ปัญหาผมร่วงคือสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งจะปล่อยทิ้งไว้ก็คงไม่ดี หากใครหากมองหาวิธีลดอาการผมร่วงอยู่ล่ะก็ เราขอแนะนำให้ทานถั่วและพวกธัญพืชต่างๆ ให้เยอะขึ้นค่ะ เพราะในถั่วและธัญพืชทั้งหลายนั้นอุดมไปด้วย กรดไขมันโอเมก้า 3, โอเมก้า 6, และสารต่อต้านอนุมูลอิสระ อยู่เป็นจำนวนมากซึ่งสารเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้รากผมและกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผมได้อีกด้วย ทั้งนี้อาจต้องใช้เวลาสักหน่อยแต่รับรองว่าเห็นผลค่ะ!

อยากแก้ปัญหาผมร่วง ลองทานถั่วสิ

ไม่ใช่มีเพียงกาลเวลาเท่านั้นที่เป็นต้นเหตุให้คุณเกิดปัญหาริ้วรอยก่อนวัย แต่ก่อนที่จะไปกันใหญ่ เรามาเบรกๆ ปัญหานี้กันสักหน่อยดีกว่าค่ะ ด้วยสูตรดีๆ ที่ใช้ขมิ้นเป็นส่วนผสมหลักนี้ เริ่มด้วยการนำผงขมิ้นไปผสมให้เข้ากันกับถั่วเขียวบดและนมสด จากนั้นจึงนำมาพอกให้ทั่วใบหน้าและปล่อยทิ้งไว้ 30 นาที จึงค่อยล้างออก ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง เพียงแค่ 2 เดือน คุณก็จะเห็นเลยว่า ริ้วรอยที่เคยมีบนใบหน้าจะค่อยๆ เลือนหายไป

ริ้วรอยก่อนวัยบนใบหน้า ขจัดมันซะด้วยขมิ้น

ทำไมต้องทนกับปัญหาหน้ามันเยิ้มจนกลายเป็นบ่อกำเนิดสิวกันด้วยล่ะ เรามาแวะหาทางกำจัดความมันบนใบหน้าไปด้วยกันดีกว่า กับสูตรเด็ดจากไข่ขาวที่เราพร้อมนำเสนอคุณสาวๆ กันในวันนี้ เพียงแค่นำไข่ขาวไปแช่ตู้เย็นจนเย็นได้ที่ แล้วค่อยๆ นำมาทามาส์กไว้บนใบหน้า 5-10 นาที หรือจนกว่าจะรู้สึกแห้งตึงบริเวณใบหน้า จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำเย็น หมั่นทำให้เป็นประจำ แล้วความมันบนใบหน้าจะค่อยๆ ลดน้อยลงไปเองค่ะ

ลดความมันบนใบหน้า ไข่ขาวช่วยคุณได้

ในช่วงที่สภาพอากาศค่อนข้างแปรปรวนแบบนี้ ผิวหน้าอันบอบบางของสาวๆ ย่อมเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาผดผื่นได้ง่ายกว่าปกติ เมื่อเกิดปัญหาที่ว่าขึ้นแล้ว เราก็มาหาทางแก้ไขกันดูดีกว่า โดยวันนี้เรามีทริคเด็ดน่าสนใจมาแนะนำกันค่ะ เพียงแค่นำแตงกวามาปลอกเปลือก ฝานบางและแช่ในตู้เย็นจนเย็นจัด จากนั้นจึงนำมาวางโปะบนใบหน้า เน้นบริเวณที่เป็นผื่น รอไว้ 15-20 นาที หรือจนกว่าแตงกวาจะหายเย็น แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำบ่อยๆ แล้วจะช่วยทำให้ผดผื่นที่เกิดขึ้นค่อยๆ ลดน้อยลงไป แถมยังทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้นอีกด้วย

ผื่นขึ้นบนใบหน้า รีบแก้ด้วยแตงกวากันเถอะ

ใครที่คิดว่าทานแต่ผลไม้แล้วจะไม่อ้วนเราขอให้เปลี่ยนความคิดโดยด่วน เพราะอย่าลืมกันค่ะว่า ผลไม้ทั้งหลายย่อมมีน้ำตาลเป็นส่วนผสมอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากทานได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักล่ะก็ เราขอแนะนำผลไม้ 3 ชนิดนี้ค่ะ 1. สตรอว์เบอร์รี่ ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานแสนอร่อย ที่ถึงจะกินมากถึง 8 ลูกต่อวน ก็ยังได้รับน้ำตาลไปเพียงแค่ 2 ช้อนชาเท่านั้น 2. ฝรั่ง กินไปเลยทั้งลูก ปริมาณน้ำตาลที่ได้ก็แค่ 2 ช้อนชา แถมไฟเบอร์สูงด้วย เวิร์กมอร์จะตาย 3. มะละกอ ผลไม้ตัวดีที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้อย่างดีเยี่ยม ทานไปเถอะครั้งละ 8 ชิ้น ปริมาณน้ำตาลที่ได้จะอยู่ที่ 3 ช้อนชาเองแหละ เห็นไหม? การทานผลไม้ ถ้าเลือกทานให้ถูก ชีวิตก็ดีเนอะ!

3 ผลไม้แสนอร่อย ที่ทานแล้วไม่อ้วน

ปัญหาอย่างหนึ่งที่มักเกิดขึ้นเมื่อคุณนอนดึกก็คือ ท้องหิวยามค่ำคืน ครั้นจะเดินไปเปิดหยิบเอาของกินในตู้เย็นมาทาน มันก็ออกจะหนักหน่วงต่อกระเพาะอาหารมาไปหน่อย งั้นวันนี้เรามาลองหาเมนูที่สามารถทานในรอบดึกแบบที่ไม่อ้วนกันดูดีกว่า ซึ่งเมนูที่เราอยากแนะนำในวันนี้คือ นมสด ค่ะ เพราะในนมสดจะมีทั้งสารเคซีนหละโปรตีนเวย์ ซึ่งเป็น 2 ตัวที่สามารถช่วยให้ความรู้สึกอยากอาหารมีลดน้อยลง ยิ่งถ้าเลือกดื่มแบบไขมันต่ำก็ยิ่งดีเลยค่ะ เพราะปริมาณแคลลอรี่จะค่อนข้างน้อยนั่นเอง

หิวเหรอ? นมจืดสิ รับรองอิ่มท้อง

ใครที่ชอบสระผมตอนกลางคืนต้องระวังกันให้ดี เพราะหากนอนทั้งๆ ที่ผมยังไม่แห้งแล้วล่ะก็ คุณอาจได้พบเจอกับปัญหาดังต่อไปนี้ได้ – ปัญหาผมขาดร่วง : เพราะการนอนในสภาพที่ผมยังไม่ทันแห้งสนิทนั้นจะส่งผลทำให้เกิดเชื้อราและสุขภาพเส้นผมที่อ่อนแอลงจนขาดหลุดร่วงได้ง่าย – ปัญหารังแคบนหนังศีรษะ : นอกจากเรื่องของเชื้อราแล้ว มันยังพาลให้เกิดปัญหารังแคอีกด้วย เพราะเชื้อราบนหนังศีรษะที่เมื่อแห้งแล้ว จะเริ่มหลุดลอกออกมาเป็นขุยนั่นเอง – ปัญหาผมหงอก : เนื่องด้วยเวลานอนหลับ ร่างกายจะขับเม็ดสีดำออกมาที่เส้นผม แต่เมื่อเส้นผมยังไม่แห้ง การขับสีออกมาก็ยากขึ้น หลายเป็นว่าเกิดอาหารผมหงอกก่อนวัยอันควร – ปัญหาผมเสียทรง : การนอนโดยที่ผมยังไม่แห้งสนิทนั้น ในยามเช้าเมื่อคุณตื่นมา คุณจะได้เจอกับสภาพเส้นผมที่ยับ แบนหรือชี้ฟู จนจัดทรงได้ยากกว่าปกติ ถ้าไม่อยากมานั่งเสียเวลาจัดการเรื่องผมในตอนเช้า ก็อย่าลืมรอผมแห้งก่อนนอนนะคะ ได้ยินแบบนี้แล้วก็จงจำไว้นะคะสาวๆ ว่าถ้าผมไม่แห้ง ห้ามนอนโดยเด็ดขาด!

ระวังให้ดี! สระผมแล้วหลับทันที ผลเสียเกิดขึ้นแน่นอน

เป็นธรรมดาที่หลังจากการตากแดดแรงจัดมาอย่างหนักหน่วงแล้วคุณมักต้องพบเจอปัญหาผิวไหม้แดดจนรู้สึกแสบร้อนไปหมด ในสถานการณ์แบบนี้เราขอแนะนำให้รีบจัดการแก้ไขอาการปวดแสบปวดร้อนพวกนี้ให้ไวค่ะ ซึ่งวันนี้เราก็มีวิธีรักษาอาการผิวไหม้แดดแถมช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายความเหนื่อยล้ามาฝากกันด้วยล่ะ เพียงแค่หยิบเอาน้ำมันหอมระเหยออกมาเติมผสมลงในน้ำอุ่นแล้วนำมาอาบ หรือหากบ้านใครมีอ่างอาบน้ำล่ะก็ เราแนะนำให้ใส่น้ำมันหอมระเหยลงในอ่างและลงไปนอนแช่เลยค่ะ โดยน้ำมันหอมระเหยที่เราอยากนำเสนอคือ กลิ่นลาเวนเดอร์ หรือคาโมไมล์ค่ะ อาบน้ำเสร็จอาการแสบร้อนจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ

หมดปัญหาผิวไหม้ เมื่อแก้ด้วยไอเทมนี้

ใครว่าการดูแลผิวสวย แค่ทาครีมก็เรียบร้อย ในความเป็นจริงการทาครีมบำรุงต่างๆ นั้น หากทาไม่ถูกเวลาแทนที่ผิวจะดี จะกลายเป็นผิวพังแทนได้ งั้นเราก็มาดูกันดีกว่าว่า ช่วงเวลาไหนที่การทาครีมของสาวๆ จะสัมฤทธิ์ผลมากที่สุด ในยามเช้า สาวๆ ควรหมั่นทาครีมบำรุงให้เสร็จเรียบร้อยก่อน 9:00 น. โดยก่อนจะทาครีมต่างๆ อย่าลืมล้างหน้าในตอนเช้าก่อนเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขุมให้พร้อมซึมซับสารต่างๆ ของครีมบำรุงได้อย่างเต็มที่นะคะ ในช่วงค่ำคืน ก็ไม่ลืมที่จะลงครีมบำรุงก่อน 22:00 น. เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวกายและคลายความตึงเครียดบนใบหน้า ตื่นเช้ามาผิวหน้าก็จะสดใสไม่โทรมด้วยค่ะ

ทริคนี้ควรรู้ ทาครีมเวลาไหน เวิร์กมอร์ที่สุด

ปัญหาริมฝีปากแห้งยังคงเป็นอะไรที่แวะเวียนเข้ามากวนใจสาวๆ อยู่เป็นระยะจากหลากหลายสาเหตุ แต่เมื่อเป็นแล้ว แทนที่จะปล่อยไว้เรามาลองหาทางแก้ไขกันดีกว่าค่ะ ซึ่งในวันนี้เราก็มีสูตรดีๆ ที่อยากนำมาแนะนำให้ได้รู้จักและลองทำตามกันอีกเช่นเคย เพียงแค่ใช้น้ำตาลมาผสมกับน้ำผึ้งและวาสลีน ก่อนนำมาขัดถูเบาๆ ที่ริมฝีปาก สัก 1-2 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนั้นอยู่เป็นประจำ อาทิตย์ละ 2 วัน แล้วคุณจะได้พบกับความเปลี่ยนแปลงในเรื่องความชุ่มชื้นและความหมองคล้ำของริมฝีปากอย่างชัดเจน

ปากแห้งเหรอ? ขัดด้วยน้ำตาลสิ

ไม่มีใครหรอกที่อยากมีเรียวขาซึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยดำรอยแดงเต็มไปหมด วันนี้เราเลยนำสูตรสร้างเรียวขาสวยที่น่าสนใจมาฝากทุกคนกันค่ะ เพียงเลือกใช้ผลไม้ที่มีรสชาติเปรี้ยว เช่น มะนาว มะนามเปียก หรือ สับปะรด มาใช้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งสูตรที่เราจะสอนกันในวันนี้ เราจะไม่เน้นใช้เนื้อของผลไม้ แต่ให้ใช้เปลือกหรือกากของผลไม้ค่ะ แค่ขัดเบาๆ ควบคู่กับการพอกเรียวขาด้วยน้ำผลไม้่เหล่านั้นทิ้งไว้จนรู้สึกแห้ง ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำสะอาด หมั่นทำเป็นประจำ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง แล้วขาที่เคยเต็มไปด้วยลาย จะค่อยๆ เลือนหายไป เหลือไว้แต่ความเนียนสวยให้กับคุณค่ะ

สูตรนี้โดนใจ สร้างเรียวขาสวยด้วยเมนูรสเปรี้ยว

เพราะในแต่ละวันอายุของคุณมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับปริมาณคอลลาเจนใต้ชั้นผิวที่มีแต่จะค่อยๆ ลดน้อยลง ซึ่งนั่นไม่ดีแน่ ดังนั้นในวันนี้เราก็มาหาทางเพิ่มคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายกันดีกว่า กับวิธีง่าย แค่กินบลูเบอร์รี่ให้มากขึ้น เพราะบลูเบอร์รี่นั้นเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง แถมยังมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 85% กันเลย จึงกลายมาเป็นตัวช่วยในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกายได้อย่างดี เรียกได้ว่าทานบลูเบอร์รี่เป็นประจำ ปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่นและความหมองคล้ำจะไม่แวะเวียนมาเยือนคุณสาวๆ อย่างแน่นอน

บลูเบอร์รี่ ของดีเพิ่มคอลลาเจน

ปัญหาตาแพนด้า ใครๆ ก็ไม่อยากเจอใช่ไหมล่ะ งั้นวันนี้เราก็มาบอกเลิก ลาขาดกับเจ้าตาแพนด้านี่กันดีกว่า ด้วย 2 วิธีดีๆ ที่เรานำมาฝากกันค่ะ 1. นอนแต่หัวค่ำ : เป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ค่อยจะยอมทำตามกัน ลองปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ตัวเองดูใหม่ หันกลับมานอนหัวค่ำ ตื่นแต่เช้ากันดูสิ สัก 2 อาทิตย์ก็รู้เรื่องแล้ว 2. ประคบเปลือกตาด้วยถุงชา : ถุงชาใช้แล้วนี่แหละตัวช่วยชั้นดีในการขจัดเจ้าตาแพนด้านี้ออกไป เพียงแค่นำถุงชาใช้แล้วไปแช่ในตู้เย็นสัก 2-3 ชั่วโมง ก่อนนำมาประคบที่เปลือกตา 15 นาที ทำอย่างสม่ำเสมอ แล้วขอบตาที่คล้ำจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง

ใต้ตาแพนด้า เราเลิกกันเถอะ!

เคยสงสัยไหมว่า ทั้งที่บำรุงอย่างดี แต่ทำไมผิวส่วนต่างๆ ยังคงมีปัญหาเหมือนเดิม เหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะคุณอาจเผลอทำพฤติกรรม 3 อย่างนี้ลงไปน่ะสิ 1. ใช้ชีวิตในห้องแอร์นานเกินไป : แม้จะรู้ดีว่าสภาพอากาศในประเทศไทยเรานั้นช่างร้อนจนแทบละลาย แต่การเอาแต่อยู่ในห้องแอร์ทั้งวันมันจะทำให้ผิวของคุณสูญเสียความชุ่มชื้นจนแห้งลอกเป็นขุยเลยล่ะ ดังนั้นถ้าคิดว่าจำเป็นต้องอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน อย่าลืมทาครีมบำรุงทั้งหลายไว้ด้วย 2. ขยันขัดผิวเกินไป : การขัดผิวนั้นจุดประสงค์หลักทำเพื่อขจัดคราบไคลและคราบสกปรกต่างๆ รวมถึงเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไป แต่ถ้าคุณสาวๆ จะขัดบ่อยราวกับกิจวัตรประจำวันขนาดนั้นล่ะก็นะ เตรียมตัวรับมือปัญหาผิวแห้งกระด้างกันได้เลย 3. นอนทั้งหน้าเป๊ะ : มันเป็นปัญหาโลกแตกอย่างหนึ่งที่มักเกิดขึ้นกับสาวสวยหน้าเป๊ะหลายคน กับปัญหาอ่อนเพลีย งัวเงียจนไม่มีแรงเดินไปล้างหน้าก่อนนอน ลองทำแบบนี้อยู่เป็นประจำแล้วล่ะก็ สิวอุดตันจะไม่มาหาก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว

3 สิ่งทำร้ายผิว รู้แล้วก็อย่าทำ!

การจะมีสุขภาพผิวที่ดีได้นั้น สิ่งแรกที่ไม่ควรมองข้ามเลยคือเรื่องของการล้างหน้าค่ะ นอกจากต้องล้างให้สะอาดแล้ว การเลือกเปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์ล้างหน้าทั่วไปมาเป็นสูตรเด็ดจากธรรมชาติก็น่าสนใจนะ อย่างน้ำผึ้งผสมมะนาวที่หลายคนชอบดื่มกัน เปลี่ยนจากการดื่มมาเป็นใช้ล้างหน้าดูสิ รบรองว่าเวิร์ก เพราะทั้งสองสิ่งนี้เมื่อผสมกันแล้วจะมีคุณสมบัติเปรียบเสมือนมอยส์เจอไรเซอร์กันเลย ดังนั้นนอกจากการฆ่าเชื้อโรคและสิ่งสกปรกบนใบหน้าแล้ว มันยังช่วยปลอบประโลมผิวได้ดีอีกด้วย ทั้งนี้เวลาใช้อย่าลืมล้างออกด้วยน้ำอุ่นก่อนแล้วจึงตามด้วยน้ำเย็นกันนะคะ

ล้างหน้าด้วยสิ่งนี้สิ รับรองว่าสวย!

เพราะการดูแลผิวนั้นสามารถทำได้ทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเลือกหาผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาใช้ในการบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวของตนเป็นเรื่องปกติ เพราะงั้นในวันนี้เราเลยจะขอทำการแนะนำการบำรุงผิวที่สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ทาน “ข้าว” เท่านั้น ซึ่งข้าวที่ว่านั้นสามารถทานได้หมด ไม่ว่าจะเป็น ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง ข้าวไรท์เบอร์รี่ หรือแม้แต่ข้าวโพด เพราะบรรดาข้าวทั้งหลายนั้นอุดมไปด้วยวิตามินบีและวิตามินอี ซึ่งถือเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่จะช่วยรักษาความแข็งแรงของเซลล์ แถมยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวและปกป้องผิวจากปัญหามลภาวะได้อีก ได้ยินแบบนี้แล้วก็อย่าลืมทานข้าวกันอย่างสม่ำเสมอนะคะ

รู้ยัง? แค่ทานข้าวก็ผิวสวยได้นะ

สาวๆ หลายคนอาจกำลังกลุ้มใจกับปัญหาผมแห้งเสียที่ตามมาราวีไม่เลิก วันนี้คุณสามารถหยุดปัญหาเหล่านั้นได้แล้วค่ะ ด้วยสูตรเด็ดง่ายๆ จากอะโวคาโดที่เราพร้อมนำมาฝากกันในวันนี้ เพียงแค่นำอะโวคาโด 1 ลูกไปบดให้ละเอียด ก่อนจะนำไปผสมกับน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะจนได้ออกมาเป็นเนื้อเดียวกัน หลังจากนั้นจึงค่อยๆ ชโลมบนเส้นผมเปียกหมาดให้ทั่วตั้งแต่โคนจรดปลายและคลุมผมด้วยหมวกคลุมอาบน้ำ หมักทิ้งไว้ 20 นาที เมื่อครบกำหนดเวลา ก็ให้สระผมไปตามปกติได้เลยค่ะ การทำเช่นนี้จะเป็นการช่วยบำรุงเส้นผมได้อย่างล้ำลึกเพราะสารอาหารที่อยู่ในอะโวคาโดและน้ำมันมะกอกนั้นจะเข้าไปเติมเต็มความชุ่มชื้นพร้อมปรบสภาพเส้นผมให้กลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง

บำรุงผมแห้งเสีย อะโวคาโดช่วยคุณได้

สาวๆ หลายคนคงเคยประสบกับปัญหาคราบลิปสติกตกร่องติดตามริมฝีปากกันมาบ้าง วันนี้ค่ะ เราจะนำวิธีแก้ไขที่น่าสนใจและสามารถทำได้อย่างง่ายดายมากๆ มาฝากกัน เพียงแค่นำคอตตอนบัทจุ่มน้ำสะอาด ก่อนจะโรยแป้งลงไปตามหัวของคอตตอนบัทที่จุ่มน้ำ แล้วค่อยๆ นำมาทาจนทั่วริมฝีปาก ก่อนตบท้ายด้วยการทาลิปสติกไปตามปกติ วิธีนี้จะช่วยทำให้สีของลิปสติกติดทนนานขึ้น และเรียบเนียนไม่จับตัวเป็นก้อนที่ร่องปากอีก

เทคนิคน่ารู้ เพื่อแก้ไขปัญหาคราบลิปบนริมฝีปาก

งานนี้สาวขนตาสั้นคงได้ร้องเฮกันแล้วล่ะ เพราะเรากำลังจะนำทริคแจ่มว้าวที่จะช่วยเนรมิตขนตายาวงอนเด้งให้กับคุณ ง่ายๆ แค่ใช้แป้งเด็กทาบริเวณขนตาตั้งแต่โคนจรดปลาย จากนั้นค่อยปัดมาสคาร่าตามปกติ เสร็จปุ๊บขนตาก็จะดูยาวขึ้นและงอนเด้งสวยจนต้องร้องว้าวเลยล่ะ ถ้าไม่เชื่องั้นลองดูเลย!

อยากมีขนตายาวสวย แป้งเด็กช่วยได้ ลองดูสิคะ

คนทั่วไปมักคิดว่าเบบี้ออย์มีไว้เพื่อบำรุงผิวกาย แต่จริงๆ แล้วมันยงสามารถนำไปใช้เพื่อบำรุงผิวที่บอบบางใต้ดวงตาได้อีกด้วย เพียงแค่ใช้เบบี้ออยล์หยดลงปลายนิ้วบางๆ ก่อนนวดที่ใต้ดวงตาประมาณ 1-2 นาที จากนั้นจึงเอาทิชชู่หรือสำลีซับส่วนที่เลอะเกินออกมา ทำให้สม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน ริ้วรอยใต้ดวงตาจะค่อยๆ หายไป และส่วนที่เคยหมองคล้ำก็จะกลับมาขาวกระจ่างใสได้อีกครั้ง

บำรุงผิวใต้ดวงตาด้วยเบบี้ออยล์

ไม่ว่าใครต่างก็มีผิวที่นุ่มลื่นชุ่มชื้นด้วยกันทั้งนั้น งั้นในวันนี้เรามาสร้างผิวสวยไปพร้อมๆ กันด้วยสูตรดีๆ จากว่านหางจระเข้กันเถอะ เริ่มด้วยการปอกเปลือกว่านหางจระเข้ออกและล้างยางให้สะอาด จากนั้นจึงหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาปั่นรวมกับแตงกวาหั้นชิ้นจนละเอียด เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็นำมามาส์กพอกบนใบหน้าได้เลย มาส์กเสร็จให้พักไว้ 20-30 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำผิวจะเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

ผิวนุ่มชุ่มชื้นด้วยสิ่งนี้

เคยไหม? ตัดผมเสร็จแล้วรู้สึกไม่ได้ดั่งใจ ผมสั้นกว่าที่ตั้งใจไว้ แต่ตัดไปแล้วจะทำอะไรได้ ถ้าไม่อยากนั่งกลุ้มใจไปอีกนาน ลองมาใช้ทริคนี้เพื่อเร่งบำรุงผมให้ยาวเร็วขึ้นกันเถอะค่ะ เพียงแค่เป่าผมด้วยลมเย็นแทนที่จะเป็นลมร้อนหลังสระเสร็จทุกครั้ง เส้นผมก็จะยาวได้รวดเร็วขึ้นแล้วล่ะค่ะ ไม่เชื่อก็ลองกันดูสิคะ

อยากเร่งผมยาว ทำเลย ทริคเดียวเอาอยู่!

การจะมีผิวใสในวันนี้จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแค่คุณเลือกใช้น้ำมะนาวและกล้วยมาเป็นตัวช่วยบำรุงผิวหน้าก็ใช้ได้แล้ว สำหรับวิธีทำก็ง่ายๆ ค่ะ เริ่มด้วยการนำกล้วยหอมมาบดละเอียดแล้วตักขึ้น 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นให้นำไปผสมกับน้ำมะนาวประมาณ 3-4 หยด เมื่อผสมจนเข้ากันดีแล้วให้นำมาพอกบนใบหน้า 20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำ อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง แล้วผิวหน้าที่เคยหมองจะค่อยๆ กลับมาสดใสขึ้นอีกครั้ง

เผยผิวใสได้ง่ายๆ ด้วยมะนาวกับกล้วย

นอกจากเรื่องของผิวสวยแล้ว สิ่งหนึ่งที่คุณอาจมีโอกาสได้ประสบพบเจอก็คือ ภาวะหน้าบวม หรือการบวมน้ำนั่นเอง แต่รู้ไหมว่าเราสามารถลดภาวะหน้าบวมได้ด้วยตัวเองเพียงแค่ใช้ทริคง่ายๆ ดังนี้ – นอนให้ถูกท่าทาง : หากคุณเป็นคนชอบนอนคว่ำหรือนอนหมอนสูงล่ะก็ ขอให้ปรบเปลี่ยนดู เพราะการนอนหมอนสูงเกินไปจะทำให้การไหลเวียนโลหิตทำได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร ส่วนการนอนคว่ำจะทำให้ความชื้นมากองรวมอยู่ที่ใบหน้า ส่งผลให้เกิดอาการบวมที่ใบหน้าได้ง่าย – ประคบแก้มด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น : เทคนิคนี้สามารถช่วยกระตุ้นการสลายไขมันก้อนใหญ่บนใบหน้าได้ดี คล้ายๆ การอบไอน้ำ ง่ายๆ เพียงแค่นำผ้าขนหนูไปชุบน้ำอุ่นบีบให้หมาดแล้วนำมาประคบที่แก้ม 2 ข้าง ครั้งละ 15 นาที ทำเป็นประจำแก้มจำค่อยๆ ลดลงเอง

เทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณไม่เกิดภาวะหน้าบวม

อาการปวดหลังนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดกบผู้สูงอายุเพียงกลุ่มเดียว หากแต่ในปัจจุบันคนหนุ่มสาวเองก็เริ่มพบเจอปัญหานี้กันมากขึ้นเช่นกัน เหตุที่เป็นแบบนั้นเพราะการทำพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้ยังไงล่ะ – ยืนทิ้งน้ำหนักข้างเดียว : นี่เป็นสิ่งที่คนเรามักเผลอทำไปโดยไม่รู้ตัว การยืนแบบทิ้งน้ำหนักไว้ที่ขาข้างใดข้างหนึ่งนั้นนอกจากจะทำให้รู้สึกปวดขาข้างเดียวแล้ว มันยังมีอาการปวดหลังตามมาอีกด้วยเพราะร่างกายเสียสมดุลนั่นเอง – นั่งไขว่ห้าง : จะทำให้เกิดการกดทับของขาข้างใดข้างหนึ่งเป็นเวลานานเกินไปจนลุกลามไปถึงกระดูกสันหลังและบริเวณอุ้งเชิงกราน – สะพายกระเป๋าใบใหญ่หรือหนักเป็นประจำ : ทำให้ไหล่ต้องทำงานหนกก เพราะต้องคอยประคองรับน้ำหนักของกระเป๋า นั่นทำให้เกิดอาการปวดไหล่ แถมการทำเช่นนั้นยังทำให้ร่างกายต้องเอียงไปด้านตรงข้ามเพื่อรักษาสมดุลอีก ปล่อยทิ้งไว้นานกล้ามเนื้อจะทำงานหนักจนส่งผลให้ปวดหลังในที่สุด ได้รู้แบบนี้แล้วก็คอยระวังพฤติกรรมของตัวเองกันด้วยนะคะ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวต้องไปคอยรักษาอาการปวดหลังกันอีกยาวเลยล่ะ

3 พฤติกรรมทำปวดหลัง เลี่ยงได้ควรเลี่ยง!

อากาศร้อนจัดซะขนาดนี้ นอกจากจะทำให้เกิดปัญหาของกินเสียง่ายแล้ว การทานอาหารบางชนิดยังส่งผลร้ายต่อสุขภาพของผู้ทานอีกด้วย ในวันนี้มาดูกันเถอะว่าอะไรบ้างที่เราไม่ควรทานในช่วงหน้าร้อน 1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : เพราะเป็นเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วจนร่างกายรู้สึกร้อน หากดื่มหนักๆ ในช่วงอากาศร้อนระอุอาจทำให้เสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ 2. ของทอดของมัน : เพราะจะยิ่งเป็นการทำให้ร่างกายได้รับพลังงานที่สูงเกินความจำเป็นจึงเกิดสภาวะร้อนในหรือเจ็บคอได้ง่ายกว่า 3. เนื้อแดง : ถือเป็นตัวเพิ่มพลังงานที่สูงลิบเช่นกัน โดยเฉพาะใครที่เลือกทานแบบปิ้งย่างยิ่งต้องระวังไว้ เพราะการได้รบพลังงานมากเกินไป จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนได้นั่นเอง 4. ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง : ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน ลำไย หรือขนุน เพราะนอกจากจะทำให้เกิดอาการร้อนในแล้ว ยังทำให้มีอาการปวดศีรษะ แน่นท้องจุกเสียด ครั่นเนื้อครั่นตัว หรือตาแดงได้ 5. หอมและกระเทียม : เนื่องด้วย 2 เมนูนี้มีกำมะถันแบบเดียวกับที่พบในทุเรียน การทานมากๆ ในหน้าร้อนจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่งเช่นกัน

ไม่อยากลำบาก หน้าร้อนอย่าทาน 5 เมนูนี้

เรื่องของผิว ใครๆ ก็อยากดูสวยใส อ่อนกว่าวัยด้วยกันทั้งนั้น แต่รู้หรือไม่ว่าการบำรุงที่จัดหนักมากเกินความจำเป็นแทนที่จะส่งผลดีจะกลายเป็นผลเสียแทน เพราะการประโคมสารพัดครีมบำรุงผิวเยอะแยะไปหมดนั้นอาจเสี่ยงต่อการระคายเคืองในภายหลัง ซึ่งหลังจากนั้นปัญหาผิวต่างๆ ก็จะตามมา โดยเฉพาะเรื่องผิวบอบบางจนทนต่อสภาพแวดล้อมได้น้อยลงแถมยังซ่อมแซมตัวเองได้ช้าจนเกิดเป็นริ้วรอยก่อนวัยซะอีกก ดังนั้นบำรุงให้พอเหมาะพอควรเถอะค่ะ เน้นแบบที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณก็พอแล้ว

อยากมีผิวสวย บำรุงแค่พอดีก็เพียงพอ

การจะมีผิวสวยใส นุ่มชุ่มชื้นจะไม่ใช่เรื่องสำหรับคุณอีกต่อไป เพียงแค่เริ่มต้นดูแลผิวด้วยสูตรดีๆ จากมะขามเปียกเป็นประจำค่ะ เริ่มด้วยการนำมะขามเปียก 1 กำไปละลายให้ออกมาข้น ก่อนเติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และขมิ้นผง 1 ช้อนชาลงไปผสมจนได้เป็นเนื้อเดียวกันจากนั้นจึงนำมาขัดให้ทั่วตัว เน้นย้ำตรงจุดที่หยาบกร้านเป็นพิเศษ หลังจากขัดสักพักให้พอกทิ้งไว้ 15-20 นาที ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำสะอาด เท่านี้ก็เรียบร้อย

พอกผิวกายให้ขาวนุ่มชุ่มชื้นด้วยสูตรจากมะขามเปียก

สาวๆ ผมแห้งคงได้ปวดหัวกันไม่น้อยกับปัญหาผมเสีย จัดทรงไม่อยู่ ลามไปถึงปัญหาผมร่วงกันเลยทีเดียว แค่นึกก็เซ็งแล้ว งั้นวันนี้กลับมาบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงกันดีกว่า ด้วยสูตรดีๆ จากน้ำกะทิที่เรานำมาฝากกันค่ะ โดยสิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมคือ หัวกะทิ 2 ถ้วย และน้ำมะนาว 1 ลูก เมื่อเตรียมพร้อมแล้วเราก็มาทำกันเลย! ให้นำหัวกะทิไปผสมกับน้ำมะนาวจนเข้ากันได้ดี จากนั้นให้นำไปแช่ในช่องแข็งของตู้เย็น พักไว้ 2 ชั่วหรือจนเห็นส่วนผสมแยกออกเป็น 2 ชั้น คือชั้นครีมและชั้นใส ให้ตักเอาเฉพาะชั้นครีมออกมาชโลมให้ทั่วเส้นผม หมักทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมงแล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง แล้วผมของคุณก็จะกลับมาเงางาม นุ่มและมีน้ำหนักมากขึ้น

เติมอาหารให้เส้นผมด้วยน้ำกะทิ

ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับสาวๆ ผมยาวอยู่บ่อยครั้งคือการที่มีผมลีบแบน จนดูมันเยิ้มไม่น่ามอง ลองมาสำรวจตัวเองกนสักนิดสิว่า คุณเป็นพวกชอบหวีผมบ่อยเกินความจำเป็นหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ขอให้รู้ไว้เลยว่านี่แหละคือสาเหตุ เพราะการหวีผมจะเป็นการไปกระตุ้นให้หนังศีรษะผลิตเอาน้ำมันออกมาเป็นจำนวนมากนั่นเอง ทั้งนี้การจับเส้นผมบ่อยๆ ก็มีผลด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นหากไม่อยากมีผมมันเยิ้มตลอดทั้งวันแล้วล่ะก็ พยายามอย่าจับผมหรือหวีผมตัวเองให้ถี่เกินไปล่ะ

ผมลีบแบนเพราะทำแบบนี้!

การจะเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจได้นั้น สิ่งหนึ่งที่คุณขาดไม่ได้เลยคือเรื่องของบุคลิกภาพ ในวันนี้เราเลยจะมาทำการแนะนำ 4 ข้อช่วยเสริมบุคลิกให้น่ามองกันค่ะ 1. การเดินตัวตรง ด้วยการยืดหลังขึ้น ไม่ห่อไหล่จะช่วยให้คุณดูมีความมั่นใจ แถมยังทำให้ดูตัวสูงขึ้นอีก 2. วิธีนั่งที่ช่วยเสริมบุคลิกได้ดีคือการนั่งหลังตรง ไหล่ตรง และให้เต็มเก้าอี้ แล้วคุณจะดูสมาร์ทขึ้นเยอะเลย 3. ส่งสายตา Eye Contact เวลาพูดคุย อย่าลืมแสดงความเป็นมิตรและจริงใจอยู่เสมอด้วยล่ะ 4. เป็นตัวของตัวเองเข้าไว้ ไม่ใช่ปรบเปลี่ยนเพื่อให้คนอื่นชอบ เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าคุณนั่นแหละที่จะรู้สึกอึดอัดเอง

4 ข้อเสริมสร้างบุคลิกที่ควรลอง

ด้วยไลฟ์สไตล์ต่างๆ ในยุคปัจจุบนทำให้ผู้คนตื่นสายกันมากกขึ้น ซึ่งนั่นไม่ดีเลยนะรู้ไหม เพราะการตื่นสายจะทำให้คุณรู้สึกไม่สดชื่น แถมยังชวนให้ง่วงซึมจนเสียบุคลิกไปทั้งวันอีก มาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตด้วยการตื่นให้เช้าขึ้นกันดีกว่า ทีนี้หลายคนจะเริ่มบ่นว่า แล้วจะทำยังไงเพื่อให้ตื่นเช้าขึ้นมาได้อย่างรู้สึกสดใสล่ะ มาดูเทคนิคที่เรานำมาฝากกันเถอะ – นอนให้ไวขึ้น : เป็นเรื่องที่ง่ายสุดที่ใครก็ทำได้ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนเวลานอนเสียใหม่ให้ไวขึ้นเพื่อให้ระยะเวลาการนอนเป็นไปอย่างพอเหมาะ 8 ชั่วโมงกำลังดี เมื่อได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว ตื่นเช้ามาคุณก็จะรู้สึกสดใสมากขึ้น – วางนาฬิกาปลุกไว้ไกลมือ : ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาปลุกหรือโทรศัพท์มือถือที่ตั้งค่าปลุกไว้ก็ตาม ให้นำไปวางไว้ไกลมือซะหน่อย เพื่อที่จะเป็นการบังคับให้คุณลุกขึ้นเดินไปปิดเสียงปลุก ปิดเสร็จก็ตื่นได้พอดีค่า – แง้มม่านทิ้งไว้ : เพื่อรอรับแสงอรุณในยามเช้า แสงแดดที่ส่องเข้ามาจะเป็นตัวช่วยปรับสภาพสายตาให้ปลุกตัวเองตื่นขึ้นจากความง่วงได้ดี แถมพอตื่นแล้วยังรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นอีกด้วย

อยากตื่นเช้าได้อย่างสดใสต้องทำไง?

หลายคนอาจจะสงสัยกันว่า น้ำเปล่านั้นสามารถช่วยรักษาโรคต่างๆ ได้จริงน่ะเหรอ งานเรานี้บอกเลยว่าจริง มาค่ะ เดี๋ยวเราจะพาไปดูว่ามีโรคอะไรบ้างที่สามารถรักษาได้ด้วยการดื่มน้ำเปล่า 1. ท้องผูก : อาการที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่เป็นขึ้นมาเมื่อไร อึดอัด ทรมานใจไม่น้อยอย่างแน่นอน อาหารนี้แก้ได้ไม่ยากเลย แค่หันมาดื่มน้ำอุ่นในตอนเช้าทุกวัน ตอนตื่นนอน อาจจะฝากมะนาวบางๆ ใส่ลงในแก้วสักชิ้นด้วยก็ได้ จากนั้นเมื่อทานอาหารเสร็จให้ดื่มน้ำตามไปอีกแก้วด้วย แล้วรับรองว่าอาการท้องผูกจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง 2. ไมเกรน : ไมเกรนถือเป็นโรคประจำตัวที่เมื่อเป็นแล้วจะค่อนข้างทรมานทีเดียว ทีนี้ใครไม่อยากปวดไมเกรนบ่อยๆ ลองจิบน้ำเปล่าไปเรื่อยๆ ระหว่างวันกันดูสิ อาการปวดหัวที่เป็นอยู่ประจำจะลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเลย 3. ความดันโลหิตสูง : เพราะการดื่มน้ำน้อยเกินไปจะทำให้เลือดของคุณข้น ซึ่งนั่นจะส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตร่างกายทำงานหนักเกินไป จนก่อให้เกิดปัญหาความดันขึ้นสูง เพื่อรักษาโรคนี้ให้ดีขึ้น สิ่งที่ต้องหมั่นทำคือการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันค่ะ

3 โรคแก้ได้ด้วยน้ำเปล่า

ยังมีคนอีกจำนวนมากที่เข้าใจผิดว่าการเป็นโรคไตนั้นมีสาเหตุมาจากการทานอาหารรสเค็มจัดจนเกินไป แต่รู้ไหมว่าในความเป็นจริงแล้ว ถึงคุณจะไม่ทานอาหารรสเค็มก็ยังมีโอกาสเป็นโรคไตได้เช่นกัน หากยังมีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ 1. ไม่ค่อยออกกำลังกาย : ฟังดูไม่น่าเชื่อแต่นี่แหละคือเรื่องจริง แถมนอกจากจะเป็นไตแล้ว การที่คุณไม่ออกกำลังกายเลยหรือออกน้อยมากๆ ยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายอื่นๆตามมาได้อีกด้วย 2. ทานอาหารรสจัด : ไม่ว่าจะเปรี้ยว หวาน หรือเผ็ดก็มีผลต่อการเป็นโรคไตทั้งนั้น 3. เครียดจัด : เมื่อไรที่คุณเกิดอาการเครียดหนักๆ เข้า ระบบทางเดินหายใจจะเริ่มทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ และส่งผลให้เกิดปัญหากับไตของคุณตามมา 4. ดื่มทานอาหารสำเร็จรูปเยอะเกินไป : เพราะอาหารเหล่านี้มัดจัดหนักด้วยโซเดียมซึ่งเป็นตัวการร้ายที่ก่อให้เกิดโรคไตนั่นเอง

ไม่ทานเค็มก็เป็นโรคไตได้ หากทำพฤติกรรมเหล่านี้

ปัญหาผมร่วงเป็นอะไรที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศและทุกวัย ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่ดูแล อาจต้องมานั่งเสียใจกันภายหลังก็เป็นได้ ดังนั้นหากแก้ปัญหาผมร่วงได้ก็ควรรีบทำเข้าตั้งแต่วันนี้ ด้วยสูตรดีๆ ที่เราอยากนำเสนอกันค่ะ เพียงแค่นำน้ำผึ้งแท้ไปผสมกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1 : 2 คนจนเข้ากันดี จากนั้นให้นำมาหมักผมทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วจึงสระผมตามปกติ หมั่นทำให้เป็นประจำ แล้วคุณจะพบเลยว่า ปัญหาผมร่วงที่มีจะค่อยๆ ลดน้อยลงไป

ผมร่วงน้อยลงแน่ เมื่อใช้สิ่งนี้

เข้าสู่หน้าร้อนกันอย่างเต็มรูปแบบแล้วนะคะ หากพูดถึงผลไม้หน้าร้อนหลายคนมักคิดถึง แตงโม เป็นหลัก เพราะถือเป็นผลไม้ที่ทานแล้วช่วยดับกระหายได้เป็นอย่างดี แต่รู้หรือเปล่าว่าเจ้าแตงโมนี่มันมีดีมากกว่าแค่ดับกระหายคลายหิวนะคะ วันนี้เรามาดูกันเถอะว่าแตงโมมีคุณประโยชน์อะไรอีกบ้าง – แก้ปัญหาเรื่องความดันสูงได้ดีเพราะในแตงโมนั้นอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่ชื่อและซิทรูลิน ซึ่งเป็นตัวช่วยทำให้เส้นเลือดเกิดการขยายตัวขึ้น – ชะลอริ้วรอยก่อนวัยด้วยการทานส่วนแกนสีขาวของแตงโมซึ่งนั่นเป็นส่วนที่มีทั้งซิทรูลินและสารต้านออกซิเดชั่นหรือที่มักเรียกกันในชื่ออนุมูลอิสระ – คนกำลังไดเอทก็ทานได้ เพราะแม้แตงโมจะมีรสชาติที่หวานฉ่ำ แต่แคลลอรี่กลับต่ำอย่างไม่น่าเชื่อเลยเชียวล่ะ

เพราะแตงโมไม่ได้มีดีแค่ดับกระหาย

การดีท็อกซ์คือวิธีการขจัดของเสียออกจากร่างกายเพื่อให้อวัยวะกลับมาทำงานได้อย่างเป็นปกติ ซึ่งการดื่มน้ำผลไม้เองก็สามารถช่วยเรื่องการดีท็อกซ์ได้ดีเช่นกัน ทั้งนี้จะต้องดื่มให้ถูกวิธีกันด้วยล่ะ 1. ดื่มในอัตราส่วน 1 : 1 นั่นหมายถึงควรเลือกใช้น้ำผลไม้ 1 ส่วนและน้ำผัก 1 ส่วน ผสมรวมกันก่อนดื่ม 2. การดื่มเพื่อดีท็อกซืให้ใช้ระยะเวลาดื่มอยู่ที่ 10-14 วัน ไม่ควรเกินกว่านั้น 3. ให้ดื่มตอนท้องว่างเพื่อที่สารอาหารในผลไม้จะได้ย่อยง่ายขึ้น แถมยังช่วยทำให้อิ่มท้องได้ง่าย

ดื่มแบบนี้ดีท็อกซ์ได้ชัวร์!

มันต้องมีบ้างแหละปัญหาการนอนไม่หลับน่ะ แต่จะปล่อยไว้แบบนั้นมันก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายอื่นๆ ตามมาได้ งั้นมาหาทางแก้กันเถอะ ด้วยเทคนิคดีๆ ต่อไปนี้ – นอนห้องแอร์เย็นๆ : การนอนพักในห้องที่มีอุณภูมิต่ำกว่าปกติสัก 2-3 องศาจะทำให้สมองเกิดความรู้สึกเคลิบเคลิ้มและง่วงนอนมากขึ้น – นอนให้เป็นเวลา : ไม่ว่าจะเป็นวันไหนก็ควรนอนให้เป็นเวลา วันละ 8 ชั่วโมง และตื่นให้ตรงเวลาเหมือนปกติเพื่อเป็นการรีเซ็ตร่างกายในช่วงเวลาเดิมนั่นเอง

นอนไม่หลับทำไงดี?

ไม่ว่าใครต่างก็อยากมีผมที่นุ่ม เงางาม ดูมีน้ำหนักด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้าเกิดสาวๆ ยังคงทำ 3 เรื่องนี้อยู่ล่ะก็ รับรองว่าผมจะมีแต่ความลีบแบนอย่างแน่นอน ว่าแล้วก็มาดูกันว่า 3 เรื่องไม่ควรทำนั้นมีอะไรบ้าง 1. สระผมบ่อยหรือน้อยเกินไปใน 1 สัปดาห์ : เพราะการสระผมแต่ละครั้งจะทำให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้นไป และทำการผลิตน้ำมันออกมาเพื่อชดเชย แต่หากไม่สระเลย ก็จะกลายเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคไปแทนซะอีก ดังนั้นใน 1 สัปดาห์ ควรสระผม 2-3 ครั้ง ถือเป็นจำนวนที่เหมาะสมที่สุด 2. ทานไขมันเยอะไป : การทานไขมันแบบเยอะเกินความจำเป็นนั้นนอกจากเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนแล้วมันยังมีผลต่อหนังศีรษะของคุณอีก เพราะไขมันที่กินไปนั้นสุดท้ายจะถูกขับออกมาเป็นน้ำมันบนหนังศีรษะ กลายเป็นเพิ่มความมันและลีบแบนให้เส้นผมโดยไม่รู้ตัว 3. หวีผมบ่อยใช่ว่าจะดี : หลายคนเข้าใจผิดว่า ยิ่งหวีผมก็ยิ่งผงเงาสลวย แท้จริงแล้วการหวีผมบ่อยเกินไปนั้นจะเป็นการไปกระตุ้นให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันออกมาเป็นจำนวนมากแทน นอกจากนี้การใช้มือจับเส้นผมเป็นประจำก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรเช่นกัน เพราะนิ้วมือของคุณอาจมีเชื้อโรคต่างๆ สะสมอยู่ เมื่อไปจับเส้นผมเข้าบ่อยๆ จะกลายเป็นการเพิ่มสิ่งสกปรกเข้าสู่เส้นผม

ไม่อยากมีผมลีบแบน ระวัง 3 เรื่องนี้

อายุยิ่งมาก สุขภาพกระดูกและฟันก็ย่อมเสื่อสภาพลงตามกาลเวลา ดังนั้นคุณจึงควรหันมาสนใจและบำรุงสุขภาพตัวเองกันบ้าง ทีนี้เรื่องของการกินอาหารนั้นสามารถช่วยบำรุงกระดูกและฟันได้มากทีเดียวค่ะ เดี๋ยววันนี้ก็ลองมาดูกันนะว่าทานอะไรแล้วกระดูกกับฟันแข็งแรงบ้าง – ไข่แดง : ทั้งทานโดยตรงก็ดี หรือจะทานเมนูที่มีไข่แดงเป็นส่วนผสมก็ได้ อาทิ ทองหยิบ ทองหยอด สังขยา หรือแม้แต่น้ำสลัดครีม – ขนมปัง : หรือเมนูอื่นๆ ที่ทำจากยีสต์อย่างพวกซาลาเปา ทานแล้วดีต่อกระดูกแน่นอน – นม : เป็นของตายที่หลายคนรู้กันอยู่แล้วเนอะว่ามีแคลเซียมสูงขนาดไหน ทั้งนี้ควบรวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่นที่มีนมเป็นส่วนประกอบ เช่น ชีส เนยแข็ง หรือน้ำเต้าหู้ด้วย

3 เมนูทานซะ เพื่อกระดูกและฟันที่แข็งแรง

สิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าคุณจะเป็นคนผมสั้นหรือยาวก็มักจะได้เจอคือปัญหาผมแตกปลาย เพื่อแก้ไขปัญหานั้น วันนี้เราจะขอแนะนำสูตรเด็ดบอกลาเส้นผมแตกปลายกันค่ะ เริ่มต้นด้วยการนำน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะมาผสมกับน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ และน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันดี จากนั้นให้นำมาหมักผมไว้ 15 นาที แล้วจึงล้างออกให้สะอาด ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง แล้วเส้นผมที่เคยมีปัญหาจะค่อยๆ กลับมาดูสวย มีสุขภาพดีได้อีกครั้ง

บอกลาผมแตกปลายด้วยสูตรเด็ดที่คุณควรลอง

‘อ้วนเอาๆ ไม่ผอมสักที เพราะไม่มีเวลาเข้าฟิตเนส’ ประโยคนี้น่ะเก็บไว้เลย เพราะในวันนี้เราจะบอกว่า ถึงไม่ต้องเข้าฟิตเนสก็ออกกำลังกายได้นะจ๊ะ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ตื่นให้เช้าขึ้นและใช้เวลาช่วงนั้นออกกำลังกายสัก 15 นาที ช่วงระหว่างวันก็หัดขยับแข้งขาเสียบ้าง ลุกขึ้นเดินหน่อย พอตกดึก ก็พักผ่อนให้เป็นเวลา นอนยาว 8 ชั่วโมงไปเลย เพียงเท่านี้ หุ่นสุขภาพดีก็อยู่ไม่ไกลแล้วค่ะ

ออกกำลังกายง่ายๆ แบบไม่ต้องเข้าฟิตเนส

แม้จะดูแลผิวหน้าจนสวยเด่นเพียงใด แต่ถ้าผมเสีย ชีวิตก็พังอยู่ดีนะเออ ได้ยินแบบนี้แล้วก็หันมาดูแลเส้นผมกันหน่อยเร็ว ด้วยทริคง่ายๆ แค่ 2 เรื่องนี้ ก็ช่วยให้ผมมีสุขภาพดีแล้วค่ะ 1. ทำความสะอาดหวีเป็นประจำ เพราะหากไม่ทำความสะอาดหวีเสียบ้าง สิ่งสกปรกที่อุดตันในหวีจะเข้าไปเกาะกุมที่หนังศีรษะของคุณแทน 2. เล็มผมทุก 2 เดือน จะเป็นการช่วยลดปัญหาผมแห้งเสียและแตกปลายจากการตากแดดหนักมากหรือทำสีผมบ่อยเกินไปได้ดี เห็นมั๊ย ง่ายๆ แค่ 2 เรื่อง ก็ช่วยให้คุณมีผมสวย สุขภาพดีได้แล้วนะคะ

2 เรื่องทำสิเพื่อผมสุขภาพดี

จะดีแค่ไหนหากแต่งหน้าในตอนเช้าแล้วไม่ต้องเติมต่อในตอนบ่ายน่ะ วันนี้เรามีทริคดีๆ ที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องหอบหิ้วเอาสารพัดเมคอัพติดกระเป๋ามาให้หนักหน่วงล่ะ เพียงแค่ลองขัดผิวหน้าเบาๆ ดูบ้าง เพื่อทำให้ผิวหน้ากระชับ เนียนนุ่มและทำให้การแต่งหน้าใน 1 ครั้งติดทนได้ยาวไปถึงเย็นนั่นเอง ซึ่งขั้นตอนการขัดผิวนั้น เริ่มจากจัดเตรียมผ้าชุบน้ำอุ่นไว้ บิดให้หมาดๆ จากนั้นจึงค่อยๆ ถูวนเบาๆ จนทั่วใบหน้า ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวันนะคะ เพื่อผิวที่เรียบเนียนอยู่เสมอ

ทริคน่ารู้ที่ทำแล้วแต่งหน้าติดทนขึ้น

เคยไหม? รู้สึกเสียดายหลังตัดผมสั้นไปแล้ว แต่ไม่รู้จะทำยังไงให้ผมกลับมายาวได้ดังเดิม วันนี้เรามีวิธีดีๆ มานำเสนอค่ะ เพียงแค่หมั่นนวดหนังศีรษะให้สม่ำเสมอ ซึ่งสามารถทำได้ทุกครั้งที่สระผม โดยใช้นิ้วมือนวดวนเบาๆ ให้ทั่วหนังศีรษะเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต อีกทั้งยังเป็นการเติมสารอาหารให้กับเส้นผมได้อย่างทั่วถึง การทำเช่นนั้นจะทำให้เส้นผมได้รับการบำรุงและเจริญเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้แปรงหวีผมโดยให้น้ำหนักของหวีกระทบโดนโคนผมเบาๆ เพื่อช่วยกระตุ้นหนังศีรษะซึ่งถือเป็นการนวดอีกทางหนึ่งด้วย

อยากเร่งผมยาว อย่าลืมทำแบบนี้

เคยสงสัยไหมว่า ทั้งที่สภาพอากาศก็ไม่ได้แห้งหรือหนาวเย็น แต่ทำไมริมฝีปากถึงแห้งแตกเป็นขุยบ่อยเหลือเกิน เหตุที่เป็นแบบนี้ ส่วนหนึ่งอาจเกิดขึ้นจากการที่คุณทาลิปสติกบ่อยในขณะที่ตอนทำความสะอาดกลับล้างคราบลิปออกได้ไม่เกลี้ยงนั่นเอง เพราะคราบลิปสติกเหล่านั้นจะเป็นตัวไปดูดเอาความชื้นออกจากผิวบริเวณริมฝีปากได้ ดังนั้นครั้งต่อไปอย่าลืมตรวจเช็คดูด้วยว่าได้ทำความสะอาดริมฝีปากได้อย่างหมดจดแล้วรึยังค่ะ

ทาลิปบ่อยไป ระวังปากแห้ง!

น้ำมันมะพร้าวถือเป็นไอเทมที่คู่ควรกับสาวๆ ซะจริง เพราะนอกจากมันจะสามารถช่วยในเรื่องการบำรุงผิวได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังสามารถนำมาใช้เพื่อล้างเครื่องสำอางได้อีก และอีกหนึ่งสิ่งที่หากสาวๆ ได้รู้แล้วจะกรี๊ดก็คือ น้ำมันมะพร้าวสามารถช่วยเติมความแข็งแรงให้กับขนตาได้ดี แถมยังเป็นตัวเร่งกระตุ้นให้ขนตายาวและหนางอนได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย ซึ่งวิธีการใช้นั้นก็ง่ายๆ แค่นำคัตเติ้ลบัตมาจุ่มน้ำมันมะพร้าวแล้วค่อยๆ ทาลูบที่ขนตาตั้งแต่โคนขึ้นมาก่อนเข้านอนทุกวัน ไม่เกิน 2 อาทิตย์คุณจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน

น้ำมันมะพร้าว ไอเทมเด็ดเพื่อขนตางอนยาว

สาวๆ ปากคล้ำต้องรีบมาดู สูตรลับเฉพาะริมฝีปากสีชมพูนุ่มน่าจุ๊บที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ไม่ยากเลยค่ะ แค่นำน้ำมันมะกอกมาผสมกับน้ำตาลโดยคนสักนิด อย่าให้น้ำตาลละลายจนหมดล่ะ จากนั้นให้นำไปเเช่ตู้เย็นไว้เลย จนเย็นสะใจแล้วค่อยตักออกมาขัดถูเบาๆ ที่ริมฝีปากสัก 1-2 นาที จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำ อาทิตย์ละ 1-2 ครั้งก็เป็นอันใช้ได้แล้วค่ะ

สูตรลับสครับปาก สร้างริมฝีปากสีชมพูนุ่มน่าจุ๊บ

แม้ลิปบาล์มจะเป็นไอเทมที่ใช้เติมความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากของคุณได้เป็นอย่างดีก็ตาม แต่รู้ไหมว่า มันนำมาใช้กับคิ้วได้ด้วย โดยตัวลิปบาล์มนั้นสามารถนำมาปัดคิ้วให้ดูเป็นทรงสวยอย่างง่ายๆ เพียงแค่ทาลงบนคิ้วก่อนแล้วจึงใช้ที่ปัดคิ้วตาม เท่านี้คิ้วของสาวๆ ก็จะเป็นทรง ไม่รกรุงรังแล้วล่ะค่ะ

คิ้วรกไม่เป็นทรง ลองใช้ลิปบาล์มช่วยดูสิ

อย่ามัวแต่บำรุงใบหน้าจนลืมใส่ใจเส้นผมของตัวเองกันล่ะ ยิ่งถ้าช่วงนี้่ผมของสาวๆ แห้งกร้านหรือหยาบฟูแล้วล่ะก็ ยิ่งต้องหันมาจัดการตัวเองกันด่วนเลยค่ะ! ถ้ายังไงในวันนี้มาทำความรู้จักกับสูตรฟื้นฟูและบำรุงเส้นผมนี้กันดีกว่า เริ่มด้วยการนำมะม่วงสุกบด 2 ช้อนโต๊ะไปผสมกับไข่แดง 1 ฟองและโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ จนเนียนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วค่อยนำมาหมักจนทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ 30-45 นาทีแล้วจึงล้างออก ทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง แล้วเส้นผมที่เคยเสียก็จะกลับมานุ่มสลวยเงางามได้อีกครั้ง

ผมสวยนุ่มลื่นด้วยมะม่วง

เบื่อมั๊ย? กับปัญหาส้นเท้าแตกที่ทำให้คุณรำคาญใจทุกครั้งเวลานอน ลองมาแก้ปัญหาด้วยการเติมความชุ่มชื้นให้กับเท้าของคุณด้วยอะโวคาโดและกล้วยดูสิ ง่ายๆ เลยเพียงแค่นำ 2 สิ่งนี้ไปปั่นจนละเอียดออกมาเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นจึงนำมาทาที่ส้นเท้า พอกทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออก ทำอยู่เป็นประจำ ส้นเท้าที่เคยแห้งแตกจะค่อยๆ กลับมานุ่มขึ้นอีกครั้ง

บำรุงเท้าด้วยอะโวคาโดและกล้วย

เพราะกลิ่นกายที่หอมฟุ้งคือเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้หนุ่มๆ หันมาสนใจในตัวคุณได้ง่ายขึ้น แต่หากใช้น้ำหอมที่เยอะเกินไปหรือฉีดตลอดวันมันก็ออกจะเยอะไปสักหน่อย เอาแบบนี้สิ เรามีทริคดีๆ ที่ช่วยให้คุณมีความหอมฟุ้งได้ทั้งวันมาฝากกัน ทริคที่ว่าก็คือ ให้เลือกกลิ่นที่ชอบเป็นที่ตั้ง จากนั้นให้จัดการปรับเปลี่ยนเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ต่างๆ ให้เป็นกลิ่นโทนเดียวกัน เมื่อใช้กับตัวของสาวๆ แล้ว กลิ่นที่ได้จะอ่อนลง ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดูเป็นการปรุงแต่งที่มากเกินไป แถมกลิ่นหอมๆ นี้จะติดตัวคุณไปตลอดทั้งวันเลยล่ะ

ทริคน่ารักสร้างความหอมให้หนุ่มๆ หลงใหล

สาวๆ ที่รักการทานเผ็ดโปรดระวังไว้ เพราะคุณอาจต้องประสบกับปัญหาริมฝีปากคล้ำจนไม่ชวนมองสักเท่าไร แถมยังจะทำให้มองเห็นริ้วรอยบนริมฝีปากได้ชัดขึ้นอีกต่างหาก ที่เป็นแบบนั้นเพราะรสจัดจะเป็นตัวดูดเอาความชุ่มชื้นออกจากริมฝีปากยังไงล่ะ เพื่อเป็นการรักษาและกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากนั้น เราขอแนะนำให้ทำการฝานแตงกวาบางๆ แช่ในตู้เย็นไว้จนเย็นจัดๆ แล้วจึงนำมาวางมาส์กบนริมฝีปาก 15 นาที ทำเป็นประจำ อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง แล้วริมฝีปากก็จะกลับมาดูเนียนนุ่มไร้ปัญหาริ้วรอยได้ในเร็ววันค่ะ

ลดปัญหาปากคล้ำด้วยมาส์กแตงกวา

ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากมีมือที่แห้งกร้านกันหรอกจริงไหม คนส่วนใหญ่จึงเลือกใช้แฮนด์ครีมมาเป็นตัวช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้แก่ผิวมือ แต่ทีนี้หากในบ้านไม่มีแฮนด์ครีมอยู่ล่ะ จะทำอย่างไร? เราขอแนะนำว่า ถ้าในบ้านมีน้ำมันอัลมอนด์อยู่ล่ะก็ ให้หยิบมาใช้แทนแฮนด์ครีมกันได้เลย เพราะน้ำมันอัลมอนด์นั้นสามารถเติมเต็มความชุ่มชื้นให้มือ เล็บ และผิวหนังชั้นนอกได้ดีไม่แพ้แฮนด์ครีมทั่วๆ ไปเลยล่ะ ที่สำคัญ มันซึมซับเข้าสู่ผิวได้เร็วอีกด้วย ไม่เชื่อก็ลองหาหยิบมาใช้กันดูสิ

แฮนด์ครีมหมด ใช้น้ำมันอัลมอนด์แทนสิ

เป็นเรื่องธรรมดาที่พออายุมากขึ้น เส้นผมของสาวๆ ก็ถึงคราวเสื่อมสภาพตาม ยิ่งมาเจอความเครียดและปัจจัยต่างๆ เข้าไปก็กลายเป็นการเร่งให้ผมหลุดร่วงและขาวหงอกเร็วขึ้นไปอีก จะพึ่งการย้อมสีผมอยู่ตลอดก็จะกลายเป็นทำร้ายผมทางอ้อมไปอีก ฉะนั้นวันนี้เรามาเปลี่ยนวิธีกันใหม่ ด้วยการชะลอการเกิดผมขาวจากการทานอาหารกันดีกว่า โดยเมนูที่สามารถช่วยชะลออาการหงอกของเส้นผมได้นั้นคือ ‘เห็ด’ นั่นเอง เพราะเห็ดเป็นอาหารที่มีทองแดงสูง สามารถช่วยยืดอายุของสีผมได้นานขึ้น อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และโปรตีนซึ่งเพียงพอต่อการเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกาย ดังนั้นสาวๆ ที่ต้องการบำรุงเส้นผมเราแนะนำให้ทานเห็ดต่อวันอย่างน้อย 1/2 ถ้วยตวงจะดีที่สุดค่ะ

ชะลอผมขาว ทานเห็ดกันเถอะ!

สาวๆ คนไหนที่ทาเล็บบ่อยอาจได้เจอปัญหาเล็บเหลืองกันมาบ้าง วันนี้ลองมาแก้ปัญหากันด้วยสูตรมะนาวกันเถอะ เริ่มจากหั่นมะนาวให้เป็นแว่นแล้วใส่ลงไปในน้ำอุ่น จากนั้นให้แช่มือหรือเท้าไว้ 5-10 นาที แล้วค่อยล้างออก ทำเป็นประจำ แล้วคุณจะเห็นผลลัพธ์ที่ชวนว้าวภายใน 2 สัปดาห์ ทั้งนี้หากใครที่เล็บเหลืองมากๆ เข้า เราขอแนะนำให้เอาเปลือกมะนาวมาขัดถูให้ทั่วเล็บกันด้วยนะคะ เพื่อเป็นการเร่งฟื้นฟูสภาพเล็บให้ขาวเนียนยิ่งขึ้น

แก้เล็บเหลือง หยิบมะนาวมาใช้กัน

ในเรื่องของความสวยความงามนั้น ‘ฟัน’ ถือเป็นส่วนที่สำคัญไม่น้อยเลย เพราะฉะนั้นเราควรหมั่นดูแลความสะอาดสร้างเสริมสุขภาพที่แข็งแรงให้ฟันของคุณด้วยวิธีการง่ายๆ อย่างการบ้วนปากด้วยเกลือ ง่ายๆ ค่ะ แค่นำเหลือไปผสมกับเบกกิ้งโซดาและน้ำเปล่าสะอาด จนละลายเข้ากันหมด แล้วจึงนำมาบ้วนปากตามปกติ ใช้แบบนี้ทุกวัน สุขภาพฟันขาวสวยและแข็งแรงอย่างแน่นอน

ฟันสะอาดสุขภาพแข็งแรงด้วยเกลือ

มีสาวๆ อยู่ไม่น้อยเลยที่อยากทำผมลอนแต่กลัวจะเจอปัญหาผมพันกันจนยุ่ง ลองแวะมาใช้สูตรนี้กันดูสิคะ ง่ายๆ เลย แค่นำเกลือไปผสมกับน้ำอุ่นและเติมน้ำมันมะพร้าวลงไปเล็กน้อยเก็บใส่ในขวดสเปรย์แล้วนำมาฉีดพ่นให้ทั่วเส้นผมหลังสระผมเสร็จ ขยำเบาๆ ก็ได้ออกเป็นลอนสวยๆ แถมดูเป็นธรรมชาติแล้วล่ะ นอกจากนี้ปัญหาผมพันกันก็จะหมดไปอีกด้วย

เนรมิตผมลอนสวยด้วยเกลือ

ปัญหาผมร่วงเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ทั้งความผิดปกของรูขุมขน ระบบภูมิคุ้มกัน การขาดวิตามิน พักผ่อนไม่เพียงพอ รวมไปถึงความเครียด อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบำรุงสุขภาพเส้นผมให้แข็งแรงได้ด้วยการทานแซลมอนค่ะ เพราะในแซลมอนจะอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 และวิตามินอื่นๆ อีกเพียบ ที่สำคัญยังเต็มไปด้วยโปรตีนไฟเบอร์ตัวช่วยบำรุงเส้นผมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ฉะนั้นใครอยากมีผมสวยอย่าลืมทานกันบ่อยๆ นะคะ

บำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ต้องทานแซลมอน

สาวๆ คนไหนที่กำลังหนักใจกับปัญหาใต้วงแขนคล้ำจนหมดความมั่นใจ ไม่กล้าใส่ชุดอวดวงแขนล่ะก็ ลองหันมาดูแลตัวเองด้วยการขัดผิวเพิ่มความกระจ่างใสให้ใต้วงแขนด้วยขั้นตอนง่ายๆ กันดูสิคะ เพียงแค่นำผงขมิ้นมาผสมให้เข้ากันกับมะขามเปียก ก่อนขัดเบาๆ ให้ทั่วรักแร้ และพอกทิ้งไว้ 5 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำทุกวัน ส่วนที่เคยคล้ำก็จะค่อยๆ ขาวสวย เรียบเนียนดูเป็นธรรมชาติขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ขมิ้นขัดผิวเสริมความกระจ่างใสใต้วงแขน

นอกจากการดูแลผิวหน้าแล้ว สิ่งที่สาวๆ ควรให้ความสำคัญไม่น้อยกันคือมือของคุณเอง ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ทำงานเป็นประจำ ยิ่งต้องดูแลกันให้ดี ในวันนี้เราเลยหยิบเอาทริคการดูแลมือที่น่าสนใจมาฝากกัน เพียงแค่เลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดสูตรสกัดจากน้ำมันยูคาลิปตัส ที ทรี ออยล์ และน้ำนมในการทำความสะอาดมือแทนที่จะใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ทำจากสารเคมี เพราะสารสกัดจากธรรมชาติโดยเฉพาะน้ำนมนั้นจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวของคุณและทำให้มือนุ่มน่าสัมผัสมากขึ้น

ทริคน่ารู้ช่วยมือนุ่ม

การสครับผิว คือวิธีง่ายๆ ที่สามารถช่วยทำให้ผิวของสาวๆ เรียบเนียน กระจ่างใส แถมยังเหมือนได้นวดตัวไปด้วย แต่ทีนี้หากสครับผิวไม่ดี แทนจะได้ผิวสวย อาจได้ผิวเสียแทน โดยเฉพาะ 2 ข้อนี้ที่ควรรู้ก่อนทำการสครับผิวค่ะ 1. ก่อนสครับ ผิวต้องเปียกเพราะเนื้อสครับที่หนืดนั้นหากเอาไปถูกับผิวที่แห้งอยู่อาจทำให้เกิดการเสียดสีมากเกินไปจนเกิดการระคายเคืองได้ 2. สครับด้วยแรงที่เบาที่สุด เพราะผิวหนังของคนเรามีทั้งส่วนที่แข็งแรงและบอบบาง การสครับด้วยแรงที่มากเกินไป นอกจากทำให้ผิวเกิดการอักเสบแล้ว ยังเสี่ยงจะทำให้ผิวเกิดริ้วรอยได้ง่าย

2 สิ่งควรรู้ก่อนสครับผิว

ถึงเทรนด์ถุงใต้ตาจะมาแรงในหมู่สาวๆ ก็ตาม แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบถุงใต้ตาก็ยังคงมีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน จะทำอย่างไรให้ถุงใต้ตาพวกนี้บวมน้อยลง ตามติดเคล็ดลับดีๆ จากเราได้เลยค่ะ – ลงกันแดดรอบดวงตา : โดยเลือกใช้ครีมกันแดดสำหรับดวงตาโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันรังสียูวีไม่ให้เข้ามาทำร้ายผิวส่วนบอบบางบริเวณนั้น – ถุงชาแช่เย็น : สามารถนำมาวางโปะบนดวงตาสัก 5 นาทีหรือจนกว่าถุงชาจะหายเย็น วิธีนี้ทำเพื่อลดอาการบวมที่ใต้ดวงตาได้ แต่จะต้องเป็นถุงชาที่ใช้แล้วเท่านั้นนะคะ – ทาอายส์ครีมเย็นเจี๊ยบ : ใครที่ปกติใช้อายส์ครีมในยามค่ำคืนอยู่แล้ว ลองนำอายส์ครีมที่ใช้ไปแช่เย็นก่อนใช้ดูสิคะ ความเย็นที่ได้จะช่วยทำให้เส้นเลือดใต้ดวงตาหดตัวลงได้โดยง่ายค่ะ

บำรุงผิวบอบบางรอบดวงตาด้วยเคล็ดลับง่ายๆ ดังนี้

คงไม่มีสาวคนไหนจะแฮ๊ปปี้กับขนส่วนเกินกันหรอกใช่ไหม แต่ทีนี้จะกำจัดมันทั้งที คุณต้องไม่ลืมทำ 2 ข้อนี้เสียก่อน ไม่เช่นนั้นหลังกำจัดขนไป ชีวิตอาจพังได้ค่ะ 1. ขัดผิว : อย่าคิดว่าอยากกำจัดขนเมื่อไรก็ทำได้เลยเชียวล่ะ เพราะแทนที่ทำแล้วจะสวยเช้ง มันจะกลายเป็นเกิดปัญหาอุดตันขึ้นมาแทนได้ เพราะฉะนั้น ก่อนจะกำจัดขน เราขอให้คุณจัดการขัดผิวขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไปเสียก่อนจะดีกว่า 2. เติมความชุ่มชื้นให้ผิว : การทำเช่นนี้สามารถช่วยให้เส้นขนอ่อนตัวและหลุดลอกออกได้ง่ายขึ้น โดยให้ทำการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นก่อนเริ่มกำจัดขนประมาณ 5-7 วันนะคะ

2 ข้อห้ามลืมก่อนกำจัดขน

เห็นสภาพอากาศในช่วงนี้แล้วก็ได้แต่ท้อใจ ทั้งมลพิษและแสงแดด ต่างแย่งแผดเผาทำลายผิวไปเสียหมด ถ้าไม่ทำการบำรุงกันเสียหน่อย มีหวังผิวแห้งกร้าน ลอกเป็นขุยแน่นอน อย่ารอให้ถึงวันนั้นเลย มาเริ่มทำการบำรุงสุขภาพผิวตั้งแต่วันนี้ดีกว่า การบำรุงเติมความชุ่มชื้นกลับเข้าสู่ผิวนั้นทำได้ไม่ยาก เพียงแค่หมั่นพอกผิงด้วยผลไม้อย่างกล้วยหอม มะม่วงสุก หรือสับปะรด ซึ่งเป็นผลไม้ที่ให้น้ำเยอะ อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 15 นาที เท่านี้ก็เพียงพอแล้วค่า สำหรับวิธีทำก็ง่ายเเสนง่าย เพียงนำผลไม้ที่กล่าวมาด้านต้นมาบดให้ละเอียด ก็สามารถนำมาพอกให้ทั่วทั้งตัวได้เลย! ใครไม่อยากผิวแห้งจนรำคาญ อย่าลืมพอกผิวกันล่ะ

เคล็ดลับสร้างผิวชุ่มชื้นด้วยผลไม้

เมื่ออายุมากขึ้น ผิวของคุณก็หย่อนคล้อยตาม ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่ดูแลใส่ใจซะบ้าง กว่าจะรู้ตัวอีกทีใบหน้าของคุณก็ดูแก่กว่าวัยไปเสียแล้ว อย่ารอให้เป็นแบบนั้นเลยค่ะ หันมาบำรุงกันตอนนี้ก็ยังไม่สาย แค่เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการทานไข่ซึ่งเป็นแหล่งรวมสารบำรุงชั้นเลิศ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ ธาตุเหล็ก ทองแดง สังกะสี รวมไปถึงไขมันดีที่จะช่วยทำให้ผิวเรียบเนียนพร้อมเสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรงให้กับผิวของคุณ

คงความกระชับ ผิวหน้าเต่งตึงด้วยการทานไข่

เบื่อมั๊ย? กับปัญหาทาลิปแป๊บๆ ลิปก็ลอกจนต้องทาแล้วทาอีก เปลืองลิปสติกเสียเปล่าๆ มาลองปรับเปลี่ยนวิธีกันใหม่ดีกว่าค่ะ กับทริคแจ่มว้าวที่จะช่วยให้ลิปติดแน่นทนนานบนริมฝีปากของคุณได้หลายชั่วโมงเลยเชียวแหละ จากการทาลิปตามปกติ ให้จัดแจงฉีกยิ้มกว้างและทาลงไปเลย วิธีนี้จะทำให้เนื้อลิปสติกติดอยู่ทั่วทั้งริมฝีปากไม่เว้นแม้แต่มุมปากด้วย หลังทาเสร็จให้ฉีกยิ้มค้างไว้ต่ออีกสัก 1-2 นาที แล้วค่อยนำทิชชู่มาซับเบาๆ ก่อนจะใช้แปรงแตะแป้งฝุ่นโปร่งแสงปัดทับบนริมฝีปากเบาๆ ตามด้วยการทาลิปทับลงไปอีกรอบ ทำเสร็จแล้วรับรองว่าคุณจะเสียเวลานั่งเติมลิปน้อยลงอย่างแน่นอนค่ะ

ทริคนี้แจ่มว้าว ทาลิปตัวไหนก็ติดทน

การมีผมดกดำ ดูนุ่มลื่น สุขภาพดีนั้นคือสิ่งที่ใครๆ ก็ต้องการ เพื่อให้การบำรุงเส้นผมเป็นไปได้ด้วยดี ในวันนี้เราขอแนะนำอีกหนึ่งสูตรที่จะช่วยให้เส้นผมดูแข็งแรงมากยิ่งขึ้นค่ะ โดยสูตรนี้เราจะให้หัวหอมใหญ่เป็นไอเทมหลัก ไม่ยากค่ะ แค่เอาหัวหอมไปคั้นจนได้เป็นน้ำ จากนั้นให้ผสมกับน้ำมันมะกอกในสัดส่วนที่เท่ากัน แล้วจึงนำมาหมักผมทิ้งไว้ 10-15 นาที ก่อนสระผมตามปกติ วิธีนี้สามารถช่วยกระตุ้นรากผมให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น แถมยังช่วยกกระชับรูขุมขนบนหนังศีรษะได้ดีอีก

บำรุงเส้นผมให้มีสุขภาพแข็งแรงด้วยหัวหอม

ปัญหากวนใจที่สาวๆ มักต้องพบเจอหลังทำการกำจัดขนส่วนเกินคือรอยแดง อักเสบ และแสบผิว ทำให้หมออารมณ์ไม่อยากออกไปพบใครเลยทีเดียว แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพียงแค่คุณทำการทาโลชั่นสูตรที่มีผสมวิตามิน E แบบเข้มข้นหลังการกำจัดขน ทาเสร็จรอแป๊บเดียว รอยแดงหายเกลี้ยงแน่นอนค่า!

1 ทริคเด็ดโดนขจัดปัญหารอยแดงหลังการถอน

คงไม่มีใครอยากรู้สึกเสียเซลฟ์เพียงเพราะต้นคอดำหรอกจริงไหม เพื่อแก้ปัญหานี้ เรามีเคล็ดลับที่น่าสนใจและทำได้ไม่ยากมาฝากกันค่ะ เพียงแค่นำสำลีไปชุบกับน้ำมะนาวแล้วค่อยๆ ขัดบริเวณลำคอสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง กรดธรรมชาติที่อยู่ในน้ำมะนาวจะค่อยๆ เซาะเอาเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกได้ง่าย เพียงไม่กี่อาทิตย์คุณจะเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ

ไม่อยากเสียเซลฟ์เพราะต้นคอดำ จัดการเลยด้วยวิธีนี้!

สิ่งที่สาวๆ มักได้พบเจอหลังทำการถอนหรือโกนขนส่วนเกินใต้วงแขนคือปัญหาผิวหนังไก่ที่ดูขรุขระจะเสียความมั่นใจกน วันนี้หมดกังวลไปได้เลยค่ะ เพราะเราได้นำทริคการสครับเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะมาฝากกัน เริ่มด้วยการนำเนื้ออะโวคาโดครึ่งลูกมาบดละเอียดและผสมเข้ากับนมสดจนได้ออกมาเป็นเนื้อครีม จากนั้นให้พอกไว้ใต้วงแขนเป็นเวลา 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง แล้วผิวใต้วงแขนจะค่อยๆ กลับมาเรียบเนียนอีกครั้งเอง

ปัญหาหนังไก่ แก้ได้ด้วยการสครับ

สาวๆ คงไม่อยากมีผมที่แห้งเสียกันหรอกใช่ไหมล่ะ มาลองใช้สูตรนี้กันดูสิคะ แล้วผมที่เคยแห้งเสียของคุณก็จะกลับมาดูนุ่มสลวย เงางามอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่นำมายองเนสในตู้เย็นมาหมักผม โดยเป่าลมอุ่นๆ ใส่ให้ทั่วผมเพื่อให้มายองเนสซึมซาบลงในเส้นผมอย่างทั่วถึง ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วสระผมไปตามปกติ ทำอาทิตย์ละครั้ง แล้วคุณก็จะมีผมสวยในแบบที่ต้องการในระยะเวลาไม่นานค่ะ

อยากมีผมนุ่มสลวย มายองเนสช่วยคุณได้

สาวๆ คนไหนที่กำลังประสบกับปัญหาขนตาสั้นและบางอยู่ ลองมาใช้วิธีนี้กันดูสิคะ แค่หากรรไกรปลายทู่ขนาดเล็กสำหรับตัดเล็มขนให้เด็กเล็กมาเล็มปลายขนตาทีละนิด วิธีนี้จะเป็นการช่วยกระตุ้นให้ขนตายาวและหนาขึ้นนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ควรทำด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับดวงตา

อยากมีขนตายาวงอน ต้องทำวิธีนี้

จริงอยู่ว่าการดื่มน้ำผลไม้นั้นสามารถช่วยในเรื่องการดีท็อกซ์สารพิษในร่างกายได้ หากแต่ต้องดื่มให้ถูกจังหวะกันด้วย โดยช่วงที่เหมาะกับการดื่มน้ำผลไม้คือตอนที่ท้องว่าง เพราะสารอาหารที่มีอยู่ในผลไม้จะย่อยได้ยากเมื่อทานพร้อมอาหาร อีกทั้งการดื่มในช่วงเวลานี้จะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้อีกต่างหาก

ดีท็อกซ์ได้ไม่ยากแค่ดื่มให้ถูกเวลา

เพราะเรื่องของปัญหากลิ่นปากนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ คุณจึงควรดูแลเอาใจใส่ในส่วนนี้กันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าวิธีการกำจัดกลิ่นปากนั้นมีอยู่หลากหลาย ทั้งแปรงฟัน ใช้น้ำยาบ้วนปาก สเปรย์ดับกลิ่นปาก หรือแม้แต่การเคี้ยวหมากฝรั่งก็ตาม แต่ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือการทานอาหารที่ช่วยยับยั้งเรื่องกลิ่นปากได้ผลชะงักนั่นเอง โดยอาหารที่เราอยากแนะนำให้ทานกันก็คือ ผักชีฝรั่ง ซึ่งเป็นผักที่มีสารโมโนเทอร์ปีน ตัวช่วยยับยั้งแบคทีเรียในช่องปากได้เป็นอย่างดีนั่นเอง หมั่นทานเป็นประจำ แล้วปัญหากลิ่นปากจะไม่มีมากวนใจคุณอีกต่อไปอย่างแน่นอน

ลมปากหอมสดชื่่นเมื่อทานผักชีฝรั่ง

ใครๆ ก็อยากมีริมฝีปากที่นุ่มสวยด้วยกันทั้งนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เรียวปากแห้งเสีย วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ มาฝากกันถึง 3 ข้อเพื่อสร้างเรียวปากเนียนสวยอยู่ตลอดเวลา 1. ทาลิปบาล์มให้บ่อยเข้า : มองหาลิปบาล์มคุณภาพดีๆ สักแท่งพกติดตัวไว้ และหยิบมาใช้ได้ทุกเวลาที่ต้องการ รวมถึงควรทาลิปบาล์มในช่วงก่อนนอนด้วยนะคะ 2. สครับผิวริมฝีปากบ้าง : ริมฝีปากก็เหมือนกับใบหน้าของคนเรานี่แหละ ควรทำการสครบมันเสียบ้าง อาทิตย์ละครั้ง เพื่อลอกเอาเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกมาพร้อมเผยผิวใหม่ที่สดใสยิ่งกว่าเดิม 3. งดเลียหรือเม้มริมฝีปาก : นี่เป็นสิ่งที่หลายคนมักทำกันโดยไม่รู้ตัว ซึ่งนั่นไม่ดีเลยค่ะ เพราะมันจะยิ่งทำให้ริมฝีปากสูญเสียความชุ่มชื้นออกไปเร็วขึ้น ทำให้ปากดูแห้งหนักกว่าเก่า

3 วิธีดูแลเรียวปากให้สวยอยู่ตลอดเวลา

หลายครั้งที่สาวๆ มักเผลอขยี้ตาในเวลาที่รู้สึกเคืองตาบ่อยๆ นั่นทำให้เกิดริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาได้ง่าย เพราะการขยี้ตานั้นจะทำให้ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาซึ่งค่อนข้างบอบบางเกิดรอยยับหรือรอยตีนกาแบบตื้นๆ ขึ้น อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตาอีก ยิ่งอายุมากก็ยิ่งเห็นชัดขึ้น ดังนั้นถ้ายังไม่อยากมีริ้วรอยก่อนวัยอันควร พยายามอย่าขยี้ตาให้บ่อยเกินความจำเป็นนะคะ

ไม่อยากมีริ้วรอย อย่าขยี้ตาบ่อยเกินความจำเป็น

เวลาพูดถึงผลไม้จำพวกเบอร์รี่ทีไร คนส่วนใหญ่มักมองถึงแต่ข้อดีเรื่องความสวยความงามกัน ซึ่งแท้จริงแล้ว เบอร์รี่ยังมีประโยชน์ในเรื่องการบำรุงสมองและระบบประสาทอีกด้วย โดยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีในเบอร์รี่จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์สมองให้จัดการซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น ทำให้ความสามารถด้านความจำของเราดีขึ้นตามไปด้วยค่ะ

ลืมเก่งนัก ต้องจัดเบอร์รี่

เพราะการตามใจปากทำให้น้ำหนักของคุณพุ่งพรวดเลยใช่ไหมล่ะ วันนี้มาเบรคความหิวกันหน่อยดีกว่าด้วยการทานถั่วเหลืองซึ่งเป็นโปรตีนจากธรรมชาติ แถมยังอุดมไปด้วยคอลลาเจนชั้นเลิศทำให้ผิวพรรณเต่งตึง สวยงาม อีกท้งยังช่วยให้อิ่มท้องได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

อิ่มท้องง่ายๆ แค่ทานถั่วเหลือง

จะหน้าสวยยังไงถ้าผมเสีย เสน่ห์ก็หดหายอยู่ดี เพราะงั้นถ้าไม่อยากมีผมแห้งเสีย ลองทำตามคำแนะนำ 3 ข้อนี้ดูสิคะ 1. เล็มปลายผมทุกๆ 2 เดือน ไม่ว่าจะไว้ยาวหรือสั้นก็ตาม เพื่อช่วยป้องกันปัญหาเส้นผมแตกปลายจนเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาผมหลุดร่วงง่าย 2. อย่าหวีผมหลังสระเสร็จใหม่ๆ เพราะช่วงที่ผมเปียกอยู่น้น เส้นผมจะอ่อนแอและขาดได้ง่ายนั่นเอง 3. สระผมหลังออกกำลังกายทุกครั้ง ไม่ควรปล่อยให้่เหงื่อบนเส้นผมแห้งไปเองเพราะจะเป็นการสะสมเชื้อโรคและเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะ

3 ข้อดูแลผมสวยที่ควรรู้

เพราะการเดินมากๆ อาจทำให้เท้าแตกแห้งกร้านได้ง่าย ลองหาเวลาทำการดูแลสุขภาพเท้ากันสักหน่อยเถอะค่ะ ไม่ยากเลย แค่นำเกลือมาผสมกับน้ำอุ่นใส่ในกะละมัง จากนั้นค่อยแช่เท้าในกะละมังประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ผิวเท้าที่แตกแห้งกร้านก็จะค่อยๆ กลับมาเนียนสวยดังเดิม ที่สำคัญยังช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้ดีด้วย

เท้าเรียบเนียนสวยด้วยเกลือสปา

ปัญหาหนึ่งที่มักเกิดกับสาวที่ชอบทานเผ็ดจัดและทำงานกลางแจ้งเป็นประจำคือริมฝีปากที่คล้ำไม่น่ามอง ยิ่งพอทาลิปสติกเข้าไปก็จะยิ่งทำให้เห็นริ้วรอยชัดเจนขึ้น แบบนี้คงต้องรีบแก้ปัญหากันแล้วล่ะ ไม่ยากเลย แค่จัดการฝานแตงกวาบางๆ แช่เย็นไว้ แล้วค่อยนำมามาส์กที่ริมฝีปาก 15 นาที ทำเป็นประจำแล้วริมฝีปากที่คล้ำก็จะกลับมาเนียนสวยได้ใหม่

หมดปัญหาปากคล้ำด้วยแตงกวา

กำลังประสบปัญหาสิวอยู่หรือเปล่า ถ้าใช่ล่ะก็เราขอแนะนำให้งดล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไปก่อน แต่ให้หันมาใช้น้ำมันดอกคำฝอยในการล้างหน้าแทน เพราะน้ำมันชนิดนี้จะเป็นตัวช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันบนผิวหน้าซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว นอกจากนี้ยังสามารถนำน้ำมันอัลมอนด์หรือน้ำมันจมูกข้าวสาลีมาใช้นวดบริเวณใบหน้าเป็นวงกลมก่อนเช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น และล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นอีกทีเพื่อเป็นการช่วยชะลอริ้วรอยก่อนวัยให้กับผิวได้ดีอีกด้วย

บอกลาปัญหาสิว ด้วยการใช้น้ำมันล้างหน้า

ในบางครั้งคนเราก็ต้องพบเจอกับปัญหาที่หนักและกระเทือนจิตใจจนเสียน้ำตามาบ้าง แต่หลังจากร้องไห้จนสบายใจขึ้นแล้ว สิ่งที่ยังคงหลงเหลืออย่างอาการตาบวมนี่สิที่น่าปวดใจยิ่งกว่า จะทำยังไงดีให้ตาหายบวมในเวลาอันรวดเร็ว วันนี้เรามีคำตอบค่ะ หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้รีบหาผ้าร้อน(ไม่ต้องถึงกับร้อนจัดนะคะ แค่อุ่นๆ ก็ใช้ได้)มาวางโปะที่บริเวณดวงตาสลับกับผ้าเย็นเป็นระยะ เพื่อทำให้การไหลเวียนรอบดวงตาดีขึ้น สักพักอาการบวมจะค่อยๆ ลดลงจนหายไปในที่สุด

ร้องไห้มาหนัก ปรับดวงตาให้สดใสยังไงต่อ

รู้หรือเปล่า? ช่วงกกลางคืนนั้นเปรียบเสมือนช่วงเวลาแห่งการบำรุงผิวโดยแท้จริงเลยล่ะค่ะ แทนที่จะทาสกินแคร์ตามปกติ ลองเพิ่มน้ำมันบำรุงผิวตามลงไปก่อนนอนด้วยสิคะ เมื่อเรานอนหลับ น้ำมันจะถูกดูดซึมเข้าสู่ผิวเพื่อเพิ่มเติมความชุ่มชื้น ทำให้เมื่อตื่นเช้ามาผิวของคุณจะเด้ง เต่งตึง และดูดี อิ่มน้ำอย่างไม่น่าเชื่อเลยแหละ

ก่อนนอนทำแบบนี้ เช้ามารับรองเเจ่ม!

หลายครั้งที่การไดเอทไม่เป็นผลสำเร็จเพราะแพ้ความอยากอาหารใช่ไหมล่ะ มาลองปรับเปลี่ยนวิธีกันใหม่หน่อย หันมาทานข้าวโพดต้ม 1 ฝักต่อวัน โดยแบ่งไปทานตอนช่วงเช้า ครึ่งฝัก และช่วงบ่ายอีกครึ่งฝักก็ได้ การทานข้าวโพดจะช่วยให้อิ่มท้องได้นาน แถมข้าวโพดยังเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ทำให้กระเพาะอาหารต้องใช้เวลาในการย่อยค่อนข้างนาน เมื่อทานแล้วจะทำให้หนักท้องและไม่รู้สึกอยากทานอย่างอื่นต่อนั่นเอง

รู้ยัง? ทานข้าวโพดต้มลดความหิวได้

คงจะดีไม่น้อยหากสาวๆ มีผิวพรรณสุขภาพแข็งแรง เต่งตึง ไม่หย่อนคล้อยก่อนเวลาอันควร เพื่อให้ผิวของคุณดูสดใสไร้ริ้วรอยกวนใจ เราขอแนะนำให้ในแต่ละวันทานมะเขือเทศสดกันสัก 1-2 ลูกดูสิคะ ด้วยสารไลโคปินและวิตามินซีจึงช่วยให้ผิวที่แห้งกร้านกลับมาขาวกระจ่างใส ไร้ริ้วรอยกวนใจอย่างแน่นอน

ทานสิ่งนี้บ่อยๆ เพื่อผิวอ่อนกว่าวัย

สาวๆ ส่วนใหญ่ล้วนอยากมีหุ่นสวยผอมเพรียวด้วยกันทั้งนั้น แต่จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะ ในแต่ละวันท้องร้องบ่อยเหลือเกิน มานี่เลยค่ะ ดื่มน้ำให้มากๆ เข้า วันละ 8-10 แก้ว หรือประมาณ 1 ลิตรครึ่ง แล้วความหิวที่มีจะลดน้อยลง แถมคอเลสเตอรอลตัวร้ายก็จะถูกปราบลงไปโดยง่ายอีกด้วย อย่างไรก็ตามอย่าดื่มมากเกินกว่าที่กำหนดนะคะ เพราะการดื่มน้ำมากเกินปริมาณที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งที่น่ากลัวต่อสุขภาพไม่น้อยเลยเช่นกัน

อยากมีหุ่นสวย ดื่มน้ำให้พอสิ!

คนส่วนใหญ่มักคิดว่า นมถั่วเหลืองเป็นเมนูเครื่องดื่มที่กินเพื่อช่วยเสริมสร้างกระดูกและลดน้ำหนัก แต่รู้หรือไม่ว่าการดื่มนมถั่วเหลืองนั้นยังสามารถช่วยทำให้ผิวพรรณของสาวๆ เต่งตึง ไร้ริ้วรอย เพราะสารในนมถั่วเหลืองสามารถช่วยล็อกคอลลาเจนใต้ผิวหนังให้อยู่ได้นานมากขึ้น จึงต้องบอกว่า ดื่มนมถั่วเหลืองบ่อยๆ หน้าเด็กสมใจอย่างแน่นอน!

นมถั่วเหลือง กินเถอะ เพื่อผิวสวย

พออายุมากขึ้น ริ้วรอยต่างๆ ก็ค่อยๆ ตามมา เพื่อชะลอเวลาริ้วรอยให้มาช้าที่สุด วันนี้เรามาเริ่มทำโยคะใบหน้าไปพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ เพราะการทำโยคะใบหน้านั้นจะเป็นการช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตให้ทำงานได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยทำให้ผิวหน้ากระชับเต่งตึง ดูเด็กกว่าวัยได้อีก สำหรับท่าที่นำมาสอนในวันนี้จะเป็นท่าที่ช่วยเรื่องการลดริ้วรอยบริเวณร่องแก้มได้ดี เริ่มด้วยทำปากเป็นรูปตัวโอสลับกับห่อปากคล้ายการยิ้ม ทำสลับไปมา 6 ครั้ง เมื่อครบแล้วให้ห่อปากท่ายิ้มค้างไว้และใช้นิ้วกดที่คาง ก่อนเริ่มขยับขากรรไกรขึ้น-ลงช้าๆ 2 รอบ หมั่นทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน แล้วสาวๆ ก็จะมีใบหน้าเด็กลงอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ

ผิวสวยกระชับด้วยท่าโยคะใบหน้า

สาวๆ คนไหนที่อยากมีกลิ่นตวหอมฟุ้งตลอดทั้งวัน ลองนำทริคการฉีดน้ำหอมนี้ไปใช้กันดูสิคะ ง่ายๆ เลย แค่ฉีดน้ำหอมตามบริเวณจุดชีพจรต่างๆ อาทิ ข้อมือ หลังใบหู ข้อพับแขน หรือซอกคอ นอกจากนี้อาจฉีดสเปรย์ฉีดผมที่มีกลิ่นหอมบ้างเล็กน้อย เพียงเท่านี้สาวๆ ก็จะตัวหอมไปทั้งวันแล้วล่ะค่ะ อย่างไรก็ตาม อย่าฉีดน้ำหอมมากกจนเกินไปนะคะ เพราะแทนที่จะหอมจะกลายเป็นฉุนจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้แทน

ฉีดน้ำหอมให้ถูกจุด รับรองหอมฟุ้งไปทั้งวัน

ไม่ว่าจะแต่งตัวเป๊ะยังไง แต่งหน้าสวยแค่ไหน แต่หากคุณมีกลิ่นปากเมื่อไร ความสวยที่มีหวังหมดไปอย่างแน่นอน เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ เราอยากแนะนำให้หันมาทานลูกเกดกันให้มากขึ้น เพราะในลูกเกดนั้นอุดมไปด้วยกรดโอลีโนอิค ซึ่งสามารถช่วยป้องกันแบคทีเรียในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทานเป็นประจำ รับรองกลิ่นปากหายเกลี้ยง!

หมดปัญหากลิ่นปากเมื่อทานลูกเกด

คงไม่ดีแน่ถ้าจะปล่อยให้ริมฝีปากคล้ำอยู่แบบนี้ มาหาทางฟื้นฟูสภาพผิวของริมฝีปากให้กลับมาดูเป็นธรรมชาติได้อีกครั้งกันเถอะ ไม่ยากเลยแค่ให้เนยและน้ำตาลเป็นตัวช่วยหลักค่ะ ง่ายๆ แค่ผสมน้ำตาล 1 ช้อนชาเข้ากับเนย 1 ช้อนชา ให้พอเข้ากันได้ จากนั้นจึงนำมาขัดเบาๆ ให้ทั่วริมฝีปาก ทำแบบนี้สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น ริมฝีปากของคุณก็จะค่อยๆ ผลัดเอาเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไปพร้อมเผยผิวใหม่ที่ดูเนียนสวย อมชมพูเฉกเช่นเดิม

ฟื้นฟูสีผิวให้ริมฝีปากด้วยน้ำตาลและเนย

เบื่อไหมกับการต้องสระผมบ่อยเสียเหลือเกิน บางคนก็สระมันทุกวน บางคนก็สระแบบวันเว้นวัน เพราะทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้หัวมันเยิ้ม ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่อยากสระบ่อยแบบนั้น เราขอแนะนำว่าอย่าเผลอทำ 3 สิ่งนี้เป็นประจำเชียวล่ะ 1. หวีผมบ่อย : เนื่องจากการหวีผมบ่อยๆ นั้นจะทำให้ความมันจากหนังศีรษะติดหวีลงมายังส่วนอื่นๆ ไปด้วย 2. ใช้สเปรย์จัดแต่งทรงผมเยอะ : ถ้าคิดว่าคืนนี้ไม่อยากสระผม ในตอนเช้าอย่าใส่สเปรย์จัดแต่งทรงผม หรือหากจำเป็นต้องใช้ก็อย่าใช้ให้เยอะจนเกินไปค่ะ 3. อาบน้ำแบบไม่รวบผม : สิ่งนี้มักเป็นเรื่องที่สาวๆ มองข้าม ซึ่งเราอยากบอกคุณว่า หากไม่อยากสระผมและไม่อยากให้หัวมันเยิ้มในเช้าวันต่อมาแล้วล่ะก็ ก่อนอาบน้ำอย่าลืมรวบผมหรือจัดการใส่หมวกคลุมผมให้เรียบร้อยด้วยนะคะ

3 ข้ออย่าทำถ้าไม่อยากสระผมบ่อย

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า คนที่ทานเร็วไปนั้น จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนมากกว่าคนที่ทานช้า เพราะคนที่ทานเร็วส่วนใหญ่จะเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ไม่ทันรอให้อาหารตกลงสู่กระเพาะก็กินคำใหม่แล้ว นั่นทำให้คุณรู้สึกว่าไม่อิ่มแล้วจะพาลขอสั่งอาหารทานเพิ่มได้ง่ายๆ เลยค่ะ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ ทานไปจะดีที่สุด

ระวัง! กินเร็วเกินไปเสี่ยงเป็นโรคอ้วน

แม้ใครๆ จะชอบฤดูหนาวกันก็ตาม แต่รู้ไหม? สภาพอากาศที่หนาวเหน็บแบบนี้ก็ส่งผลกับสุขภาพของคุณได้เหมือนกันนะ เพื่อเป็นการป้องกันโรคหวัดมาเยือน เราขอแนะนำให้ทานผลไม้รสเปรี้ยว อาทิ ส้ม มะนาว องุ่นเขียว สตรอว์เบอร์รี่ ฯลฯ ให้มากๆ เข้า เพราะผลไม้รสเปรี้ยวเหล่านี้จะอุดมไปด้วยวิตามินซีซึ่งจะช่วยต่อสู้กับโรคหวัดได้ดี แถมยังสามารถบรรเทาอาการไอ ทำให้ชุ่มคออีกด้วย

หน้าหนาวทั้งที อย่าลืมทานเมนูนี้กันนะ

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมในแต่ละวันถึงหิวบ่อยเหลือเกิน ทั้งที่ก็ทานข้าวตามปกติ ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะคุณเผลอทำพฤติกรรมบางอย่างที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้รู้สึกหิวตลอดเวลาน่ะสิ งั้นมาลองสังเกตตัวเองดูหน่อยซิว่า มีพฤติกรรมเหล่านี้กันบ้างหรือเปล่า 1. อดข้าว : เพราะคนชอบคิดกันว่าอยากผอมต้องทานข้าวแค่ 2 มื้อต่อวันเท่านั้น นั่นแหละการอดข้าวมื้อหนึ่งจะยิ่งทำให้หิวหนักขึ้น 2. นอนดึก : เพราะการนอนดึกทำให้คุณมีเวลาช่วงกลางคืนนานกว่าคนปกติ ยิ่งถ้ามีงานมีกิจกรรมให้ทำตอนกลางคืนด้วยแล้วก็ยิ่งต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นไปอีก 3. ดื่มแอลกอฮอล์ : นอกจากการดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้กระหายน้ำแล้ว มันยังทำให้คุณเพลิดเพลินกับการทานกับแกล้มไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบอีก 4. ร่างกายขาดน้ำ : ในบางคร้งร่างกายอาจกำลังส่งสัญญาณว่าหิวน้ำ แต่ตัวคุณกลับเข้าใจไปว่านั่นคือการหิวข้าว สุดท้ายเลยลงเอยด้วยการจัดมื้อใหญ่ก็เป็นได้ 5. ความเครียด : เพราะการทานอาหารอร่อยๆ หรือแม้แต่การทานของหวานๆ จะช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายขึ้นได้ ดังนั้นในเวลาที่รู้สึกเครียด หลายคนจึงหันไปพึ่งการกินเพื่อคลายเครียดกัน

5 สาเหตุที่ทำให้หิวง่าย

ในยุคปัจจุบันนั้น ผู้คนส่วนใหญ่ต่างทำงานกันหน้าคอมเป็นหลัก ทำให้เกิดปัญหาออฟฟิศซินโดรมได้ง่ายขึ้น แน่นอนว่าไม่มีใครอยากเป็นกันอยู่แล้ว ดังนั้นลองมาปรับท่าทางการนั่งกันดูเสียใหม่เถอะ แล้วชีวิตในการทำงานของคุณจะสบายขึ้นอย่างเเน่นอน แค่นั่งด้วยท่าทางธรรมดา ขาปล่อยตรงตามสบาย หลังติดเบาะเก้าอี้ ปรับความสูง-ต่ำของเก้าอี้ให้พอเหมาะกับโต๊ะ โดยให้ข้อมือและข้อศอกอยู่ในระนาบเดียวกับโต๊ะ และไหล่กับข้อศอกควรทำมุม 90 องศา หากนั่งได้ตามคำแนะนำนี้แล้วล่ะก็ เชื่อเถอะว่าการทำงานหน้าคอมจะไม่ใช่อุปสรรคของสุขภาพคุณอีกต่อไป

ไม่อยากปวดเมื่อยจากการทำงาน อย่าลืมนั่งให้ถูกท่า

เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ที่ผู้คนยังคงนิยมกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับเทรนด์การดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะกับทานพวกผักออร์แกนิคทั้งหลาย ซึ่งผกแต่ละชนิดต่างมีคุณประโยชน์ที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป ในวันนี้เราเลยอยากขอยกประโยชน์จากผัก 4 ชนิดที่ควรค่าแก่การทานเพื่อสุขภาพมาฝากกันค่ะ 1. ปวยเล้ง : เป็นผักที่ช่วยในเรื่องการล้างสารพิษตกค้างในร่างกายพร้อมช่วยฟื้นฟูความจำได้เป็นอย่างดี 2. บีทรูท : ถือเป็นผักที่เหมาะกับคนอยากมีผิวสวยอย่างแท้จริง เพราะสามารถช่วยลดอนุมูลอิสระในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยบำรุงเลือดด้วย 3. ผักสลัดกรีนโอ๊ค : เป็นผักที่จะช่วยลดปัญหาความดันโลหิตสูง รวมไปถึงปัญหาเรื่องระบบประสาท 4. แครอท : จัดว่าเป็นผักอีกหนึ่งชนิดที่ช่วยคุณในเรื่องลดอนุมูลอิสระได้ดีเยี่ยมเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้แครอทยังสามารถช่วยเรื่องการบำรุงสายตาอีกด้วย

4 ผักควรทานเพื่อช่วยล้างพิษ

หลายคนชอบเข้าใจผิดกันว่า ถ้าอยากผอมต้องอดข้าว ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันตรงกันข้ามเลยค่ะ โดยเฉพาะการทานมื้อเช้ายิ่งเป็นสิ่งที่ควรต้องทานเข้าไปใหญ่ เพราะพอเราไม่ทานอาหารเช้า ระบบเผาผลาญในร่างกายจะทำงานช้าลงจนรู้สึกหิวหนักขึ้น กลายเป็นไปลงกับมื้ออื่นแทน ไปๆ มาๆ จากน้ำหนักที่ควรลงมันจะขึ้นมาแทนได้

หุ่นผอมสวย เริ่มต้นที่ทานมื้อเช้า

นอนดึกตื่นเช้าบ่อยๆ มีหรือรอบดวงตาจะไม่คล้ำ จะปล่อยทิ้งไว้ก็คงไม่ดี มาลองใช้วิธีนี้เพื่อแก้ไขปัญหากันดูสิ ด้วยการนำมันฝรั่งมาบดคั้นจนเป็นน้ำ จากนั้นให้ใช้สำลีก้อนจุ่มน้ำมันฝรั่งก่อนวางพักไว้ใต้ดวงตา 20 นาทีแล้วล้างออก ทำ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ แล้วจะเห็นเลยว่าสภาพผิวใต้ดวงตาจะค่อยๆ ดีขึ้น

ใต้ตาคล้ำนัก ให้มันฝรั่งช่วยเถอะ

รู้ไหม? การกำจัดขนส่วนเกินด้วยวิธีโกนนั้น หากทำไม่ถูกเวลา แทนที่จะมีขาเรียบเนียนสวย อาจกลายเป็นเกิดการแพ้ อักเสบ และเป็นแผลจนไม่น่ามองได้ ซึ่งเวลาที่ไม่ควรโกนขนส่วนเกินคือเวลาก่ิอนอาบน้ำ เพราะเป็นช่วงที่ผิวค่อนข้างแห้ง ดังนั้นหากต้องการโกนขนให้ทำในช่วงหลังอาบน้ำจะดีที่สุดค่ะ

ไม่อยากผิวอักเสบหลังกำจัดขน อย่าทำเวลานี้

สาวๆ คนไหนอยากผอมลองแวะมาอ่านทางนี้ เรามีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยเรื่องการกระตุ้นระบบเผาผลาญมาฝากกัน เพียงแค่หันไปทานหน่อไม้ฝรั่งและพริกให้บ่อยขึ้น เพราะในหน่อไม้ฝรั่งนั้นเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและไฟเบอร์ทั้งแบบละลายน้ำและไม่ละลายน้ำอยู่นั่นเอง ในขณะที่ความเผ็ดร้อนของพริกจะเป็นตัวช่วยทำให้คุณอยากอาหารรสหวานและเค็มน้อยลงได้ ทั้งนี้ควรทานให้พอดีนะคะ หากทานเยอะเกินไปอาจทำให้ปวดท้องแทนได้

อยากผอมต้องทาน 2 สิ่งนี้

การเป็นสาวผิวแห้งนี่มันไม่น่าสนุกเลยสักนิด ยิ่งมาเจอสภาพอากาศที่หนาวเหน็บด้วยแล้วล่ะก็ ผิวยิ่งแห้งลอกเลยค่ะ งั้นเรามากอบกู้ผิวแห้งเสียให้กลับมาชุ่มชื้นไปด้วยกันดีกว่า เพียงแค่หมั่นทานอาหารที่มีโอเมก้าสาม เช่น ปลาเเซลมอน ปลาทู และสารพัดถั่วต่างๆ รวมไปถึงผักโขม เพื่อให้ร่างกายได้รับกรดไขมันที่จำเป็น พร้อมปรับเสริมตวน้ำมันในชั้นผิวให้สมดุลกัน ส่งผลให้ผิวกลับมาชุ่มชื้นได้อีกครั้งโดยง่ายเลยล่ะ

กู้ผิวแห้งเสียด้วยการกิน

หลายครั้งที่นึกสงสัยว่า เราก็ทำสารพัดวิธีเพื่อลดน้ำหนักแล้วแท้ๆ แต่ทำไมลดไม่สำเร็จสักทีนะ ไหนลองมาสำรวจตัวเองสักหน่อยเถอะว่า ในมื้อเช้า คุณได้เผลอเรอทำ 3 สิ่งนี้ไปหรือเปล่า 1. งดข้าวเช้าแต่ดื่มสมูทตี้แทน : ถึงแม้เครื่องดื่มตัวนี้จะมีสารอาหารอยู่ครบถ้วน แต่ก็ไม่ควรดื่มแต่น้ำโดยไม่ทานข้าวนะคะ เพราะการที่เราไม่ได้เคี้ยวข้าวเช้าเลย สมองของเราจะไม่สั่งการให้รู้สึกอิ่ม กลายเป็นว่าไปหิวเอาระหว่างมื้อแทน 2. ทานแต่เมนูสุขภาพ : ไม่ได้บอกว่าการทานเมนูสุขภาพเป็นเรื่องไม่ดี แต่ในบางครั้งคุณทานกันแบบลืมคำนึงถึงปริมาณ นั่นอาจทำให้ได้รับแคลอรี่ที่มากเกินไปจนล้นก็เป็นได้ 3. งดคาร์โบไฮเดรตและไขมัน : ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, หรือไขมันต่างก็เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่้างกาย โดยเฉพาะในมื้อเช้าที่หากลดปริมาณลงอาจทำให้หิวได้ง่ายขึ้นจนต้องไปหาอะไรจุกจิกทานเพิ่ม ถ้าดูแล้วว่าตัวเองเผลอทำ 3 สิ่งนี้ไปล่ะก็ ต่อไปก็ระวังขึ้นนิดหนึ่งนะคะ ทีนี้คุณก็จะได้มีหุ่นที่ผอมสวยดั่งใจแล้วล่ะ

3 สิ่งห้ามทำในมื้อเช้าถ้าอยากผอม

ในยุคนี้จะสวยอย่างเดียวคงไม่ได้ สุขภาพแข็งแรงควรต้องมาควบคู่กันด้วย มาลองเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกของเราด้วยการทานไข่ต้มกันเถอะ เพราะในไข่ต้มจะมีทั้งแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่สูง แถมยังมีวิตามินดีที่จะเป็นตัวช่วยดูุดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้นอีกด้วย งานนี้ทานวันละ 1-2 ฟองก็เพียงพอแล้วนะคะ

เติมความแข็งแรงให้กระดูกด้วยไข่ต้ม

สุดสัปดาห์ทั้งที ปาร์ตี้กันสักนิดคงไม่ผิดอะไร แต่สาวๆ คะ หลังจบปาร์ตี้แล้ว ก็อย่าลืมจัดการฟิ้นฟูสภาพผิวกันด้วยล่ะ ด้วยเคล็ดลับน่าสนใจ 2 ข้อนี้ 1. ดีท็อกซ์ร่างกาย : เพราะในระหว่างปาร์ตี้คงไม่มีใครหรอกจะมานั่งเบรคตัวเองไม่ให้ทานนั่นนู่นนี่ ไหนจะพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีก ตัวการเพิ่มหน้าท้องชัดๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ห่วงยางมาเกาะรอบเอว เราขอแนะนำให้นำโยเกิร์ตผสมน้ำเปล่าและน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน ก่อนจะดื่มทันทีหลังตื่นนอน จะเป็นการช่วยระบบขับถ่าย ระบายของเสียออกได้อย่างง่ายดาย 2. เติมน้ำกลับสู่ผิว : สาวคนไหนที่ดื่มแอลกอฮอล์หนักมาก อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าให้มากเพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียจากผิวของเรา อีกทั้งยังช่วยทำให้ร่างกายขับเอาแอลกอฮอล์ออกมาได้เร็วขึ้นอีกด้วย

ปาร์ตี้มาสุดเหวี่ยง บำรุงตัวเองยังไงต่อ

สาวๆ คนไหนที่ลดน้ำหนักไม่ได้ผลสักที ลองมาลองใช้วิธีนี้กันดูสิคะ แค่ว่าในแต่ละวันทานกล้วยในมื้อเย็นดู เพราะในกล้วยจะมีทั้งวิตามินบี 1 และ บี 2 ซึ่งช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันและน้ำตาลได้ดี แถมยังมีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ จึงทำให้อิ่มท้องได้นาน นอกจากนี้ความหวานของกล้วยยังสามารถช่วยลดอาการอยากของหวานได้อีกต่างหาก

อยากผอมใช่ไหม ใช้สูตรทานกล้วยในมื้อเย็นดูสิ

สาวๆ คนไหนอยากมีผิวเนียนสวยเราขอเสนอให้ทำตามสูตรนี้ดูนะคะ เพียงแค่นำวุ้นใสในว่านหางจระเข้ 1/2 ถ้วยมาผสมกับน้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วยจนเข้ากันดี จากนั้นให้นำมาขัดเบาๆ ให้ทั่วผิว และพอกทิ้งไว้ 5-10 นาที ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง แล้วเชื่อสิว่าผิวของคุณจะดูเนียนสวย และนุ่มน่าสัมผัสขึ้นอย่างแน่นอน

ว่านหางจระเข้ สูตรสร้างผิวสวย

ใครกำลังประสบปัญหาตาตุ่มคล้ำจนไม่น่ามองอยู่ ลองมาใช้วิธีนี้ในการแก้ปัญหาดูสิ เพียงแค่นำน้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับนมสดเพียงเล็กน้อย ให้เหลือน้ำตาลทรายเป็นเม็ดอยู่ ก่อนนำมาขัดวนบริเวณตาตุ่มประมาณ 5 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ตาตุ่มที่เคยคล้ำจะค่อยๆ ขาวขึ้นเอง

แก้ปัญหาตาตุ่มดำด้วยนมสด

ในการแก้ปัญหาใต้วงแขนคล้ำนั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธี ในวันนี้เราจึงขอหยิบยกอีก 1 วิธีที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ เริ่มด้วยการนำมะขามเปียกมาผสมให้เข้ากันกับน้ำอุ่น ก่อนจะผสมน้ำผึ้งตามลงไปเล็กน้อย คนจนเข้ากันได้ดีแล้วค่อยนำมาทาที่ใต้วงแขน พอกทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออก ทำแบบนี้วันเว้นวัน แล้วคุณจะเห็นเลยว่า ใต้วงแขนมีความขาวกระจ่างใสขึ้น อย่างไรก็ตาม หากใครที่อยากมีใต้วงแขนขาวแบบรวดเร็วทันใจ ลองแวะเข้าไปใช้บริการที่ร้าน Datsumo กันดูสิคะ ทั้งสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย แถมได้เห็นผลลัพธ์ที่งดงามอีกด้วย

มะขามและน้ำผึ้ง สูตรเด็ดช่วยรักแร้ขาว

ทำไมต้องปล่อยให้เรียวขาสวยเป็นเพียงความฝัน? ลองมาปั้นมันให้เป็นความจริงด้วยทริคน่าสนใจนี้กันดูสิ ง่ายๆ ค่ะ แค่ชโลมออยล์ให้ทั่วเรียวขาหลังอาบน้ำเสร็จ จากนั้นให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาดพันขาไว้ เพื่อเป็นการช่วยเปิดรูขุมขนให้ออยล์ซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้โดยง่าย ทำแบบนี้อยู่สม่ำเสมอ แล้วมารอดูผลลัพธ์ เรียวขาเนียนสวยกันได้เลย

เปลี่ยนขาหยาบเป็นขาเนียนสวยด้วยทริคนี้

ใครที่กำลังประสบปัญหาใต้วงแขนคล้ำอยู่ ลองมาใช้สูตรนี้กันดูสิคะ เริ่มจากนำมันฝรั่งไปคั้นจนได้ออกมาเป็นน้ำ จากนั้นให้เอาไปผสมกับน้ำมะนาวและน้ำผึ้ง คนจนเข้ากันดี แล้วจึงค่อยนำมาใช้ทาส่วนใต้วงแขน ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง แล้วค่อยล้างออก ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง รับรองเลยว่าผิวใต้วงแขนที่คล้ำอยู่นั้นจะค่อยๆ ดีขึ้น อีกทั้งสภาพผิวจะเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติด้วย

รู้ยัง? มันฝรั่งช่วยปรับสภาพผิวใต้วงแขนได้ด้วยนะ

หนาวๆ แบบนี้ หนึ่งปัญหาชวนปวดหัวที่หลายคนต้องประสบคงหนีไม่พ้นปัญหาจมูกลอก อยากจบปัญหาที่ว่า ทำได้ไม่ยากค่ะ แค่ 2 ข้อนี้ จำให้ขึ้นใจ 1. ก่อนนอน : ทาครีมบำรุง เบบี้ออยล์ วาสลีน หรือน้ำมันมะพร้าวลงบริเวณจมูกโดยเน้นทาตรงจุดที่ผิวลอกเป็นพิเศษ นวดลงเบาๆ จนกว่าจะรู้สึกว่ารอยลอกขุยบนจมูกหายไป 2. ก่อนแต่งหน้า : ให้สาวๆ ลงครีมบำรุงทั่วใบหน้า และเน้นที่จมูก นวดเบาๆ จากนั้นให้ปล่อยทิ้งไว้ 5 นาที หรือจนรู้สึกว่าครีมซึมเข้าสู่ผิวหน้าเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยลงมือแต่งหน้า เห็นไหมคะ ง่ายๆ แค่ 2 ข้อ ปัญหาจมูกลอกก็จะหมดไป

2 ข้อทำประจำ เพื่อป้องกันจมูกลอก

คงไม่ดีแน่ หากผิวขาวผ่องไปทั้งตัว แต่ต้นคอกลับดำคล้ำเสียอย่างนั้น เพื่อแก้ปัญหานี้ เราขอแนะนำให้สาวๆ ลองใช้น้ำมันมะกอกหรือโทนเนอร์หยดบนสำลีแล้วนำมาเช็ดที่ผิวรอบต้นคอหลังอาบน้ำเสร็จดูวิตามินรวมถึงสารบำรุงต่างๆ จะเป็นตัวช่วยบำรุงและขจัดเอาคราบสกปรกที่อยู่บริเวณนั้นให้หลุดลอกออกไปจนหมดเองค่ะ

มาแก้ปัญหาคอดำด้วยกันเถอะ!

เป็นที่รู้กันดีว่า โยคะเป็นการบริหารเพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตภายในร่างกายได้ดีมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การเล่นโยคะยังช่วยแก้ปัญหาใบหน้าให้สาวๆ ได้ดีอีกด้วย ในวันนี้เราก็จะขอมาแนะนำ 1 ท่าเพื่อช่วยลดริ้วรอยและถุงใต้ตาให้ได้ไปลองทำกันดูค่ะ เริ่มจากชูสองนิ้วและนำนิ้วกลางทั้ง 2 ข้างมาวางตรงหัวตา บริเวณระหว่างคิ้วและวางนิ้วชี้ไว้ที่หางติ้ว ค่อยๆ กดนิ้วมือสองข้างเบาๆ กลอกตามองขึ้นลงสลับกัน 10 ครั้ง พัก 10 วินาที และทำซ้ำ ทั้งหมด 6 รอบ ตบท้ายด้วยการหลับตาให้สนิทเป็นเวลา 10 วินาที ทำแบบนี้ทุกวัน แล้วถุงใต้ตากับริ้วรอยที่คอยกวนใจจะค่อยๆ ลดน้อยลง

ถุงใต้ตาใหญ่หมดไปได้ด้วยโยคะ

เชื่อว่าคงไม่มีสาวคนไหนอยากมีขนส่วนเกินหรอกค่ะ แต่การจะกำจัดขนส่วนเกินนั้น คุณควรรู้เคล็ดลับเกี่ยวกับการกำจัดขนที่เรานำมาบอก 2 ข้อนี้ 1. ห้ามขัดผิวหลังกำจัดขน : เพราะหลังกำจัดขน สภาพผิวจะบอบบางมาก หากทำการขัดผิวตอนนี้ ผิวอาจเกิดอาการอักเสบได้ การจะขัดผิวนั้น เราขอแนะนำให้ทำตั้งแต่ก่อนกำจัดขนจะดีที่สุดค่ะ เพราะจะได้เป็นการขจัดเอาเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไปก่อนด้วย 2. ผิวต้องชุ่มชื้น : ก่อนจะเริ่มทำการกำจัดขน อย่าลืมบำรุงและเติมเต็มความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิวให้เรียบร้อยเพื่อที่ขนอ่อนจะสามารถหลุดลอกออกได้ง่ายขึ้น ซึ่งการบำรุงที่ดีควรนำน้ำมันมะกอกมาทาให้ทั่วผิวล่วงหน้า 5-7 วัน รวมถึงดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ เข้า ได้รู้แบบนี้แล้วก็อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำกันนะคะ เพื่อผิวที่เนียนสวย ไร้ขน ไร้ปัญหา

2 เคล็ดน่ารู้เรื่องกำจัดขน

หน้าหนาวแบบนี้ ปัญหาหนึ่งที่สาวๆ มักต้องพบเจอคือปัญหาริมฝีปากแห้งกร้าน และลอกเป็นขุย เพื่อแก้ปัญหาแบบง่ายที่สุด เราขอแนะนำให้ลองหาน้ำตะไคร้มาจิบบ่อยๆ ดูนะคะ เพราะน้ำตะไคร้มีคุณสมบัติช่วยในเรื่องเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวได้เป็นอย่างดี เพียงแค่ 1 อาทิตย์เท่านั้น จะเห็นได้เลยว่าริมฝีปากที่เคยแห้งและแตกจะค่อยๆ กลับมาดีขึ้น เนียนนุ่มเหมือนดังเดิม

ปากแห้งนัก ต้องจัดน้ำตะไคร้

สาวๆ ส่วนใหญ่มักเลือกใช้วิธีการโกนในการกำจัดขนส่วนเกินที่ขา แต่รู้ไหม การโกนขนหน้าแข้งนั้น ควรโกนให้ถูกเวลาด้วยนะคะ ซึ่งเวลาที่เหมาะสมแก่การโกนขนที่สุดคือช่วงกลางคืนค่ะ เพราะจะทำให้ผิวได้พักฟื้นในขณะที่คุณนอนหลับ นอกจากนี้การโกนตอนกลางคืน ขาของคุณจะอุ่นและบวมขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้ขนเส้นใหม่ไม่ขึ้นตามรูขุมขนเดิม นั่นช่วยให้เส้นขนเบาบางลงไป พอตื่นเช้ามาผิวก็จะเรียบเนียนขึ้นด้วย

การโกนขนหน้าแข้ง เลือกเวลาสักนิดก็ดีนะ

หลายครั้งที่สาวๆ รู้สึกรำคาญใจกับปัญหาขนส่วนเกินบนใบหน้าจนต้องหาทางกำจัดมันด้วยการแว็กซ์ออกซะ แต่การแว็กซ์ขนบนใบหน้าเองก็มีข้อควรรู้อยู่เช่นกัน ในวันนี้เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการแวกซ์ขนหน้าไปพร้อมกันเถอะ! 1. ประเภทของแว็กซ์ที่ใช้ : ควรใช้เป็นฮาร์ดแว็กซ์หรือแว็กซ์แบบร้อนที่เป็นเนื้อครีมซึ่งเหมาะกับการแว็กซ์ขนในพื้นที่เล็กๆ โดยเมื่อดึงออก เนื้อแว็กซ์จะติดเฉพาะส่วนที่เป็นขนและเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกมา 2. ไม่ใช่ใครก็แว็กซ์ได้ : ใครที่กำลังมีปัญหาสิวหรือทานยารักษาสิวที่มีส่วนผสมของ Retinoic acid หรือ Adapalene อยู่นั้น เราไม่แนะนำให้แว็กซ์ขนในช่วงนี้เด็ดขาดเพราะมันเป็นช่วงที่ผิวหน้าของคุณกำลังบอบบาง หากทำการแว็กซ์ไป รับรองว่าหน้าพังค่ะ! 3. ห้ามขัดหน้าหลังแว็กซ์ : ในช่วงที่แว็กซ์เสร็จใหม่ๆ ผิวหน้าของคุณอยู่ในช่วงอ่อนแอ จึงไม่ควรทำการสครับผิวในช่วงนี้เพราะจะยิ่งทำให้ผิวหน้าเกิดอาการอักเสบได้ หากอยากขัดผิวหน้า อย่างน้อยควรรอสัก 3-4 วันนะคะ

ทำความเข้าใจเรื่องแว็กซ์ขนบนหน้ากับ 3 เรื่องนี้

คงไม่มีใครหรอกที่อยากมีปัญหาขาลายน่ะ แต่เมื่อเป็นแล้วสิ่งที่เราควรทำคือหาทางแก้ปัญหา ซึ่งในวันนี้เราก็ได้นำเคล็ดลับลบปัญหาขาลายมาฝากกันค่ะ วิธรนี้ถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านจริงๆ เริ่มด้วยการนำมะกรูดมาผ่าครึ่ง จากนั้นนำไปขัดผิวให้ทั่วทั้งตัวกก่อนอาบน้ำทำแบบนี้ทุกวัน นอกจากจะช่วยลดรอยด่างดำแล้ว ยังช่วยทำให้ขามีความเรียบเนียนเพิ่มขึ้นไปอีก

หมดปัญหาขาลาย เพราะมะกรูดช่วยคุณได้

คงเซ็งไม่น้อยเลยล่ะสิ ถ้าเกิดผิวสวยๆ ต้อมาสะดุดเพราะมีแผลเป็น วันนี้ปัญหาน่ารำคาญใจพวกนั้นจะหมดไปเมื่อคุณทำตามคำแนะนำที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ เพียงแค่จัดการนำหัวหอมใหญ่มาหั่นบาง จากนั้นนำไปใส่ในผ้าขาวบางแล้วบดจนละเอียดให้ได้ออกมาเป็นน้ำ ก่อนจะนำสำลีมาชุบและแต้มไปยังรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้น ปล่อยไว้จนแห้งแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำซ้ำ 3-4 ครั้งใน 1 อาทิตย์ตลอด 1 เดือนหรือจนกว่ารอยแผลเป็นจะจางหายไปจนหมด

อยากแก้ปัญหาร่องรอยแผลเป็น ต้องหัวหอมใหญ่เลย!

อย่ามัวแต่สนใจส่วนอื่นจนลืมเอาใจใส่ดูแลสุขภาพเท้ากันนะคะ ยิ่งถ้าช่วงนี้เท้าเริ่มคล้ำก็ต้องยิ่งทำการบำรุงกันมากขึ้น ในวันนี้เราเลยนำสูตรการดูแลผิวขาวให้เท้าของคุณมาฝากกกัน เพียงแค่นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาผสมกับขมิ้นและพอกให้ท่วเท้าประมาณ 15 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น ตามด้วยน้ำเย็น ทำแบบนี้เป็นประจำ รับรองว่าเท้าจะขาวสวยแถมเนียนนุ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

เท้าขาวสวยด้วยโยเกิร์ต

หนึ่งปัญหาที่สร้างความรำคาญใจให้สาวๆ ไม่น้อย หลังโกนขนส่วนเกินไปคือปัญหาขนคุด แต่ความรำคาญใจเหล่านั้นจะหมดไปแน่นอน เมื่อคุณลองทำตามวิธีที่เรานำมาแนะนำในวันนี้ค่ะ เริ่มจากผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำอุ่นในอัตราส่วนที่เท่ากัน จากนั้นให้นำผ้าขนหนูมาชุบและบิดให้หมาด ก่อนนำไปประคบตรงผิวหนังบริเวณที่มีปัญหา 10-15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง แล้วเส้นขนที่อยู่ใต้ผิวหนังก็จะโผล่ออกมานอกผิวหนังได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยกำจัดแบคทีเรียได้ดีอีกด้วย

กำจัดขนคุดเหล่านั้นซะ ด้วยน้ำส้มสายชู

ช่วงหน้าหนาวแบบนี้ ปัญหามือแห้งกกร้านต้องมีแวะเวียนมาหาหนุ่งๆ สาวๆ กันเป็นแน่ เพื่อปกป้องมือของคุณให้เนียนสวยอยู่เสมอ วันนี้เราเลยจะมาบอกสูตรการทำสครับมือด้วยกาแฟเพื่อช่วยมือนุ่มน่าสัมผัสแถมยังช่วยให้รู้สึกสดชื่นด้วยค่ะ เพียงแค่นำกากกาแฟ 1 ถ้วยมาผสมกับน้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วย น้ำมันอัลมอนด์ 1/4-1/2 ถ้วย น้ำมันหอมระเหยกลิ่นมิ้นต์ 10 หยด และหากที่บ้านมีวิตามินอี ให้ใส่ลงไปด้วย 1 ช้อนชาค่ะ คลุกให้เข้ากันดี จากนั้นถึค่อยตักเก็บใส่ขวดโหลที่มีฝาปิดมิดชิด อย่าให้มีอากาศเข้าไปในขวดนะคะ เวลาจะใช้ก็แค่ตักออกมาทีละนิด ถูกให้ทั่วมือ พักไว้สัก 2-3 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด เท่านี้คุณก็จะมีมือน่าหอมฟุ้ง เนียนสวย น่าสัมผัสแล้วล่ะค่ะ

บอกลามือแห้งกร้านพร้อมเติมเต็มความสดชื่นด้วยกาแฟ

ปัญหาสิวที่แผ่นหลังนั้นเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งการเป็นสิวที่หลังนั้นมันสร้างความหงุดหงิดใจให้คุณไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ งั้นวันนี้เราก็มาทำการขจัดมันออกไปพร้อมๆ กันเถอะ ด้วยการนำดินสอพองมาผสมกับน้ำมะนาวจนเหนียวข้น ก่อนจะนำมาพอกให้ทั่วแผ่นหลัง ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 1 ครั้งก็เพียงพอ

แก้ปัญหาสิวที่หลัง ต้องนี่เลย ดินสอพอง!

คงไม่มีใครหรอกที่อยากมีใต้วงแขนที่คล้ำไม่น่ามองน่ะ ดังนั้นเพื่อบำรุงใต้วงแขนให้ดูขาวเนียนอยู่เสมอ เราเลยมีสูตรดีๆ มาฝากทุกคนกันค่ะ เริ่มด้วยการนำโยเกิร์ตรสธรรมชาติไปผสมกับน้ำมะนาวเพียงเล็กน้อย จากนั้นนำมาถูและพอกให้ทั่วใต้วงแขน ทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้ทำได้บ่อยตามต้องการนะคะ

ใต้วงแขนขาวเนียน ทำได้ด้วยโยเกิร์ต

หลังออกไปตากแดดจึงตัวดำคล้ำเสียมาแล้ว สาวๆ อย่าลืมกลับมาทำการบำรุงและฟื้นฟูสุขภาพผิวกันด้วยนะ ด้วยสูตรเด็ดที่วันนี้เราจะนำมาฝากกันค่ะ เพียงแค่นำข้าวโอ๊ตบด 2 ถ้วย มาใส่แช่ในถังน้ำอุ่นที่ใช้อาบ จากนั้นก็อาบน้ำตามปกติได้เลย ข้าวโอ๊ตจะเป็นตัวช่วยลดอาการคันและป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นได้

อาบน้ำด้วยข้าวโอ๊ต ฟื้นฟูผิวจากแดดได้

สาวๆ คนไหนที่อยากมีริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่ม เนียนนุ่มน่าสัมผัส อย่าลืมทำตามสูตรนี้! เพียงนำน้ำมะพร้าวสด 1 ช้อนโต๊ะมาผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันก่อนนำมาทาที่ริมฝีปากก่อนนอนโดยไม่ต้องล้างออกทำแบบนี้ทุกวัน ริมฝีปากจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อเอง

เสกปากสีชมพูน่าจุ๊บด้วยน้ำมะพร้าว

การทาเล็บกลายเป็นเทรนด์ยอดฮิตในหมู่สาวๆ กันไปเสียแล้ว แต่หากสักแต่ทาอย่างเดียว ระวังเล็บจะมีปัญหานะคะ เพื่อให้คุณได้มีเล็บสวยแบบสุขภาพดี งั้นวันนี้เรามารู้เทคนิคการทาเล็บไปพร้อมกันเลยค่ะ – เริ่มจากให้บีบน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูลงในอ่างทิ้งไว้สักพัก แล้วจึงนำมือลงไปแช่ การทำเช่นนี้สามารถช่วยให้เล็บมีความอ่อนนุ่มขึ้นได้ – หลังจากล้างออกด้วยน้ำสะอาดเรียบร้อยแล้ว ให้ลงมือทาเล็บด้วยน้ำยารองพื้นเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เล็บเหลืองจากการทาเล็บสีจัดเกินไป – เมื่อแห้งแล้วให้ลงมือทาเล็บต่อได้เลย แต่จงจำไว้ว่า ห้ามป้ายเกิน 3 ครั้งต่อ 1 เล็บและอย่าทาทับเดิน 2 รอบนะคะ ไม่งั้นเล็บจะดูหนาและจับตัวเป็นก้อนจนหมดสวย – ตบท้ายด้วยการทาน้ำยาเคลือบเล็บค่ะ วิธีนี้จะช่วยให้เล็บดูมีความเงางาม แถมยังช่วยป้องกันเล็บจากแสงแดดได้ดีอีกด้วย

เทคนิคทาเล็บดีๆ ที่ควรรู้

สาวขนตาสั้นอย่าลืมจับตามองเคล็ดลับเพิ่มความยาวของขนตาที่เราจะนำมาฝากกันให้ดี เพราะเคล็ดลับนี้ง่ายเอามากๆ เลยล่ะค่ะ เพียงแค่นำชาเขียวมาทาลูบไล้บนเส้นขนตาให้ทั่ว จากนั้นจึงค่อยนำแปรงปัดขนตามาหวีตาม สารต้านอนุมูลอิสระที่มีในชาเขียวจะเป็นตัวไปช่วยกระตุ้นการงอกของขนตาพร้อมเพิ่มความยาวให้กับขนตาอีกด้วย ยิ่งถ้าทำให้เป็นประจำทุกวัน แล้วรอดูผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นได้เลย!

แปลกแต่จริง! ชาเขียวช่วยขนตายาวได้!

สาวๆ คนไหนที่อยากมีผมเงางาม สลวยสวยเก๋ล่ะก็ เราขอแนะนำให้ใช้สูตรนี้เลยค่ะ เพียงแค่นำดาร์กช็อกโกแลตมาผสมกับโยเกิร์ตและน้ำผึ้ง ก่อนจะนำไปทาให้ทั่วเส้นผมรวมถึงหนังศรีษะ หมักทิ้งไว้แบบนั้นอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงแล้วล้างออก ทำแบบนี้อยู่สม่ำเสมอ แล้วคุณจะมีผมที่นุ่มลื่นและเงางาม ดุน่ามองเป็นที่สุดเลยค่ะ

อยากมีผมสวย ทำได้ไม่ยากแค่ใช้ช็อกโกแลต

เข้าสู่ฤดูหนาวกันแล้วนะคะ ในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไปแบบนี้ สาวๆ หลายคนอาจประสบปัญหาผิวแห้งกร้านจนแตกลอกเป็นขุยให้ได้รำคาญใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาที่ว่านั่น วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับดีๆ มาฝากกันถึง 3 ข้อดังนี้ 1. อาบน้ำเย็น : แม้ว่าการอาบน้ำเย็นในฤดูหนาวจะเป็นเรื่องที่ชวนขนลุกไม่น้อย แต่เชื่อเถอะว่า มันจะช่วยทำให้คุณรู้สึกสดชื่นมากขึ้น นอกจากนี้การอาบน้ำอุ่นในช่วงฤดูหนาวนั้นจะยิ่งเป็นการทำให้ผิวสูญเสียน้ำได้ง่าย จนผิวยิ่งแห้งและแตกคัน 2. เลือกครีมบำรุงสูตรซึมเร็ว : และควรทาครีมบำรุงในช่วงหลังจากที่อาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เพราะมันเป็นช่วงที่ผิวสามารถกักเก็บน้ำและความชุ่มชื้นได้ดีที่สุด 3. อย่าล้างหน้าบ่อย : เพราะการล้างหน้าแต่ละครั้ง ผิวหน้าของคุณจะสูญเสียความชุ่มชื้นไป นอกจากนี้ให้หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ที่มีฤทธิ์รุนแรงและเป็นกรดสูงนะคะ

หนาวนี้ไม่อยากผิวแห้งและคัน อย่าลืมทำตาม 3 ข้อนี้

ใครที่กำลังมีปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมออยู่ เห็นทีคงต้องรีบอ่านทริคการปรับสีผิวให้สวยเด่นดังเดิมที่เราได้หยิบยกมาฝากกันแล้วล่ะ ทริคนี้ไม่ยากเลย เพียงแค่นำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ส่วนผสมกับน้ำ 4 ส่วน ก่อนนำมาทาให้ทั่วใบหน้าและล้างหน้าให้สะอาดตอนก่อนนอน ทำแบบนี้ทุกวัน รับรองว่าสีผิวของสาวๆ จะเนียนสวย เรียบเป็นโทนเดียวกันอย่างแน่นอน

ปรับสภาพสีผิวด้วยแอปเปิ้ลไซเดอร์

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนสวยแค่ไหน แต่หากรักแร้คล้ำเมื่อไร ความมั่นใจที่มีก็อาจหมดลงได้ง่ายๆ เลย เพื่อความสวยอย่างสมบูรณ์แบบ สาวๆ อาจจำเป็นต้องดูแลผิวใต้วงแขนกันเสียหน่อย ซึ่งในวันนี้เราได้มีทริคการสร้างความกระจ่างใสใต้วงแขนง่ายๆ ด้วยการใช้แตงกวาเข้าช่วย โดยเริ่มจากการนำแตงกวามาหั่นเป็นชิ้นๆ ก่อนปั่นให้ละเอียดจนเป็นน้ำ จากนั้นจึงนำไปผสมกับผงขมิ้นและน้ำมะนาวเล็กน้อย คนให้เข้ากัน แล้วค่อยนำไปทารักแร้ ทิ้งไว้ 15-20 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน แล้วผิวใต้วงแขนจะค่อยๆ กระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แตงกวา ไอเทมดีเพื่อรักแร้ขาว

ปัญหารูขุมขนกว้างถือเป็นอะไรที่กวนใจสาวๆ ไม่น้อยเลย เพราะมันทำให้เกิดปัญหาหน้าต่างๆ ตามมา เพื่อจัดการปัญหารูขุมขนกว้างนี้ เราเลยนำวิธีแก้ไขดีๆ มาฝากถึง 2 ข้อด้วยกันดังนี้ 1. ปิดท้ายการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นและประคบหน้าด้วยน้ำแข็ง : ในการล้างหน้าให้เริ่มต้นด้วยน้ำอุ่น ตบท้ายด้วยน้ำเย็น จากนั้นให้นำผ้าห่อน้ำแข็งแล้วประคบเบาๆ ที่ผิวหน้า วิธีนี้จะช่วยในเรื่องการปิดรูขุมขนได้อย่างดีเยี่ยม 2. มาส์กหน้าสูตรกระชับรูขุมขน : โดยให้ใช้ไข่ขาว 2 ฟอง ผสมกับน้ำมะนาว 1 ซีก คนให้เข้ากัน จากนั้นให้นำไปผสมให้เข้ากันกับข้าวโอ๊ตบด 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นจึงนำมานวดสครับเบาๆ เป็นเวลา 30 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด

รูขุมขนกว้าง แก้ได้ด้วย 2 วิธีนี้

“เท้า” เป็นอวัยวะส่วนที่คนทั่วไปมักละเลยในการดูแล จนมารู้ตัวอีกทีเท้าก็ดำและกร้านไปหมดแล้ว เพื่อกลับมาฟื้นฟูสภาพเท้าให้น่าดูได้อีกครั้ง งานนี้เราต้องให้ “ไข่ขาว” เป็นตัวช่วย! เพราะในไข่ขาวนั้นจะมีสารลูทีนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จังสามารถช่วยทำให้ผิวที่ดำคล้ำกลับมาขาวใสได้อีกครั้ง โดยให้ตีไข่ขาวจนขึ้นเป็นฟองนุ่ม จากนั้นให้พอกทั่วเท้าทิ้งไว้ 15 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งก็เพียงพอค่ะ

ฟื้นฟูสภาพเท้าให้ขาวสวยด้วยไข่ขาว

สังเกตไหมว่า สาวๆ เกาหลีส่วนใหญ่ต่างมีผิวพรรณที่เนียนสวยกันทั้งนั้น วันนี้มาดูกันซิว่าเขามีเคล็ดลับอะไรกันนะ 1. ขัดผิวและพอกผิวอยู่เป็นประจำ : เพราะการขัดสครับผิวนั้นจะเป็นการกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำให้หลุดลอกออกไป พร้อมสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่กระจ่างใสมากขึ้น 2. หมั่นทาครีมบำรุง : หลังจากอาบน้ำเสร็จ สิ่งที่สาวๆ ควรทำคือการทาครีมบำรุงสูตรที่มีส่วนผสมของวิตามินอีเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว นอกจากนี้ก่อนออกจากบ้าน ต้องไม่ลืมทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ ล่วงหน้า 15-20 นาที พร้อมหิ้วครีมกันแดดไปทาระหว่างวัน ทุกๆ 4 ชั่วโมงด้วยนะคะ 3. ทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำให้มากๆ : โดยเฉพาะผักและผลไม้ ซึ่งเป็นแหล่งรวมวิตามินมากมาย ที่มีคุณสมบัติช่วยในเรื่องการบำรุงผิวพร้อมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระชั้นยอด ยิ่งทานบ่อยก็ยิ่งดี นอกจากนี้อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอด้วยนะคะ โดยให้ดื่มวันละ 8-10 แก้ว หากทำให้ได้ตามเคล็ดลับที่แนะนำดูแล้ว รับรองเลยว่าสาวๆ จะมีผิวที่สวยผุดผ่องขึ้นอย่างแน่นอน

3 เคล็ดลับผิวสวยแบบฉบับสาวเกาหลี

การทาเล็บบ่อยจนเกินไป จะทำให้คุณเกิดอาการเล็บเหลืองจนไม่น่ามองได้ ดังนั้นเมื่อรู้ตัวว่าเล็บของตัวเองกำลังเริ่มเหลือง อย่าลืมจัดการฟื้นฟูสภาพเล็บเสียใหม่ซะ ด้วยสูตรลับที่เรานำมาบอกต่อกับคุณในวันนี้ เริ่มด้วยการเตรียมยาสีฟัน 2 ช้อนชาและน้ำมะนาว 1 ช้อนชา นำมาผสมกันจนเข้ากันดี จากนั้นก็ทาลงบนเล็บ ฟอกทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด น้ำมะนาวจะไปเป็นตัวช่วยกำจัดคราบต่างๆ บนเล็บขณะที่ยาสีฟันจะเป็นตัวทำให้สีของเล็บขาวขึ้น

ฟื้นฟูเล็บขาวด้วยยาสีฟัน

พออายุมากขึ้น รอยเหี่ยวย่นต่างๆ ก็ค่อยๆ ตามมา ซึ่งสาเหตุที่เกิดรอยย่นที่คอนั้นเป็นเพราะผิวที่แห้ง ขาดคอลลาเจนและวิตามินมาหล่อเลี้ยงนั่นเอง เพื่อไม่ให้คอเหี่ยวย่นไปมากกว่านี้ งั้นเรามาดู 4 วิธีลดปัญหารอยย่นที่คอกันเถอะ 1. ทาครีมบำรุงสม่ำเสมอทุกเช้า-เย็น หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ 2. ออกกำลังกายด้วยการผงกหัวไปด้านหลัง อ้าปากกวางและหุบปากให้สนิท สลับกันไปมา 10 ครั้ง 3. ทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น เพราะในผักและผลไม้หลากสีนั้นอุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ มากมาย 4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละ 8-10 แก้ว

แก้ปัญหารอยย่นที่คอด้วย 4 วิธีนี้

ริมฝีปากเป็นผิวหนังส่วนที่บอบบางมาก โดยเฉพาะช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ริมฝีปากก็ยิ่งมีปัญหาแห้งเสีย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว คุณจึงควรทำการบำรุงและเติมความชุ่มชื้นกลับเข้าไปเสียบ้างด้วยการใช้ลิปบาล์มหรือขี้ผึ้งทาปากหลังอาบน้ำเสร็จ รวมไปถึงตอนก่อนนอนด้วย การทำเช่นนี้เป็นประจำทุกวันจะช่วยทำให้ริมฝีปากของคุณไม่มีคำว่าแห้งกร้านและหลุดลอกเป็นขุยอีกเลย

ไม่อยากริมฝีปากแห้ง ก็ต้องเติมความชุ่มชื้นเสียบ้าง

รู้ไหม? น้ำผึ้งนั้นนอกจากนำมาปรุงอาหาร แล้วยังสามารถนำไปใช้อาบน้ำได้ด้วย เพียงแค่นำน้ำผึ้ง 1/4 ถ้วยไปผสมกับสบู่เหลว 1 ช้อนโต๊ะและกลีเซอรีน 1/2 ถ้วย จากนั้นก็นำมาใช้แทนสบู่ได้เลยค่ะ ซึ่งการอาบน้ำด้วยน้ำผึ้งนั้นจะช่วยให้ผิวสะอาด แถมยังเนียนนุ่ม น่าสัมผัสอีกต่างหาก ได้ยินแบบนี้แล้วอย่าลืมลองทำใช้กันดูนะคะ

อาบน้ำด้วยน้ำผึ้ง ได้ผิวนุ่มน่าสัมผัสกลับมา

ถึงแท้เท้าจะไม่ใช่ส่วนที่ผู้คนให้ความสนใจกันบ่อย แต่คงไม่มีใครหรอกที่อยากมีเท้าที่แห้งกร้านจนแข็งหยาบกระด้างไปหมด งั้นวันนี้เราลองมาดูวิธีแก้ไขไปพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ 1. เท้าแห้งเล็กน้อย : แก้ได้ง่ายๆ เพียงเติมความชุ่มชื้นกลับเข้าไปด้วยครีมหรือโลชั่น โดยอย่าลืมทำความสะอาดเท้าให้เรียบร้อยเสียก่อนด้วยนะ 2. เท้าหยาบกร้าน : ให้ใช้พวกผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยขัดลอกผิวเป้นหลัก นอกจากนี้อาจทำการสครับบ้างสักอาทิตย์ละ 1 ครั้งก็เพียงพอ 3. แห้งกร้านและหนา : ถ้ามาถึงเลเวลนี้ เราขอแนะนำให้หยิบหินขัดเท้ามาใช้โดยด่วน โดยให้ใช้ในช่วงระหว่างอาบน้ำเพราะเป็นช่วงที่ผิวกำลังเปียกพอดี หลังจากนั้นให้ทำตามข้อ 1-2 ต่อนะคะ ลองสำรวจกันดูว่า เท้าของคุณเป็นแบบไหน ก็ทำตามคำแนะนำเหล่านั้นนะคะ เพื่อเท้าที่นุ่มสวยและมีสุขภาพที่แข็งแรงค่ะ

เท้าแห้งแบบนี้ แก้ไขยังไงดี