านั้นสามารถช่วยรักษาโรคต่างๆ ได้จริงน่ะเหรอ งานเรานี้บอกเลยว่าจริง มาค่ะ เดี๋ยวเราจะพาไปดูว่ามีโรคอะไรบ้างที่สามารถรักษาได้ด้วยการดื่มน้ำเปล่า 1. ท้องผูก : อาการที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่เป็นขึ้นมาเมื่อไร อึดอัด ทรมานใจไม่น้อยอย่างแน่นอน อาหารนี้แก้ได้ไม่ยากเลย แค่หันมาดื่มน้ำอุ่นในตอนเช้าทุกวัน ตอนตื่นนอน อาจจะฝากมะนาวบางๆ ใส่ลงในแก้วสักชิ้นด้วยก็ได้ จากนั้นเมื่อทานอาหารเสร็จให้ดื่มน้ำตามไปอีกแก้วด้วย แล้วรับรองว่าอาการท้องผูกจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง 2. ไมเกรน : ไมเกรนถือเป็นโรคประจำตัวที่เมื่อเป็นแล้วจะค่อนข้างทรมานทีเดียว ทีนี้ใครไม่อยากปวดไมเกรนบ่อยๆ ลองจิบน้ำเปล่าไปเรื่อยๆ ระหว่างวันกันดูสิ อาการปวดหัวที่เป็นอยู่ประจำจะลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเลย 3. ความดันโลหิตสูง : เพราะการดื่มน้ำน้อยเกินไปจะทำให้เลือดของคุณข้น ซึ่งนั่นจะส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตร่างกายทำงานหนักเกินไป จนก่อให้เกิดปัญหาความดันขึ้นสูง เพื่อรักษาโรคนี้ให้ดีขึ้น สิ่งที่ต้องหมั่นทำคือการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันค่ะ

3 โรคแก้ได้ด้วยน้ำเปล่า

ยังมีคนอีกจำนวนมากที่เข้าใจผิดว่าการเป็นโรคไตนั้นมีสาเหตุมาจากการทานอาหารรสเค็มจัดจนเกินไป แต่รู้ไหมว่าในความเป็นจริงแล้ว ถึงคุณจะไม่ทานอาหารรสเค็มก็ยังมีโอกาสเป็นโรคไตได้เช่นกัน หากยังมีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ 1. ไม่ค่อยออกกำลังกาย : ฟังดูไม่น่าเชื่อแต่นี่แหละคือเรื่องจริง แถมนอกจากจะเป็นไตแล้ว การที่คุณไม่ออกกำลังกายเลยหรือออกน้อยมากๆ ยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายอื่นๆตามมาได้อีกด้วย 2. ทานอาหารรสจัด : ไม่ว่าจะเปรี้ยว หวาน หรือเผ็ดก็มีผลต่อการเป็นโรคไตทั้งนั้น 3. เครียดจัด : เมื่อไรที่คุณเกิดอาการเครียดหนักๆ เข้า ระบบทางเดินหายใจจะเริ่มทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ และส่งผลให้เกิดปัญหากับไตของคุณตามมา 4. ดื่มทานอาหารสำเร็จรูปเยอะเกินไป : เพราะอาหารเหล่านี้มัดจัดหนักด้วยโซเดียมซึ่งเป็นตัวการร้ายที่ก่อให้เกิดโรคไตนั่นเอง

ไม่ทานเค็มก็เป็นโรคไตได้ หากทำพฤติกรรมเหล่านี้

ปัญหาผมร่วงเป็นอะไรที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศและทุกวัย ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่ดูแล อาจต้องมานั่งเสียใจกันภายหลังก็เป็นได้ ดังนั้นหากแก้ปัญหาผมร่วงได้ก็ควรรีบทำเข้าตั้งแต่วันนี้ ด้วยสูตรดีๆ ที่เราอยากนำเสนอกันค่ะ เพียงแค่นำน้ำผึ้งแท้ไปผสมกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1 : 2 คนจนเข้ากันดี จากนั้นให้นำมาหมักผมทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วจึงสระผมตามปกติ หมั่นทำให้เป็นประจำ แล้วคุณจะพบเลยว่า ปัญหาผมร่วงที่มีจะค่อยๆ ลดน้อยลงไป

ผมร่วงน้อยลงแน่ เมื่อใช้สิ่งนี้

เข้าสู่หน้าร้อนกันอย่างเต็มรูปแบบแล้วนะคะ หากพูดถึงผลไม้หน้าร้อนหลายคนมักคิดถึง แตงโม เป็นหลัก เพราะถือเป็นผลไม้ที่ทานแล้วช่วยดับกระหายได้เป็นอย่างดี แต่รู้หรือเปล่าว่าเจ้าแตงโมนี่มันมีดีมากกว่าแค่ดับกระหายคลายหิวนะคะ วันนี้เรามาดูกันเถอะว่าแตงโมมีคุณประโยชน์อะไรอีกบ้าง – แก้ปัญหาเรื่องความดันสูงได้ดีเพราะในแตงโมนั้นอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่ชื่อและซิทรูลิน ซึ่งเป็นตัวช่วยทำให้เส้นเลือดเกิดการขยายตัวขึ้น – ชะลอริ้วรอยก่อนวัยด้วยการทานส่วนแกนสีขาวของแตงโมซึ่งนั่นเป็นส่วนที่มีทั้งซิทรูลินและสารต้านออกซิเดชั่นหรือที่มักเรียกกันในชื่ออนุมูลอิสระ – คนกำลังไดเอทก็ทานได้ เพราะแม้แตงโมจะมีรสชาติที่หวานฉ่ำ แต่แคลลอรี่กลับต่ำอย่างไม่น่าเชื่อเลยเชียวล่ะ

เพราะแตงโมไม่ได้มีดีแค่ดับกระหาย

การดีท็อกซ์คือวิธีการขจัดของเสียออกจากร่างกายเพื่อให้อวัยวะกลับมาทำงานได้อย่างเป็นปกติ ซึ่งการดื่มน้ำผลไม้เองก็สามารถช่วยเรื่องการดีท็อกซ์ได้ดีเช่นกัน ทั้งนี้จะต้องดื่มให้ถูกวิธีกันด้วยล่ะ 1. ดื่มในอัตราส่วน 1 : 1 นั่นหมายถึงควรเลือกใช้น้ำผลไม้ 1 ส่วนและน้ำผัก 1 ส่วน ผสมรวมกันก่อนดื่ม 2. การดื่มเพื่อดีท็อกซืให้ใช้ระยะเวลาดื่มอยู่ที่ 10-14 วัน ไม่ควรเกินกว่านั้น 3. ให้ดื่มตอนท้องว่างเพื่อที่สารอาหารในผลไม้จะได้ย่อยง่ายขึ้น แถมยังช่วยทำให้อิ่มท้องได้ง่าย

ดื่มแบบนี้ดีท็อกซ์ได้ชัวร์!

มันต้องมีบ้างแหละปัญหาการนอนไม่หลับน่ะ แต่จะปล่อยไว้แบบนั้นมันก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายอื่นๆ ตามมาได้ งั้นมาหาทางแก้กันเถอะ ด้วยเทคนิคดีๆ ต่อไปนี้ – นอนห้องแอร์เย็นๆ : การนอนพักในห้องที่มีอุณภูมิต่ำกว่าปกติสัก 2-3 องศาจะทำให้สมองเกิดความรู้สึกเคลิบเคลิ้มและง่วงนอนมากขึ้น – นอนให้เป็นเวลา : ไม่ว่าจะเป็นวันไหนก็ควรนอนให้เป็นเวลา วันละ 8 ชั่วโมง และตื่นให้ตรงเวลาเหมือนปกติเพื่อเป็นการรีเซ็ตร่างกายในช่วงเวลาเดิมนั่นเอง

นอนไม่หลับทำไงดี?

ไม่ว่าใครต่างก็อยากมีผมที่นุ่ม เงางาม ดูมีน้ำหนักด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้าเกิดสาวๆ ยังคงทำ 3 เรื่องนี้อยู่ล่ะก็ รับรองว่าผมจะมีแต่ความลีบแบนอย่างแน่นอน ว่าแล้วก็มาดูกันว่า 3 เรื่องไม่ควรทำนั้นมีอะไรบ้าง 1. สระผมบ่อยหรือน้อยเกินไปใน 1 สัปดาห์ : เพราะการสระผมแต่ละครั้งจะทำให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้นไป และทำการผลิตน้ำมันออกมาเพื่อชดเชย แต่หากไม่สระเลย ก็จะกลายเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคไปแทนซะอีก ดังนั้นใน 1 สัปดาห์ ควรสระผม 2-3 ครั้ง ถือเป็นจำนวนที่เหมาะสมที่สุด 2. ทานไขมันเยอะไป : การทานไขมันแบบเยอะเกินความจำเป็นนั้นนอกจากเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนแล้วมันยังมีผลต่อหนังศีรษะของคุณอีก เพราะไขมันที่กินไปนั้นสุดท้ายจะถูกขับออกมาเป็นน้ำมันบนหนังศีรษะ กลายเป็นเพิ่มความมันและลีบแบนให้เส้นผมโดยไม่รู้ตัว 3. หวีผมบ่อยใช่ว่าจะดี : หลายคนเข้าใจผิดว่า ยิ่งหวีผมก็ยิ่งผงเงาสลวย แท้จริงแล้วการหวีผมบ่อยเกินไปนั้นจะเป็นการไปกระตุ้นให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันออกมาเป็นจำนวนมากแทน นอกจากนี้การใช้มือจับเส้นผมเป็นประจำก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรเช่นกัน เพราะนิ้วมือของคุณอาจมีเชื้อโรคต่างๆ สะสมอยู่ เมื่อไปจับเส้นผมเข้าบ่อยๆ จะกลายเป็นการเพิ่มสิ่งสกปรกเข้าสู่เส้นผม

ไม่อยากมีผมลีบแบน ระวัง 3 เรื่องนี้

อายุยิ่งมาก สุขภาพกระดูกและฟันก็ย่อมเสื่อสภาพลงตามกาลเวลา ดังนั้นคุณจึงควรหันมาสนใจและบำรุงสุขภาพตัวเองกันบ้าง ทีนี้เรื่องของการกินอาหารนั้นสามารถช่วยบำรุงกระดูกและฟันได้มากทีเดียวค่ะ เดี๋ยววันนี้ก็ลองมาดูกันนะว่าทานอะไรแล้วกระดูกกับฟันแข็งแรงบ้าง – ไข่แดง : ทั้งทานโดยตรงก็ดี หรือจะทานเมนูที่มีไข่แดงเป็นส่วนผสมก็ได้ อาทิ ทองหยิบ ทองหยอด สังขยา หรือแม้แต่น้ำสลัดครีม – ขนมปัง : หรือเมนูอื่นๆ ที่ทำจากยีสต์อย่างพวกซาลาเปา ทานแล้วดีต่อกระดูกแน่นอน – นม : เป็นของตายที่หลายคนรู้กันอยู่แล้วเนอะว่ามีแคลเซียมสูงขนาดไหน ทั้งนี้ควบรวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่นที่มีนมเป็นส่วนประกอบ เช่น ชีส เนยแข็ง หรือน้ำเต้าหู้ด้วย

3 เมนูทานซะ เพื่อกระดูกและฟันที่แข็งแรง

สิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าคุณจะเป็นคนผมสั้นหรือยาวก็มักจะได้เจอคือปัญหาผมแตกปลาย เพื่อแก้ไขปัญหานั้น วันนี้เราจะขอแนะนำสูตรเด็ดบอกลาเส้นผมแตกปลายกันค่ะ เริ่มต้นด้วยการนำน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะมาผสมกับน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ และน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันดี จากนั้นให้นำมาหมักผมไว้ 15 นาที แล้วจึงล้างออกให้สะอาด ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง แล้วเส้นผมที่เคยมีปัญหาจะค่อยๆ กลับมาดูสวย มีสุขภาพดีได้อีกครั้ง

บอกลาผมแตกปลายด้วยสูตรเด็ดที่คุณควรลอง

‘อ้วนเอาๆ ไม่ผอมสักที เพราะไม่มีเวลาเข้าฟิตเนส’ ประโยคนี้น่ะเก็บไว้เลย เพราะในวันนี้เราจะบอกว่า ถึงไม่ต้องเข้าฟิตเนสก็ออกกำลังกายได้นะจ๊ะ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ตื่นให้เช้าขึ้นและใช้เวลาช่วงนั้นออกกำลังกายสัก 15 นาที ช่วงระหว่างวันก็หัดขยับแข้งขาเสียบ้าง ลุกขึ้นเดินหน่อย พอตกดึก ก็พักผ่อนให้เป็นเวลา นอนยาว 8 ชั่วโมงไปเลย เพียงเท่านี้ หุ่นสุขภาพดีก็อยู่ไม่ไกลแล้วค่ะ

ออกกำลังกายง่ายๆ แบบไม่ต้องเข้าฟิตเนส

แม้จะดูแลผิวหน้าจนสวยเด่นเพียงใด แต่ถ้าผมเสีย ชีวิตก็พังอยู่ดีนะเออ ได้ยินแบบนี้แล้วก็หันมาดูแลเส้นผมกันหน่อยเร็ว ด้วยทริคง่ายๆ แค่ 2 เรื่องนี้ ก็ช่วยให้ผมมีสุขภาพดีแล้วค่ะ 1. ทำความสะอาดหวีเป็นประจำ เพราะหากไม่ทำความสะอาดหวีเสียบ้าง สิ่งสกปรกที่อุดตันในหวีจะเข้าไปเกาะกุมที่หนังศีรษะของคุณแทน 2. เล็มผมทุก 2 เดือน จะเป็นการช่วยลดปัญหาผมแห้งเสียและแตกปลายจากการตากแดดหนักมากหรือทำสีผมบ่อยเกินไปได้ดี เห็นมั๊ย ง่ายๆ แค่ 2 เรื่อง ก็ช่วยให้คุณมีผมสวย สุขภาพดีได้แล้วนะคะ

2 เรื่องทำสิเพื่อผมสุขภาพดี

จะดีแค่ไหนหากแต่งหน้าในตอนเช้าแล้วไม่ต้องเติมต่อในตอนบ่ายน่ะ วันนี้เรามีทริคดีๆ ที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องหอบหิ้วเอาสารพัดเมคอัพติดกระเป๋ามาให้หนักหน่วงล่ะ เพียงแค่ลองขัดผิวหน้าเบาๆ ดูบ้าง เพื่อทำให้ผิวหน้ากระชับ เนียนนุ่มและทำให้การแต่งหน้าใน 1 ครั้งติดทนได้ยาวไปถึงเย็นนั่นเอง ซึ่งขั้นตอนการขัดผิวนั้น เริ่มจากจัดเตรียมผ้าชุบน้ำอุ่นไว้ บิดให้หมาดๆ จากนั้นจึงค่อยๆ ถูวนเบาๆ จนทั่วใบหน้า ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวันนะคะ เพื่อผิวที่เรียบเนียนอยู่เสมอ

ทริคน่ารู้ที่ทำแล้วแต่งหน้าติดทนขึ้น

เคยไหม? รู้สึกเสียดายหลังตัดผมสั้นไปแล้ว แต่ไม่รู้จะทำยังไงให้ผมกลับมายาวได้ดังเดิม วันนี้เรามีวิธีดีๆ มานำเสนอค่ะ เพียงแค่หมั่นนวดหนังศีรษะให้สม่ำเสมอ ซึ่งสามารถทำได้ทุกครั้งที่สระผม โดยใช้นิ้วมือนวดวนเบาๆ ให้ทั่วหนังศีรษะเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต อีกทั้งยังเป็นการเติมสารอาหารให้กับเส้นผมได้อย่างทั่วถึง การทำเช่นนั้นจะทำให้เส้นผมได้รับการบำรุงและเจริญเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้แปรงหวีผมโดยให้น้ำหนักของหวีกระทบโดนโคนผมเบาๆ เพื่อช่วยกระตุ้นหนังศีรษะซึ่งถือเป็นการนวดอีกทางหนึ่งด้วย

อยากเร่งผมยาว อย่าลืมทำแบบนี้

เคยสงสัยไหมว่า ทั้งที่สภาพอากาศก็ไม่ได้แห้งหรือหนาวเย็น แต่ทำไมริมฝีปากถึงแห้งแตกเป็นขุยบ่อยเหลือเกิน เหตุที่เป็นแบบนี้ ส่วนหนึ่งอาจเกิดขึ้นจากการที่คุณทาลิปสติกบ่อยในขณะที่ตอนทำความสะอาดกลับล้างคราบลิปออกได้ไม่เกลี้ยงนั่นเอง เพราะคราบลิปสติกเหล่านั้นจะเป็นตัวไปดูดเอาความชื้นออกจากผิวบริเวณริมฝีปากได้ ดังนั้นครั้งต่อไปอย่าลืมตรวจเช็คดูด้วยว่าได้ทำความสะอาดริมฝีปากได้อย่างหมดจดแล้วรึยังค่ะ

ทาลิปบ่อยไป ระวังปากแห้ง!

น้ำมันมะพร้าวถือเป็นไอเทมที่คู่ควรกับสาวๆ ซะจริง เพราะนอกจากมันจะสามารถช่วยในเรื่องการบำรุงผิวได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังสามารถนำมาใช้เพื่อล้างเครื่องสำอางได้อีก และอีกหนึ่งสิ่งที่หากสาวๆ ได้รู้แล้วจะกรี๊ดก็คือ น้ำมันมะพร้าวสามารถช่วยเติมความแข็งแรงให้กับขนตาได้ดี แถมยังเป็นตัวเร่งกระตุ้นให้ขนตายาวและหนางอนได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย ซึ่งวิธีการใช้นั้นก็ง่ายๆ แค่นำคัตเติ้ลบัตมาจุ่มน้ำมันมะพร้าวแล้วค่อยๆ ทาลูบที่ขนตาตั้งแต่โคนขึ้นมาก่อนเข้านอนทุกวัน ไม่เกิน 2 อาทิตย์คุณจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน

น้ำมันมะพร้าว ไอเทมเด็ดเพื่อขนตางอนยาว

สาวๆ ปากคล้ำต้องรีบมาดู สูตรลับเฉพาะริมฝีปากสีชมพูนุ่มน่าจุ๊บที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ไม่ยากเลยค่ะ แค่นำน้ำมันมะกอกมาผสมกับน้ำตาลโดยคนสักนิด อย่าให้น้ำตาลละลายจนหมดล่ะ จากนั้นให้นำไปเเช่ตู้เย็นไว้เลย จนเย็นสะใจแล้วค่อยตักออกมาขัดถูเบาๆ ที่ริมฝีปากสัก 1-2 นาที จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำ อาทิตย์ละ 1-2 ครั้งก็เป็นอันใช้ได้แล้วค่ะ

สูตรลับสครับปาก สร้างริมฝีปากสีชมพูนุ่มน่าจุ๊บ

แม้ลิปบาล์มจะเป็นไอเทมที่ใช้เติมความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากของคุณได้เป็นอย่างดีก็ตาม แต่รู้ไหมว่า มันนำมาใช้กับคิ้วได้ด้วย โดยตัวลิปบาล์มนั้นสามารถนำมาปัดคิ้วให้ดูเป็นทรงสวยอย่างง่ายๆ เพียงแค่ทาลงบนคิ้วก่อนแล้วจึงใช้ที่ปัดคิ้วตาม เท่านี้คิ้วของสาวๆ ก็จะเป็นทรง ไม่รกรุงรังแล้วล่ะค่ะ

คิ้วรกไม่เป็นทรง ลองใช้ลิปบาล์มช่วยดูสิ

อย่ามัวแต่บำรุงใบหน้าจนลืมใส่ใจเส้นผมของตัวเองกันล่ะ ยิ่งถ้าช่วงนี้่ผมของสาวๆ แห้งกร้านหรือหยาบฟูแล้วล่ะก็ ยิ่งต้องหันมาจัดการตัวเองกันด่วนเลยค่ะ! ถ้ายังไงในวันนี้มาทำความรู้จักกับสูตรฟื้นฟูและบำรุงเส้นผมนี้กันดีกว่า เริ่มด้วยการนำมะม่วงสุกบด 2 ช้อนโต๊ะไปผสมกับไข่แดง 1 ฟองและโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ จนเนียนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วค่อยนำมาหมักจนทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ 30-45 นาทีแล้วจึงล้างออก ทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง แล้วเส้นผมที่เคยเสียก็จะกลับมานุ่มสลวยเงางามได้อีกครั้ง

ผมสวยนุ่มลื่นด้วยมะม่วง

เบื่อมั๊ย? กับปัญหาส้นเท้าแตกที่ทำให้คุณรำคาญใจทุกครั้งเวลานอน ลองมาแก้ปัญหาด้วยการเติมความชุ่มชื้นให้กับเท้าของคุณด้วยอะโวคาโดและกล้วยดูสิ ง่ายๆ เลยเพียงแค่นำ 2 สิ่งนี้ไปปั่นจนละเอียดออกมาเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นจึงนำมาทาที่ส้นเท้า พอกทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออก ทำอยู่เป็นประจำ ส้นเท้าที่เคยแห้งแตกจะค่อยๆ กลับมานุ่มขึ้นอีกครั้ง

บำรุงเท้าด้วยอะโวคาโดและกล้วย

เพราะกลิ่นกายที่หอมฟุ้งคือเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้หนุ่มๆ หันมาสนใจในตัวคุณได้ง่ายขึ้น แต่หากใช้น้ำหอมที่เยอะเกินไปหรือฉีดตลอดวันมันก็ออกจะเยอะไปสักหน่อย เอาแบบนี้สิ เรามีทริคดีๆ ที่ช่วยให้คุณมีความหอมฟุ้งได้ทั้งวันมาฝากกัน ทริคที่ว่าก็คือ ให้เลือกกลิ่นที่ชอบเป็นที่ตั้ง จากนั้นให้จัดการปรับเปลี่ยนเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ต่างๆ ให้เป็นกลิ่นโทนเดียวกัน เมื่อใช้กับตัวของสาวๆ แล้ว กลิ่นที่ได้จะอ่อนลง ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดูเป็นการปรุงแต่งที่มากเกินไป แถมกลิ่นหอมๆ นี้จะติดตัวคุณไปตลอดทั้งวันเลยล่ะ

ทริคน่ารักสร้างความหอมให้หนุ่มๆ หลงใหล

สาวๆ ที่รักการทานเผ็ดโปรดระวังไว้ เพราะคุณอาจต้องประสบกับปัญหาริมฝีปากคล้ำจนไม่ชวนมองสักเท่าไร แถมยังจะทำให้มองเห็นริ้วรอยบนริมฝีปากได้ชัดขึ้นอีกต่างหาก ที่เป็นแบบนั้นเพราะรสจัดจะเป็นตัวดูดเอาความชุ่มชื้นออกจากริมฝีปากยังไงล่ะ เพื่อเป็นการรักษาและกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากนั้น เราขอแนะนำให้ทำการฝานแตงกวาบางๆ แช่ในตู้เย็นไว้จนเย็นจัดๆ แล้วจึงนำมาวางมาส์กบนริมฝีปาก 15 นาที ทำเป็นประจำ อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง แล้วริมฝีปากก็จะกลับมาดูเนียนนุ่มไร้ปัญหาริ้วรอยได้ในเร็ววันค่ะ

ลดปัญหาปากคล้ำด้วยมาส์กแตงกวา

ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากมีมือที่แห้งกร้านกันหรอกจริงไหม คนส่วนใหญ่จึงเลือกใช้แฮนด์ครีมมาเป็นตัวช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้แก่ผิวมือ แต่ทีนี้หากในบ้านไม่มีแฮนด์ครีมอยู่ล่ะ จะทำอย่างไร? เราขอแนะนำว่า ถ้าในบ้านมีน้ำมันอัลมอนด์อยู่ล่ะก็ ให้หยิบมาใช้แทนแฮนด์ครีมกันได้เลย เพราะน้ำมันอัลมอนด์นั้นสามารถเติมเต็มความชุ่มชื้นให้มือ เล็บ และผิวหนังชั้นนอกได้ดีไม่แพ้แฮนด์ครีมทั่วๆ ไปเลยล่ะ ที่สำคัญ มันซึมซับเข้าสู่ผิวได้เร็วอีกด้วย ไม่เชื่อก็ลองหาหยิบมาใช้กันดูสิ

แฮนด์ครีมหมด ใช้น้ำมันอัลมอนด์แทนสิ

เป็นเรื่องธรรมดาที่พออายุมากขึ้น เส้นผมของสาวๆ ก็ถึงคราวเสื่อมสภาพตาม ยิ่งมาเจอความเครียดและปัจจัยต่างๆ เข้าไปก็กลายเป็นการเร่งให้ผมหลุดร่วงและขาวหงอกเร็วขึ้นไปอีก จะพึ่งการย้อมสีผมอยู่ตลอดก็จะกลายเป็นทำร้ายผมทางอ้อมไปอีก ฉะนั้นวันนี้เรามาเปลี่ยนวิธีกันใหม่ ด้วยการชะลอการเกิดผมขาวจากการทานอาหารกันดีกว่า โดยเมนูที่สามารถช่วยชะลออาการหงอกของเส้นผมได้นั้นคือ ‘เห็ด’ นั่นเอง เพราะเห็ดเป็นอาหารที่มีทองแดงสูง สามารถช่วยยืดอายุของสีผมได้นานขึ้น อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และโปรตีนซึ่งเพียงพอต่อการเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกาย ดังนั้นสาวๆ ที่ต้องการบำรุงเส้นผมเราแนะนำให้ทานเห็ดต่อวันอย่างน้อย 1/2 ถ้วยตวงจะดีที่สุดค่ะ

ชะลอผมขาว ทานเห็ดกันเถอะ!

สาวๆ คนไหนที่ทาเล็บบ่อยอาจได้เจอปัญหาเล็บเหลืองกันมาบ้าง วันนี้ลองมาแก้ปัญหากันด้วยสูตรมะนาวกันเถอะ เริ่มจากหั่นมะนาวให้เป็นแว่นแล้วใส่ลงไปในน้ำอุ่น จากนั้นให้แช่มือหรือเท้าไว้ 5-10 นาที แล้วค่อยล้างออก ทำเป็นประจำ แล้วคุณจะเห็นผลลัพธ์ที่ชวนว้าวภายใน 2 สัปดาห์ ทั้งนี้หากใครที่เล็บเหลืองมากๆ เข้า เราขอแนะนำให้เอาเปลือกมะนาวมาขัดถูให้ทั่วเล็บกันด้วยนะคะ เพื่อเป็นการเร่งฟื้นฟูสภาพเล็บให้ขาวเนียนยิ่งขึ้น

แก้เล็บเหลือง หยิบมะนาวมาใช้กัน

ในเรื่องของความสวยความงามนั้น ‘ฟัน’ ถือเป็นส่วนที่สำคัญไม่น้อยเลย เพราะฉะนั้นเราควรหมั่นดูแลความสะอาดสร้างเสริมสุขภาพที่แข็งแรงให้ฟันของคุณด้วยวิธีการง่ายๆ อย่างการบ้วนปากด้วยเกลือ ง่ายๆ ค่ะ แค่นำเหลือไปผสมกับเบกกิ้งโซดาและน้ำเปล่าสะอาด จนละลายเข้ากันหมด แล้วจึงนำมาบ้วนปากตามปกติ ใช้แบบนี้ทุกวัน สุขภาพฟันขาวสวยและแข็งแรงอย่างแน่นอน

ฟันสะอาดสุขภาพแข็งแรงด้วยเกลือ

มีสาวๆ อยู่ไม่น้อยเลยที่อยากทำผมลอนแต่กลัวจะเจอปัญหาผมพันกันจนยุ่ง ลองแวะมาใช้สูตรนี้กันดูสิคะ ง่ายๆ เลย แค่นำเกลือไปผสมกับน้ำอุ่นและเติมน้ำมันมะพร้าวลงไปเล็กน้อยเก็บใส่ในขวดสเปรย์แล้วนำมาฉีดพ่นให้ทั่วเส้นผมหลังสระผมเสร็จ ขยำเบาๆ ก็ได้ออกเป็นลอนสวยๆ แถมดูเป็นธรรมชาติแล้วล่ะ นอกจากนี้ปัญหาผมพันกันก็จะหมดไปอีกด้วย

เนรมิตผมลอนสวยด้วยเกลือ

ปัญหาผมร่วงเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ทั้งความผิดปกของรูขุมขน ระบบภูมิคุ้มกัน การขาดวิตามิน พักผ่อนไม่เพียงพอ รวมไปถึงความเครียด อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบำรุงสุขภาพเส้นผมให้แข็งแรงได้ด้วยการทานแซลมอนค่ะ เพราะในแซลมอนจะอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 และวิตามินอื่นๆ อีกเพียบ ที่สำคัญยังเต็มไปด้วยโปรตีนไฟเบอร์ตัวช่วยบำรุงเส้นผมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ฉะนั้นใครอยากมีผมสวยอย่าลืมทานกันบ่อยๆ นะคะ

บำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ต้องทานแซลมอน

สาวๆ คนไหนที่กำลังหนักใจกับปัญหาใต้วงแขนคล้ำจนหมดความมั่นใจ ไม่กล้าใส่ชุดอวดวงแขนล่ะก็ ลองหันมาดูแลตัวเองด้วยการขัดผิวเพิ่มความกระจ่างใสให้ใต้วงแขนด้วยขั้นตอนง่ายๆ กันดูสิคะ เพียงแค่นำผงขมิ้นมาผสมให้เข้ากันกับมะขามเปียก ก่อนขัดเบาๆ ให้ทั่วรักแร้ และพอกทิ้งไว้ 5 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำทุกวัน ส่วนที่เคยคล้ำก็จะค่อยๆ ขาวสวย เรียบเนียนดูเป็นธรรมชาติขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ขมิ้นขัดผิวเสริมความกระจ่างใสใต้วงแขน

นอกจากการดูแลผิวหน้าแล้ว สิ่งที่สาวๆ ควรให้ความสำคัญไม่น้อยกันคือมือของคุณเอง ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ทำงานเป็นประจำ ยิ่งต้องดูแลกันให้ดี ในวันนี้เราเลยหยิบเอาทริคการดูแลมือที่น่าสนใจมาฝากกัน เพียงแค่เลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดสูตรสกัดจากน้ำมันยูคาลิปตัส ที ทรี ออยล์ และน้ำนมในการทำความสะอาดมือแทนที่จะใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ทำจากสารเคมี เพราะสารสกัดจากธรรมชาติโดยเฉพาะน้ำนมนั้นจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวของคุณและทำให้มือนุ่มน่าสัมผัสมากขึ้น

ทริคน่ารู้ช่วยมือนุ่ม

การสครับผิว คือวิธีง่ายๆ ที่สามารถช่วยทำให้ผิวของสาวๆ เรียบเนียน กระจ่างใส แถมยังเหมือนได้นวดตัวไปด้วย แต่ทีนี้หากสครับผิวไม่ดี แทนจะได้ผิวสวย อาจได้ผิวเสียแทน โดยเฉพาะ 2 ข้อนี้ที่ควรรู้ก่อนทำการสครับผิวค่ะ 1. ก่อนสครับ ผิวต้องเปียกเพราะเนื้อสครับที่หนืดนั้นหากเอาไปถูกับผิวที่แห้งอยู่อาจทำให้เกิดการเสียดสีมากเกินไปจนเกิดการระคายเคืองได้ 2. สครับด้วยแรงที่เบาที่สุด เพราะผิวหนังของคนเรามีทั้งส่วนที่แข็งแรงและบอบบาง การสครับด้วยแรงที่มากเกินไป นอกจากทำให้ผิวเกิดการอักเสบแล้ว ยังเสี่ยงจะทำให้ผิวเกิดริ้วรอยได้ง่าย

2 สิ่งควรรู้ก่อนสครับผิว

ถึงเทรนด์ถุงใต้ตาจะมาแรงในหมู่สาวๆ ก็ตาม แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบถุงใต้ตาก็ยังคงมีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน จะทำอย่างไรให้ถุงใต้ตาพวกนี้บวมน้อยลง ตามติดเคล็ดลับดีๆ จากเราได้เลยค่ะ – ลงกันแดดรอบดวงตา : โดยเลือกใช้ครีมกันแดดสำหรับดวงตาโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันรังสียูวีไม่ให้เข้ามาทำร้ายผิวส่วนบอบบางบริเวณนั้น – ถุงชาแช่เย็น : สามารถนำมาวางโปะบนดวงตาสัก 5 นาทีหรือจนกว่าถุงชาจะหายเย็น วิธีนี้ทำเพื่อลดอาการบวมที่ใต้ดวงตาได้ แต่จะต้องเป็นถุงชาที่ใช้แล้วเท่านั้นนะคะ – ทาอายส์ครีมเย็นเจี๊ยบ : ใครที่ปกติใช้อายส์ครีมในยามค่ำคืนอยู่แล้ว ลองนำอายส์ครีมที่ใช้ไปแช่เย็นก่อนใช้ดูสิคะ ความเย็นที่ได้จะช่วยทำให้เส้นเลือดใต้ดวงตาหดตัวลงได้โดยง่ายค่ะ

บำรุงผิวบอบบางรอบดวงตาด้วยเคล็ดลับง่ายๆ ดังนี้

คงไม่มีสาวคนไหนจะแฮ๊ปปี้กับขนส่วนเกินกันหรอกใช่ไหม แต่ทีนี้จะกำจัดมันทั้งที คุณต้องไม่ลืมทำ 2 ข้อนี้เสียก่อน ไม่เช่นนั้นหลังกำจัดขนไป ชีวิตอาจพังได้ค่ะ 1. ขัดผิว : อย่าคิดว่าอยากกำจัดขนเมื่อไรก็ทำได้เลยเชียวล่ะ เพราะแทนที่ทำแล้วจะสวยเช้ง มันจะกลายเป็นเกิดปัญหาอุดตันขึ้นมาแทนได้ เพราะฉะนั้น ก่อนจะกำจัดขน เราขอให้คุณจัดการขัดผิวขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไปเสียก่อนจะดีกว่า 2. เติมความชุ่มชื้นให้ผิว : การทำเช่นนี้สามารถช่วยให้เส้นขนอ่อนตัวและหลุดลอกออกได้ง่ายขึ้น โดยให้ทำการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นก่อนเริ่มกำจัดขนประมาณ 5-7 วันนะคะ

2 ข้อห้ามลืมก่อนกำจัดขน

เห็นสภาพอากาศในช่วงนี้แล้วก็ได้แต่ท้อใจ ทั้งมลพิษและแสงแดด ต่างแย่งแผดเผาทำลายผิวไปเสียหมด ถ้าไม่ทำการบำรุงกันเสียหน่อย มีหวังผิวแห้งกร้าน ลอกเป็นขุยแน่นอน อย่ารอให้ถึงวันนั้นเลย มาเริ่มทำการบำรุงสุขภาพผิวตั้งแต่วันนี้ดีกว่า การบำรุงเติมความชุ่มชื้นกลับเข้าสู่ผิวนั้นทำได้ไม่ยาก เพียงแค่หมั่นพอกผิงด้วยผลไม้อย่างกล้วยหอม มะม่วงสุก หรือสับปะรด ซึ่งเป็นผลไม้ที่ให้น้ำเยอะ อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 15 นาที เท่านี้ก็เพียงพอแล้วค่า สำหรับวิธีทำก็ง่ายเเสนง่าย เพียงนำผลไม้ที่กล่าวมาด้านต้นมาบดให้ละเอียด ก็สามารถนำมาพอกให้ทั่วทั้งตัวได้เลย! ใครไม่อยากผิวแห้งจนรำคาญ อย่าลืมพอกผิวกันล่ะ

เคล็ดลับสร้างผิวชุ่มชื้นด้วยผลไม้

เมื่ออายุมากขึ้น ผิวของคุณก็หย่อนคล้อยตาม ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่ดูแลใส่ใจซะบ้าง กว่าจะรู้ตัวอีกทีใบหน้าของคุณก็ดูแก่กว่าวัยไปเสียแล้ว อย่ารอให้เป็นแบบนั้นเลยค่ะ หันมาบำรุงกันตอนนี้ก็ยังไม่สาย แค่เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการทานไข่ซึ่งเป็นแหล่งรวมสารบำรุงชั้นเลิศ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ ธาตุเหล็ก ทองแดง สังกะสี รวมไปถึงไขมันดีที่จะช่วยทำให้ผิวเรียบเนียนพร้อมเสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรงให้กับผิวของคุณ

คงความกระชับ ผิวหน้าเต่งตึงด้วยการทานไข่

เบื่อมั๊ย? กับปัญหาทาลิปแป๊บๆ ลิปก็ลอกจนต้องทาแล้วทาอีก เปลืองลิปสติกเสียเปล่าๆ มาลองปรับเปลี่ยนวิธีกันใหม่ดีกว่าค่ะ กับทริคแจ่มว้าวที่จะช่วยให้ลิปติดแน่นทนนานบนริมฝีปากของคุณได้หลายชั่วโมงเลยเชียวแหละ จากการทาลิปตามปกติ ให้จัดแจงฉีกยิ้มกว้างและทาลงไปเลย วิธีนี้จะทำให้เนื้อลิปสติกติดอยู่ทั่วทั้งริมฝีปากไม่เว้นแม้แต่มุมปากด้วย หลังทาเสร็จให้ฉีกยิ้มค้างไว้ต่ออีกสัก 1-2 นาที แล้วค่อยนำทิชชู่มาซับเบาๆ ก่อนจะใช้แปรงแตะแป้งฝุ่นโปร่งแสงปัดทับบนริมฝีปากเบาๆ ตามด้วยการทาลิปทับลงไปอีกรอบ ทำเสร็จแล้วรับรองว่าคุณจะเสียเวลานั่งเติมลิปน้อยลงอย่างแน่นอนค่ะ

ทริคนี้แจ่มว้าว ทาลิปตัวไหนก็ติดทน

การมีผมดกดำ ดูนุ่มลื่น สุขภาพดีนั้นคือสิ่งที่ใครๆ ก็ต้องการ เพื่อให้การบำรุงเส้นผมเป็นไปได้ด้วยดี ในวันนี้เราขอแนะนำอีกหนึ่งสูตรที่จะช่วยให้เส้นผมดูแข็งแรงมากยิ่งขึ้นค่ะ โดยสูตรนี้เราจะให้หัวหอมใหญ่เป็นไอเทมหลัก ไม่ยากค่ะ แค่เอาหัวหอมไปคั้นจนได้เป็นน้ำ จากนั้นให้ผสมกับน้ำมันมะกอกในสัดส่วนที่เท่ากัน แล้วจึงนำมาหมักผมทิ้งไว้ 10-15 นาที ก่อนสระผมตามปกติ วิธีนี้สามารถช่วยกระตุ้นรากผมให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น แถมยังช่วยกกระชับรูขุมขนบนหนังศีรษะได้ดีอีก

บำรุงเส้นผมให้มีสุขภาพแข็งแรงด้วยหัวหอม

ปัญหากวนใจที่สาวๆ มักต้องพบเจอหลังทำการกำจัดขนส่วนเกินคือรอยแดง อักเสบ และแสบผิว ทำให้หมออารมณ์ไม่อยากออกไปพบใครเลยทีเดียว แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพียงแค่คุณทำการทาโลชั่นสูตรที่มีผสมวิตามิน E แบบเข้มข้นหลังการกำจัดขน ทาเสร็จรอแป๊บเดียว รอยแดงหายเกลี้ยงแน่นอนค่า!

1 ทริคเด็ดโดนขจัดปัญหารอยแดงหลังการถอน

คงไม่มีใครอยากรู้สึกเสียเซลฟ์เพียงเพราะต้นคอดำหรอกจริงไหม เพื่อแก้ปัญหานี้ เรามีเคล็ดลับที่น่าสนใจและทำได้ไม่ยากมาฝากกันค่ะ เพียงแค่นำสำลีไปชุบกับน้ำมะนาวแล้วค่อยๆ ขัดบริเวณลำคอสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง กรดธรรมชาติที่อยู่ในน้ำมะนาวจะค่อยๆ เซาะเอาเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกได้ง่าย เพียงไม่กี่อาทิตย์คุณจะเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ

ไม่อยากเสียเซลฟ์เพราะต้นคอดำ จัดการเลยด้วยวิธีนี้!

สิ่งที่สาวๆ มักได้พบเจอหลังทำการถอนหรือโกนขนส่วนเกินใต้วงแขนคือปัญหาผิวหนังไก่ที่ดูขรุขระจะเสียความมั่นใจกน วันนี้หมดกังวลไปได้เลยค่ะ เพราะเราได้นำทริคการสครับเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะมาฝากกัน เริ่มด้วยการนำเนื้ออะโวคาโดครึ่งลูกมาบดละเอียดและผสมเข้ากับนมสดจนได้ออกมาเป็นเนื้อครีม จากนั้นให้พอกไว้ใต้วงแขนเป็นเวลา 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง แล้วผิวใต้วงแขนจะค่อยๆ กลับมาเรียบเนียนอีกครั้งเอง

ปัญหาหนังไก่ แก้ได้ด้วยการสครับ

สาวๆ คงไม่อยากมีผมที่แห้งเสียกันหรอกใช่ไหมล่ะ มาลองใช้สูตรนี้กันดูสิคะ แล้วผมที่เคยแห้งเสียของคุณก็จะกลับมาดูนุ่มสลวย เงางามอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่นำมายองเนสในตู้เย็นมาหมักผม โดยเป่าลมอุ่นๆ ใส่ให้ทั่วผมเพื่อให้มายองเนสซึมซาบลงในเส้นผมอย่างทั่วถึง ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วสระผมไปตามปกติ ทำอาทิตย์ละครั้ง แล้วคุณก็จะมีผมสวยในแบบที่ต้องการในระยะเวลาไม่นานค่ะ

อยากมีผมนุ่มสลวย มายองเนสช่วยคุณได้

สาวๆ คนไหนที่กำลังประสบกับปัญหาขนตาสั้นและบางอยู่ ลองมาใช้วิธีนี้กันดูสิคะ แค่หากรรไกรปลายทู่ขนาดเล็กสำหรับตัดเล็มขนให้เด็กเล็กมาเล็มปลายขนตาทีละนิด วิธีนี้จะเป็นการช่วยกระตุ้นให้ขนตายาวและหนาขึ้นนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ควรทำด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับดวงตา

อยากมีขนตายาวงอน ต้องทำวิธีนี้

จริงอยู่ว่าการดื่มน้ำผลไม้นั้นสามารถช่วยในเรื่องการดีท็อกซ์สารพิษในร่างกายได้ หากแต่ต้องดื่มให้ถูกจังหวะกันด้วย โดยช่วงที่เหมาะกับการดื่มน้ำผลไม้คือตอนที่ท้องว่าง เพราะสารอาหารที่มีอยู่ในผลไม้จะย่อยได้ยากเมื่อทานพร้อมอาหาร อีกทั้งการดื่มในช่วงเวลานี้จะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้อีกต่างหาก

ดีท็อกซ์ได้ไม่ยากแค่ดื่มให้ถูกเวลา

เพราะเรื่องของปัญหากลิ่นปากนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ คุณจึงควรดูแลเอาใจใส่ในส่วนนี้กันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าวิธีการกำจัดกลิ่นปากนั้นมีอยู่หลากหลาย ทั้งแปรงฟัน ใช้น้ำยาบ้วนปาก สเปรย์ดับกลิ่นปาก หรือแม้แต่การเคี้ยวหมากฝรั่งก็ตาม แต่ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือการทานอาหารที่ช่วยยับยั้งเรื่องกลิ่นปากได้ผลชะงักนั่นเอง โดยอาหารที่เราอยากแนะนำให้ทานกันก็คือ ผักชีฝรั่ง ซึ่งเป็นผักที่มีสารโมโนเทอร์ปีน ตัวช่วยยับยั้งแบคทีเรียในช่องปากได้เป็นอย่างดีนั่นเอง หมั่นทานเป็นประจำ แล้วปัญหากลิ่นปากจะไม่มีมากวนใจคุณอีกต่อไปอย่างแน่นอน

ลมปากหอมสดชื่่นเมื่อทานผักชีฝรั่ง

ใครๆ ก็อยากมีริมฝีปากที่นุ่มสวยด้วยกันทั้งนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เรียวปากแห้งเสีย วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ มาฝากกันถึง 3 ข้อเพื่อสร้างเรียวปากเนียนสวยอยู่ตลอดเวลา 1. ทาลิปบาล์มให้บ่อยเข้า : มองหาลิปบาล์มคุณภาพดีๆ สักแท่งพกติดตัวไว้ และหยิบมาใช้ได้ทุกเวลาที่ต้องการ รวมถึงควรทาลิปบาล์มในช่วงก่อนนอนด้วยนะคะ 2. สครับผิวริมฝีปากบ้าง : ริมฝีปากก็เหมือนกับใบหน้าของคนเรานี่แหละ ควรทำการสครบมันเสียบ้าง อาทิตย์ละครั้ง เพื่อลอกเอาเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกมาพร้อมเผยผิวใหม่ที่สดใสยิ่งกว่าเดิม 3. งดเลียหรือเม้มริมฝีปาก : นี่เป็นสิ่งที่หลายคนมักทำกันโดยไม่รู้ตัว ซึ่งนั่นไม่ดีเลยค่ะ เพราะมันจะยิ่งทำให้ริมฝีปากสูญเสียความชุ่มชื้นออกไปเร็วขึ้น ทำให้ปากดูแห้งหนักกว่าเก่า

3 วิธีดูแลเรียวปากให้สวยอยู่ตลอดเวลา

หลายครั้งที่สาวๆ มักเผลอขยี้ตาในเวลาที่รู้สึกเคืองตาบ่อยๆ นั่นทำให้เกิดริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาได้ง่าย เพราะการขยี้ตานั้นจะทำให้ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาซึ่งค่อนข้างบอบบางเกิดรอยยับหรือรอยตีนกาแบบตื้นๆ ขึ้น อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตาอีก ยิ่งอายุมากก็ยิ่งเห็นชัดขึ้น ดังนั้นถ้ายังไม่อยากมีริ้วรอยก่อนวัยอันควร พยายามอย่าขยี้ตาให้บ่อยเกินความจำเป็นนะคะ

ไม่อยากมีริ้วรอย อย่าขยี้ตาบ่อยเกินความจำเป็น

เวลาพูดถึงผลไม้จำพวกเบอร์รี่ทีไร คนส่วนใหญ่มักมองถึงแต่ข้อดีเรื่องความสวยความงามกัน ซึ่งแท้จริงแล้ว เบอร์รี่ยังมีประโยชน์ในเรื่องการบำรุงสมองและระบบประสาทอีกด้วย โดยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีในเบอร์รี่จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์สมองให้จัดการซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น ทำให้ความสามารถด้านความจำของเราดีขึ้นตามไปด้วยค่ะ

ลืมเก่งนัก ต้องจัดเบอร์รี่

เพราะการตามใจปากทำให้น้ำหนักของคุณพุ่งพรวดเลยใช่ไหมล่ะ วันนี้มาเบรคความหิวกันหน่อยดีกว่าด้วยการทานถั่วเหลืองซึ่งเป็นโปรตีนจากธรรมชาติ แถมยังอุดมไปด้วยคอลลาเจนชั้นเลิศทำให้ผิวพรรณเต่งตึง สวยงาม อีกท้งยังช่วยให้อิ่มท้องได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

อิ่มท้องง่ายๆ แค่ทานถั่วเหลือง

จะหน้าสวยยังไงถ้าผมเสีย เสน่ห์ก็หดหายอยู่ดี เพราะงั้นถ้าไม่อยากมีผมแห้งเสีย ลองทำตามคำแนะนำ 3 ข้อนี้ดูสิคะ 1. เล็มปลายผมทุกๆ 2 เดือน ไม่ว่าจะไว้ยาวหรือสั้นก็ตาม เพื่อช่วยป้องกันปัญหาเส้นผมแตกปลายจนเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาผมหลุดร่วงง่าย 2. อย่าหวีผมหลังสระเสร็จใหม่ๆ เพราะช่วงที่ผมเปียกอยู่น้น เส้นผมจะอ่อนแอและขาดได้ง่ายนั่นเอง 3. สระผมหลังออกกำลังกายทุกครั้ง ไม่ควรปล่อยให้่เหงื่อบนเส้นผมแห้งไปเองเพราะจะเป็นการสะสมเชื้อโรคและเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะ

3 ข้อดูแลผมสวยที่ควรรู้

เพราะการเดินมากๆ อาจทำให้เท้าแตกแห้งกร้านได้ง่าย ลองหาเวลาทำการดูแลสุขภาพเท้ากันสักหน่อยเถอะค่ะ ไม่ยากเลย แค่นำเกลือมาผสมกับน้ำอุ่นใส่ในกะละมัง จากนั้นค่อยแช่เท้าในกะละมังประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ผิวเท้าที่แตกแห้งกร้านก็จะค่อยๆ กลับมาเนียนสวยดังเดิม ที่สำคัญยังช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้ดีด้วย

เท้าเรียบเนียนสวยด้วยเกลือสปา

ปัญหาหนึ่งที่มักเกิดกับสาวที่ชอบทานเผ็ดจัดและทำงานกลางแจ้งเป็นประจำคือริมฝีปากที่คล้ำไม่น่ามอง ยิ่งพอทาลิปสติกเข้าไปก็จะยิ่งทำให้เห็นริ้วรอยชัดเจนขึ้น แบบนี้คงต้องรีบแก้ปัญหากันแล้วล่ะ ไม่ยากเลย แค่จัดการฝานแตงกวาบางๆ แช่เย็นไว้ แล้วค่อยนำมามาส์กที่ริมฝีปาก 15 นาที ทำเป็นประจำแล้วริมฝีปากที่คล้ำก็จะกลับมาเนียนสวยได้ใหม่

หมดปัญหาปากคล้ำด้วยแตงกวา

กำลังประสบปัญหาสิวอยู่หรือเปล่า ถ้าใช่ล่ะก็เราขอแนะนำให้งดล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไปก่อน แต่ให้หันมาใช้น้ำมันดอกคำฝอยในการล้างหน้าแทน เพราะน้ำมันชนิดนี้จะเป็นตัวช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันบนผิวหน้าซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว นอกจากนี้ยังสามารถนำน้ำมันอัลมอนด์หรือน้ำมันจมูกข้าวสาลีมาใช้นวดบริเวณใบหน้าเป็นวงกลมก่อนเช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น และล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นอีกทีเพื่อเป็นการช่วยชะลอริ้วรอยก่อนวัยให้กับผิวได้ดีอีกด้วย

บอกลาปัญหาสิว ด้วยการใช้น้ำมันล้างหน้า

ในบางครั้งคนเราก็ต้องพบเจอกับปัญหาที่หนักและกระเทือนจิตใจจนเสียน้ำตามาบ้าง แต่หลังจากร้องไห้จนสบายใจขึ้นแล้ว สิ่งที่ยังคงหลงเหลืออย่างอาการตาบวมนี่สิที่น่าปวดใจยิ่งกว่า จะทำยังไงดีให้ตาหายบวมในเวลาอันรวดเร็ว วันนี้เรามีคำตอบค่ะ หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้รีบหาผ้าร้อน(ไม่ต้องถึงกับร้อนจัดนะคะ แค่อุ่นๆ ก็ใช้ได้)มาวางโปะที่บริเวณดวงตาสลับกับผ้าเย็นเป็นระยะ เพื่อทำให้การไหลเวียนรอบดวงตาดีขึ้น สักพักอาการบวมจะค่อยๆ ลดลงจนหายไปในที่สุด

ร้องไห้มาหนัก ปรับดวงตาให้สดใสยังไงต่อ

รู้หรือเปล่า? ช่วงกกลางคืนนั้นเปรียบเสมือนช่วงเวลาแห่งการบำรุงผิวโดยแท้จริงเลยล่ะค่ะ แทนที่จะทาสกินแคร์ตามปกติ ลองเพิ่มน้ำมันบำรุงผิวตามลงไปก่อนนอนด้วยสิคะ เมื่อเรานอนหลับ น้ำมันจะถูกดูดซึมเข้าสู่ผิวเพื่อเพิ่มเติมความชุ่มชื้น ทำให้เมื่อตื่นเช้ามาผิวของคุณจะเด้ง เต่งตึง และดูดี อิ่มน้ำอย่างไม่น่าเชื่อเลยแหละ

ก่อนนอนทำแบบนี้ เช้ามารับรองเเจ่ม!

หลายครั้งที่การไดเอทไม่เป็นผลสำเร็จเพราะแพ้ความอยากอาหารใช่ไหมล่ะ มาลองปรับเปลี่ยนวิธีกันใหม่หน่อย หันมาทานข้าวโพดต้ม 1 ฝักต่อวัน โดยแบ่งไปทานตอนช่วงเช้า ครึ่งฝัก และช่วงบ่ายอีกครึ่งฝักก็ได้ การทานข้าวโพดจะช่วยให้อิ่มท้องได้นาน แถมข้าวโพดยังเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ทำให้กระเพาะอาหารต้องใช้เวลาในการย่อยค่อนข้างนาน เมื่อทานแล้วจะทำให้หนักท้องและไม่รู้สึกอยากทานอย่างอื่นต่อนั่นเอง

รู้ยัง? ทานข้าวโพดต้มลดความหิวได้

คงจะดีไม่น้อยหากสาวๆ มีผิวพรรณสุขภาพแข็งแรง เต่งตึง ไม่หย่อนคล้อยก่อนเวลาอันควร เพื่อให้ผิวของคุณดูสดใสไร้ริ้วรอยกวนใจ เราขอแนะนำให้ในแต่ละวันทานมะเขือเทศสดกันสัก 1-2 ลูกดูสิคะ ด้วยสารไลโคปินและวิตามินซีจึงช่วยให้ผิวที่แห้งกร้านกลับมาขาวกระจ่างใส ไร้ริ้วรอยกวนใจอย่างแน่นอน

ทานสิ่งนี้บ่อยๆ เพื่อผิวอ่อนกว่าวัย

สาวๆ ส่วนใหญ่ล้วนอยากมีหุ่นสวยผอมเพรียวด้วยกันทั้งนั้น แต่จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะ ในแต่ละวันท้องร้องบ่อยเหลือเกิน มานี่เลยค่ะ ดื่มน้ำให้มากๆ เข้า วันละ 8-10 แก้ว หรือประมาณ 1 ลิตรครึ่ง แล้วความหิวที่มีจะลดน้อยลง แถมคอเลสเตอรอลตัวร้ายก็จะถูกปราบลงไปโดยง่ายอีกด้วย อย่างไรก็ตามอย่าดื่มมากเกินกว่าที่กำหนดนะคะ เพราะการดื่มน้ำมากเกินปริมาณที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งที่น่ากลัวต่อสุขภาพไม่น้อยเลยเช่นกัน

อยากมีหุ่นสวย ดื่มน้ำให้พอสิ!

คนส่วนใหญ่มักคิดว่า นมถั่วเหลืองเป็นเมนูเครื่องดื่มที่กินเพื่อช่วยเสริมสร้างกระดูกและลดน้ำหนัก แต่รู้หรือไม่ว่าการดื่มนมถั่วเหลืองนั้นยังสามารถช่วยทำให้ผิวพรรณของสาวๆ เต่งตึง ไร้ริ้วรอย เพราะสารในนมถั่วเหลืองสามารถช่วยล็อกคอลลาเจนใต้ผิวหนังให้อยู่ได้นานมากขึ้น จึงต้องบอกว่า ดื่มนมถั่วเหลืองบ่อยๆ หน้าเด็กสมใจอย่างแน่นอน!

นมถั่วเหลือง กินเถอะ เพื่อผิวสวย

พออายุมากขึ้น ริ้วรอยต่างๆ ก็ค่อยๆ ตามมา เพื่อชะลอเวลาริ้วรอยให้มาช้าที่สุด วันนี้เรามาเริ่มทำโยคะใบหน้าไปพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ เพราะการทำโยคะใบหน้านั้นจะเป็นการช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตให้ทำงานได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยทำให้ผิวหน้ากระชับเต่งตึง ดูเด็กกว่าวัยได้อีก สำหรับท่าที่นำมาสอนในวันนี้จะเป็นท่าที่ช่วยเรื่องการลดริ้วรอยบริเวณร่องแก้มได้ดี เริ่มด้วยทำปากเป็นรูปตัวโอสลับกับห่อปากคล้ายการยิ้ม ทำสลับไปมา 6 ครั้ง เมื่อครบแล้วให้ห่อปากท่ายิ้มค้างไว้และใช้นิ้วกดที่คาง ก่อนเริ่มขยับขากรรไกรขึ้น-ลงช้าๆ 2 รอบ หมั่นทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน แล้วสาวๆ ก็จะมีใบหน้าเด็กลงอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ

ผิวสวยกระชับด้วยท่าโยคะใบหน้า

สาวๆ คนไหนที่อยากมีกลิ่นตวหอมฟุ้งตลอดทั้งวัน ลองนำทริคการฉีดน้ำหอมนี้ไปใช้กันดูสิคะ ง่ายๆ เลย แค่ฉีดน้ำหอมตามบริเวณจุดชีพจรต่างๆ อาทิ ข้อมือ หลังใบหู ข้อพับแขน หรือซอกคอ นอกจากนี้อาจฉีดสเปรย์ฉีดผมที่มีกลิ่นหอมบ้างเล็กน้อย เพียงเท่านี้สาวๆ ก็จะตัวหอมไปทั้งวันแล้วล่ะค่ะ อย่างไรก็ตาม อย่าฉีดน้ำหอมมากกจนเกินไปนะคะ เพราะแทนที่จะหอมจะกลายเป็นฉุนจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้แทน

ฉีดน้ำหอมให้ถูกจุด รับรองหอมฟุ้งไปทั้งวัน

ไม่ว่าจะแต่งตัวเป๊ะยังไง แต่งหน้าสวยแค่ไหน แต่หากคุณมีกลิ่นปากเมื่อไร ความสวยที่มีหวังหมดไปอย่างแน่นอน เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ เราอยากแนะนำให้หันมาทานลูกเกดกันให้มากขึ้น เพราะในลูกเกดนั้นอุดมไปด้วยกรดโอลีโนอิค ซึ่งสามารถช่วยป้องกันแบคทีเรียในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทานเป็นประจำ รับรองกลิ่นปากหายเกลี้ยง!

หมดปัญหากลิ่นปากเมื่อทานลูกเกด

คงไม่ดีแน่ถ้าจะปล่อยให้ริมฝีปากคล้ำอยู่แบบนี้ มาหาทางฟื้นฟูสภาพผิวของริมฝีปากให้กลับมาดูเป็นธรรมชาติได้อีกครั้งกันเถอะ ไม่ยากเลยแค่ให้เนยและน้ำตาลเป็นตัวช่วยหลักค่ะ ง่ายๆ แค่ผสมน้ำตาล 1 ช้อนชาเข้ากับเนย 1 ช้อนชา ให้พอเข้ากันได้ จากนั้นจึงนำมาขัดเบาๆ ให้ทั่วริมฝีปาก ทำแบบนี้สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น ริมฝีปากของคุณก็จะค่อยๆ ผลัดเอาเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไปพร้อมเผยผิวใหม่ที่ดูเนียนสวย อมชมพูเฉกเช่นเดิม

ฟื้นฟูสีผิวให้ริมฝีปากด้วยน้ำตาลและเนย

เบื่อไหมกับการต้องสระผมบ่อยเสียเหลือเกิน บางคนก็สระมันทุกวน บางคนก็สระแบบวันเว้นวัน เพราะทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้หัวมันเยิ้ม ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่อยากสระบ่อยแบบนั้น เราขอแนะนำว่าอย่าเผลอทำ 3 สิ่งนี้เป็นประจำเชียวล่ะ 1. หวีผมบ่อย : เนื่องจากการหวีผมบ่อยๆ นั้นจะทำให้ความมันจากหนังศีรษะติดหวีลงมายังส่วนอื่นๆ ไปด้วย 2. ใช้สเปรย์จัดแต่งทรงผมเยอะ : ถ้าคิดว่าคืนนี้ไม่อยากสระผม ในตอนเช้าอย่าใส่สเปรย์จัดแต่งทรงผม หรือหากจำเป็นต้องใช้ก็อย่าใช้ให้เยอะจนเกินไปค่ะ 3. อาบน้ำแบบไม่รวบผม : สิ่งนี้มักเป็นเรื่องที่สาวๆ มองข้าม ซึ่งเราอยากบอกคุณว่า หากไม่อยากสระผมและไม่อยากให้หัวมันเยิ้มในเช้าวันต่อมาแล้วล่ะก็ ก่อนอาบน้ำอย่าลืมรวบผมหรือจัดการใส่หมวกคลุมผมให้เรียบร้อยด้วยนะคะ

3 ข้ออย่าทำถ้าไม่อยากสระผมบ่อย