หลายคนคงเคยสงสัยว่า ครีมบำรุงผิวกายที่ระบุไว้ว่าสรรพคุณดี อ่อนโยนต่อผิว สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการบำรุงผิวหน้าได้หรือไม่ เพราะโดยปกติขนาดของบรรจุภัณฑ์มักใหญ่กว่า แถมราคายังถูกกว่ากันด้วย ถ้านำครีมบำรุงผิวกายมาใช้บำรุงผิวหน้าได้จะดีแค่ไหน คำตอบคือ เราสามารถใช้คริมบำรุงผิวกายมาบำรุงผิวหน้าได้ค่ะ แต่ต้องผ่านการทดสอบเสียก่อนว่าไม่มีผลข้างเคียงต่อผิว โดยวิธีการทดสอบคือ นำครีมบำรุงผิวกายมาทาบริเวณข้างแก้ม ทิ้งไว้ราว 30 นาที หากไม่มีอาการคัน ผิวไม่แดง ก็สามารถใช้ได้ค่ะ เพราะครีมบำรุงผิวกายมีคุณสมบัติช่วยเติมความชุ่มชื้นเช่นเดียวกัน แต่ถ้าทดสอบแล้วมีปฏิกิริยากับผิวแก้มให้หยุดใช้ทันทีค่ะ แสดงว่าครีมนั้นไม่เหมาะจะนำมาทาผิวหน้าแล้วล่ะ

ครีมบำรุงผิวกายใช้บำรุงผิวหน้าได้หรือไม่?

อยากมีคิ้วหนา ดกดำ ดูเป็นธรรมชาติ แต่จะเขียนเองก็กลัวไม่สวย จะไปสักก็กลัวเสียเงิน ถ้าอย่างนั้นเข้าครัวไปหยิบหัวหอมมาเลยค่ะ เพราะหัวหอมนี่แหละเคล็ดลับคิ้วสวยที่ Datsumo หยิบมาฝากคุณในวันนี้ เพียงนำหัวหอมมาผ่าครึ่งลูกตามแนวตั้ง ใช้ส้อมขูดตรงกลาง ให้แต่ละชั้นลอกออกมาเป็นแผ่นๆ แล้วเอาสำลีแตะเพื่อให้น้ำหัวหอมซึมซับเข้าไป จากนั้นนำไปลูบตามแนวขนคิ้ว ทิ้งไว้ราว 30 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำ 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ คุณจะสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ภายในเวลา 2 เดือน โดยคิ้วจะเริ่มหนา ดกดำ ไม่โล้นอีกต่อไป เหตุที่หัวหอมคือตัวช่วยที่น่าสนใจก็เพราะในหัวหอมมีสารกำมะถันหรือซัลเฟอร์ ซึ่งจะช่วยให้เส้นขนงอกเร็วและหนาขึ้น ขอแค่อดทนกับกลิ่นหัวหอมได้ คิ้วสวยเป๊ะก็รอคุณอยู่แค่เอื้อมแล้วล่ะค่ะ

สร้างคิ้วหนาดกดำด้วยหัวหอม

ดวงตาเป็นอวัยวะหนึ่งที่เราใช้งานอย่างหนัก โดยเฉพาะในยุคที่คนจ้องหน้าคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือแทบจะตลอดเวลา ส่งผลให้สายตาของคุณล้าและอาจมีอาการปวดศีรษะตามมา ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องดูแลดวงตาทั้งสองข้างให้กลับมาสดใสอีกครั้ง ด้วยวิธีการง่ายๆ ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ เพียงแค่คุณหลับตาโดยให้เปลือกตาแตะกันเบาๆ นับ 1-10 จากนั้นกำหนดลมหายใจเข้า-ออก แล้วกระพริบตาขึ้นลงอย่างช้าๆ เบาๆ 10 ครั้ง เมื่อครบแล้วให้พยายามมองสิ่งของนิ่งๆ นับ 1-15 ค่อยๆ เหลือบตามองลงล่างค้างไว้ประมาณ 10 วินาที เปลี่ยนข้างโดยการกลอกลูกตาไปมองด้านขวาค้างไว้อีก 10 วินาที แล้วค่อยๆ หลับตาอย่างช้าๆ เบาๆ ค้างไว้อีก 15 วินาที วิธีการนี้สามารถทำได้ทุกครั้งที่รู้สึกปวดตา หรือใช้สายตามากเกินไป ดวงตาอยู่กับเราไปทั้งชีวิต อย่าลืมถนอมกันด้วยนะคะ

เทคนิคถนอมดวงตาสำหรับคนเล่นมือถือบ่อย

การติดนิสัยชอบดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีผลทำให้กระฉับกระเฉง ฟังดูอาจจะเหมือนเป็นข้อดี แต่ในอีกแง่หนึ่งคาเฟอีนจากเครื่องดื่มเหล่านั้นจะส่งผลให้ระดับความเครียดปะทุสูงขึ้น คุณจึงหงุดหงิดง่าย เห็นอะไรขัดใจก็อยากลุกขึ้นมากรี๊ด พูดง่ายๆ ว่าอารมณ์มูดดี้สุดๆ แบบนี้ต้องได้ตัวช่วยแจ่มๆ แล้วล่ะ ตัวช่วยที่ว่านี้คือ “อัลมอนด์” นั่นเอง ในบรรดาอาหารประเภทถั่ว อัลมอนด์มีคุณค่าสารอาหารสูงเป็นอันดับต้นๆ เหมาะที่จะทานเป็นอาหารว่าง โดยอัลมอนด์จะช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความเครียด นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยโปรตีน ทำให้สมองหลั่งฮอร์โมนได้อย่างเหมาะสม อารมณ์แง่ลบของคุณจะค่อยๆ เย็นลง สำหรับสาวๆ ที่อยากทานอัลมอนด์ บอกเลยว่าไม่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวมากวนใจอย่างแน่นอน เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยประโยชน์ทั้งทางร่างกายและอารมณ์ แบบนี้หนุ่มสาวเฮลท์ตี้อย่างเราจะพลาดได้ยังไง จริงไหมคะ

อัลมอนด์ สุดยอดอาหารดับอารมณ์มูดดี้

คุณอาจเป็นคนหนึ่งที่กำลังควบคุมน้ำหนัก ทั้งออกกำลังกาย ลดของทอดของมัน หรือการกินแบบนับแคลอรี วันนี้ Datsumo จึงอยากนำอีกหนึ่งเคล็ดลับในการสร้างหุ่นสวยมาฝาก นั่นคือการเคี้ยวอาหาร เวลาหิว เรามักเคี้ยวอาหารครู่เดียวแล้วกลืนเลย ทำให้ความอยากอาหารไม่ลดลงง่ายๆ จึงต้องกินในปริมาณมาก ลองปรับเป็นเคี้ยวอาหารให้นานขึ้น ราว 40 ครั้งต่อ 1 คำ ระหว่างเคี้ยวก็นับในใจไปด้วย จะช่วยให้เรากินอาหารได้น้อยลง แต่ต้องฝึก ทำควบคู่กับการลดน้ำหนักแบบอื่น รับรองว่ารูปร่างที่ดีขึ้นอยู่ไม่ไกลเกินฝันแน่นอนค่ะ

อยากหุ่นสวย การเคี้ยวอาหารช่วยได้

นมข้นหวาน เป็นอีกหนึ่งเครื่องปรุงรสประจำบ้านสำหรับเติมความหวานให้กับเมนูต่างๆ แต่นอกจากมอบความอร่อยให้แล้ว อีกหนึ่งประโยชน์ของนมข้นหวานที่น้อยคนจะรู้คือสามารถนำมาใช้บำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้นฉ่ำวาวขึ้นได้ วิธีการคือ นำใบสะระแหน่มาหั่นเป็นฝอย ใส่ในนมข้นหวาน เติมหยดน้ำผึ้งลงไปแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นมาส์กบนใบหน้า ทิ้งไว้ราว 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้เหมาะสำหรับสาวผิวแห้ง โดยสะระแหน่จะช่วยทำความสะอาดรูขุมขน ขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันบนผิว ส่วนนมข้นหวานมีวิตามินเอและดี รวมถึงไขมัน ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว เมื่อทำสูตรนี้เป็นประจำคุณจะพบว่าผิวเนียนนุ่ม แลดูกระจ่างใสขึ้นแบบไม่ต้องง้อผลิตภัณฑ์ราคาแพงเลย

เติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยนมข้นหวาน

สาวๆ หลายคนพกลิปมันติดกระเป๋าไว้เพื่อใช้ป้องกันริมฝีปากแห้ง แต่น่าเสียดายถ้าคุณไม่รู้ว่าลิปมันมีประโยชน์มากกว่าที่คิด ไหนๆ ก็พกติดตัวไว้แล้วไปดูการใช้ประโยชน์ด้านอื่นกันดีกว่าค่ะ – รักษาบาดแผลจากของมีคม แมลงสัตว์กัดต่อย เนื่องจากมีคุณสมบัติในการห้ามเลือด และบรรเทาอาการเจ็บปวดจากพิษแมลงได้ – ใครที่เจอปัญหารูที่เจาะหูไว้เกิดตันขึ้นมา ให้ใช้ลิปมันเพิ่มความลื่นในการใส่ จะพบว่าใส่ง่ายขึ้นเยอะเลย – รองเท้าที่ซื้อมาใหม่มักจะชอบกัด ให้ลองใช้ลิปมันทารอบบริเวณที่รองเท้ากัดแล้วทิ้งไว้ครู่หนึ่ง ใช้ทิชชู่เช็ดออก หนังรองเท้าจะนิ่มและลื่นขึ้น ไม่กัดเจ็บเหมือนเดิมอีก – ซิปฝืด รูดซิปไม่ขึ้น ให้ใช้ลิปมันทา จะช่วยให้ซิปกลับมาใช้งานได้ง่ายขึ้น – ใต้ตาหมองคล้ำ ไม่สดใส ลิปมันก็ช่วยได้นะ ลองใช้ลิปมันทาใต้ตาเป็นประจำสักเดือน ริ้วรอยจะตื้นขึ้น ดวงตาดูสดใส ไม่มีอันตรายด้วย – ลบคราบเปื้อนบนเสื้อผ้า ทันทีที่เสื้อผ้าเลอะให้ใช้ลิปมันทาแล้วเช็ดออก จะช่วยจัดการกับรอยเลอะได้เบื้องต้น ก่อนที่คุณจะนำเสื้อผ้าไปซัก แท่งนิดเดียว แต่อัดแน่นไปด้วยประโยชน์หลากหลายจริงๆ ต่อไปใครเจอปัญหาข้างต้น เรียกหาลิปมันได้เลย

ลิปมัน สารพันประโยชน์ที่มากกว่าแค่ทาปาก

อยากมีหน้าท้องแบนราบ แต่กว่าจะเลิกงานมาก็มืดค่ำ หมดแรงจะไปออกกำลังกายหรือเข้าฟิตเนสแล้ว สาวออฟฟิศคนไหนที่เจอปัญหาแบบนี้ Datsumo มีเคล็ดลับดีๆ มาฝาก ใช้แค่หนังยางเส้นเดียวก็พอค่ะ วิธีการคือให้นั่งเหยียดขาตึง เท้าสองข้างแนบชิดกัน ยกปลายเท้าให้ตั้งขึ้น จากนั้นนำยางรัดผมแบบหนา (จะได้ไม่เจ็บ) มาคล้องหัวแม่เท้าทั้งสองข้างที่ติดกัน จากนั้นนอนราบลงไป (ระหว่างนั้นจะทำกิจกรรมอย่างอื่น เช่น อ่านหนังสือ ก็ได้) ใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีต่อวัน ทำเป็นประจำ หน้าท้องของคุณก็จะกระชับขึ้น ไอเดียนี้มาจากชาวญี่ปุ่นที่เชื่อว่า เมื่อกระดูกบั้นเอวทำงานได้ไม่ดี หน้าท้องก็จะไม่กระชับ การใช้หนังยางรัดหัวแม่เท้าจะช่วยบังคับการทำงานของกระดูกบั้นเอว ทำให้หน้าท้องดูกระชับแบนราบขึ้นนั่นเอง

รู้หรือไม่ ยางรัดผมก็ช่วยกระชับหน้าท้องได้

สีสันไม่ได้มีประโยชน์แค่ดึงดูดความสนใจเท่านั้น แต่รู้หรือไม่คะว่าสียังมีอิทธิพลต่อสุขภาพของเราอีกด้วย ดังนั้นถ้าอยากมีสุขภาพดี ต้องไปดูกันหน่อยว่าแต่ละสีมีผลอย่างไรบ้าง 1. สีส้ม : อาหารที่เสิร์ฟในภาชนะสีส้มจะทำให้คุณรู้สึกถึงความอร่อยที่มากขึ้น ผลคือทำให้คุณทานในปริมาณมาก ต้องระวังเรื่องน้ำหนักตัวด้วยค่ะ 2. สีเขียว : ใครที่ชอบออกกำลังกาย แนะนำให้ออกกำลังกายในสถานที่ที่มีสีเขียว เช่น สวนสาธารณะ เพราะจะทำให้รู้สึกเหนื่อยช้ากว่าปกติ 3. สีเหลือง สีแดง : เวลาต้องปั่นงาน สมองไม่แล่น คิดอะไรไม่ออก ลองมองสิ่งที่เป็นสีเหลืองหรือสีแดง จะช่วยกระตุ้นสมอง ทำให้สมองแอคทีฟมากขึ้น 4. สีชมพู : ใครกำลังกังวล หงุดหงิด อยากปรี๊ดแตก ให้มองไปที่สีชมพู จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย มีอารมณ์ในด้านบวก ลดพฤติกรรมก้าวร้าวลงได้ 5. สีฟ้า : ใครมีปัญหานอนไม่หลับ หลับไม่สนิท ตื่นแล้วแต่ไม่สดชื่น...

Color สุขภาพดีด้วยพลังแห่งสี

สำนวน you are what you eat ที่เรามักได้ยินกันไม่ได้หมายถึงสุขภาพกายเท่านั้น แต่สิ่งที่คุณทานเข้าไปยังส่งผลต่อนิสัยด้วยอันเนื่องมาจากสารอาหารหรือวิตามินต่างๆ วันนี้ใครอยากปรับนิสัยส่วนไหน ให้เมนูอาหารช่วยคุณสิคะ 1.อาหารทะเล นม โยเกิร์ต อาหารเหล่านี้หากคุณทานน้อยเกินไป ร่างกายจะไม่ได้รับแคลเซียม ในแง่อารมณ์ ส่งผลให้คุณเป็นคนหงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน จนคนรอบข้างไม่อยากเข้าใกล้ 2.ผักสด ผลไม้ หากคุณทานอาหารประเภทนี้น้อยเกินไปเท่ากับร่างกายขาดวิตามินซีและเอ ส่งผลให้คุณเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าแสดงออก และเป็นคนขี้กลัว 3.ไข่ กล้วยน้ำว้า ถั่วเหลือง อาหารเหล่านี้จะให้วิตามินบีแก่ร่างกาย ซึ่งถ้าได้รับสารอาหารน้อยเกินจะส่งผลให้คุณเป็นคนขี้บ่น เห็นอะไรก็บ่น ขัดหูขัดตาไปหมด ถ้าไม่อยากกลายเป็นคนไม่น่ารักต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่นะคะ จะได้มีสุขภาพกายที่ดีและสุขภาพใจที่สดใสด้วยค่ะ

เปลี่ยนนิสัยง่ายๆ ด้วยการกิน

เกลือป่นที่ใช้ปรุงอาหารอยู่ทุกวันนั้นไม่เพียงช่วยให้คุณสัมผัสกับรสชาติอาหารที่แสนอร่อย แต่ยังช่วยดูแลเส้นผมของคุณอีกด้วย สาวคนไหนที่กำลังประสบปัญหาผมแห้งเสีย ชี้ฟู ไม่มีน้ำหนักต้องไม่พลาด Datsumo มีทริคมาฝาก ทวงคืนเส้นผมมีน้ำหนักและอยู่ทรงสวยด้วยการนำเกลือผง 1 ช้อนโต๊ะผสมเข้ากับน้ำสะอาด 1 ถ้วย คนให้เข้ากัน แล้วเทลงในขวดสเปรย์ ฉีดลงบนเส้นผมแล้วปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ เนื่องจากเกลือมีคุณสมบัติในการจับตัวกับเส้นผม ทำให้จัดทรงง่ายและไม่ชี้ฟูนั่นเอง

ผมแห้งชี้ฟูเหรอ หยิบเกลือป่นมาเลย

โอ๊ย! เครียด จะปรี๊ดแตกอยู่แล้ว ถ้านี่คือความรู้สึกของคุณ ณ ขณะนี้เราขอแนะนำให้ลองอ่านทริคบำบัดความเครียดที่เราหยิบมาฝาก ซึ่งแนวคิดมาจากนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ใช้เวลาเพียงแค่ 4 นาทีเท่านั้น! 1. ใน 1 นาทีแรกให้ลองเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น ลุกยืน จากนั้นขยับกล้ามเนื้อบนใบหน้า ให้ทำสีหน้าต่างๆ สัก 3-4 แบบ ก่อนจะจบ 1 นาทีแรกด้วยการวางมือลงบนตำแหน่งเหนือหัวใจเพื่อคืนสติ 2. ส่งยิ้มให้ตัวเองสัก 30 วินาที โดยการยิ้มให้ตัวเองในกระจก ซึ่งจะช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตลง แม้ในขณะนั้นคุณต้องฝืนยิ้มก็ตาม 3. อีก 2 นาทีครึ่งที่เหลือให้นั่งหลังตรง โดยจะส่งผลต่อระดับฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนที่ช่วยให้มั่นใจขึ้น และลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ทำให้รู้สึกเครียดลงได้ ไม่ยุ่งยากวุ่นวาย แถมใช้เวลาน้อย ใครที่กำลังเครียดอยู่รีบไปทำกันเลยค่ะ

รับมือกับอารมณ์เครียดภายใน 4 นาที

นอกจากจะเป็นผักที่เต็มไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระแล้ว ฟักทองยังมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณด้วย แต่วันนี้เราขอเปลี่ยนจากการ “ทาน” เป็นการ “ทา” บ้าง รับรองว่าคุณประโยชน์ยังเหลือล้นเหมือนเดิม สาวๆ คนไหนที่กังวลใจเรื่องริ้วรอยต้องอ่านค่ะ สูตรลับที่ว่านี้คือ การกวนเนื้อฟักทองต้มสุกกับไข่แดง เติมน้ำผึ้งลงไป 1 ช้อนชา จากนั้นคลุกเคล้าให้เป็นเนื้อเดียวกัน นำมาทาบนใบหน้า โดยเน้นบริเวณที่มีริ้วรอย เช่น ใต้ตา หน้าผาก รอบปาก ทิ้งไว้ราว 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง คุณจะสังเกตได้ว่าริ้วรอยที่เคยเด่นชัดเริ่มจางลง

ผิวอ่อนเยาว์ เนียนสวย ด้วยฟักทอง

ปกติเราใช้ยาสีฟันสำหรับทำความสะอาดภายในช่องปาก แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าของใช้ประจำบ้านชนิดนี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้อีกด้วย นั่นก็คือการจัดการกับสิว โดยเฉพาะสิวอุดตัน เนื่องจากยาสีฟันส่วนใหญ่จะมีส่วนรผสมของกำมะถัน เมื่อนำมาใช้แต้มเบาๆ บริเวณที่เป็นสิว จะช่วยลดและป้องกันปัญหาสิวอุดตันได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ควรแต้มเป็นจุดๆ และไม่ควรใช้ยาสีฟันแบบขจัดคราบหรือฟอกฟันขาว เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ เผลอๆ สิวอาจอักเสบหนักกว่าเก่าด้วย ใครที่อยากลองใช้ทริคนี้ก็เลือกยาสีฟันดีๆ คุณอาจได้ตัวช่วยรับมือกับสิวแบบไม่ต้องเสียเงินซื้อครีมเพิ่มก็เป็นได้

สิวอักเสบจะหายไปเพียงใช้ยาสีฟัน

อยากอิ่มอร่อยกับมื้ออาหารสุดโปรด แต่ก็กังวลว่าหน้าท้องจะยื่นออกมาให้ปวดใจ บอกลาปัญหานี้ได้แล้ว เพราะ Datsumo มีทริคเอาใจสาวสายชิมที่อยากรักษาความแบนราบของหน้าท้องไว้ 1. หลังจบมื้ออาหารค่อยดื่มน้ำทีเดียว อย่าทานข้าวคำน้ำคำ เพราะจะทำให้อาหารค้างอยู่ในกระเพาะนานขึ้น ส่งผลให้พุงยื่นออกมา 2. ดื่มน้ำมะนาวก่อนทานอาหาร น้ำมะนาวจะกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำให้อาหารเคลื่อนผ่านกระเพราะได้สะดวก ย่อยเร็ว หมดปัญหาพุงยื่น 3. กดจุดง่ายๆ ด้วยตัวเอง เพียงใช้ปลายนิ้วกดที่หน้าแข้ง ต่ำจากหัวเข่าประมาณ 3 นิ้ว ค้างไว้ 2 นาทีแล้วค่อยๆ คลาย ทำซ้ำ 3 ครั้ง จะช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารและลดอาการพุงยื่นได้ มีทริคดีๆ แล้วก็อย่าเผลอทานกันเพลินนะคะ เดี๋ยวน้ำหนักตัวจะขยับเพิ่มจนคุณตกใจ^^

ไม่อยากพุงยื่นหลังอาหารต้องอ่าน

จะทานซาชิมิทั้งที สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือวาซาบิ หลายคนติดใจในความเผ็ดแบบฉบับญี่ปุ่น แต่บางคนแค่เห็นสีเขียวๆ ของวาซาบิก็ร้องยี้ซะแล้ว วันนี้เราอยากให้คุณลองคิดใหม่ เพราะวาซาบิไม่ได้มีดีแค่รสชาติหรอกนะ วาซาบิแท้ที่คนญี่ปุ่นชอบทานกันไม่ได้มีประโยชน์แค่ช่วยเสริมในเรื่องรสชาติ แต่ยังเหมาะกับการทานกับเนื้อที่ไม่ได้ปรุงสุกอย่างซาชิมิ เพราะมีคุณสมบัติช่วยฆ่าแบคทีเรียในลำไส้ได้ จึงหมดห่วงเรื่องอาการท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษ ใครที่อยากนำมาปรับใช้กับมื้ออาหารบ้านเราก็ไม่มีปัญหา ไม่จำเป็นต้องทานคู่กับซาชิมิเสมอไป และสำหรับใครที่เคยเลี่ยงวาซาบิอาจจะต้องคิดใหม่แล้วล่ะ

วาซาบิ ชื่อนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเผ็ด

นิสัยอย่างหนึ่งที่มนุษย์ออฟฟิศชอบทำคือการทานข้าวกลางวันที่โต๊ะทำงาน เพราะความสะดวก บางคนก็ไม่อยากเดินไปท้าแดดเมืองไทย แต่รู้ไหมว่านิสัยแบบนี้มีข้อเสียมากกว่าที่คิด 1. โต๊ะทำงานกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค มีการคาดการณ์ว่าโต๊ะทำงานมีแบคทีเรียมากกว่าในห้องน้ำถึง 400 เท่า ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้จะอยู่ตามโทรศัพท์ เมาส์ คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่คีย์บอร์ด ลองพิสูจน์ด้วยการพลิกคีย์บอร์ดมาเคาะแล้วดูเศษที่หล่นลงมาสิ ยิ่งมีมาก ยิ่งแปลว่าสกปรกมาก 2. เชื่อเลยว่าขณะที่ทานข้าวที่โต๊ะทำงาน คุณจะเปิดโซเชียล อีเมล์ ยูทูป หรือสื่อต่างๆ อยู่ด้วย ทำให้ความสนใจในอาหารลดลง และส่งผลต่อปริมาณอาหาร เพราะคุณจะทานเพลินและรู้สึกว่าไม่อิ่ม ทั้งที่ความจริง มันพอดีกับกระเพาะอยู่แล้ว 3. ช่วงเวลาพักเที่ยง ถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณได้พัก ขยับกล้ามเนื้อ แต่ถ้าคุณเลือกจะนั่งอยู่ที่โต๊ะและไม่ไปไหนเลย จะส่งผลต่ออาการออฟฟิศซินโดรม การปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ดังนั้นเดินไปไหนมาไหนบ้างเพื่อชดเชยการไม่ได้ออกกำลังกายของคุณ 4. ขาดสังคม ถ้าวันๆ คุณนั่งอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์ แม้แต่เวลาพักเที่ยง แล้วคุณจะมีสังคมกับเพื่อนร่วมงานได้ยังไงล่ะ จริงไหม? หากมีความจำเป็น...

ทานข้าวที่โต๊ะทำงาน นิสัยที่ควรเลิกด่วน!

ทำงานหนัก บางทีสมองก็ล้า ขี้หลงขี้ลืมไปบ้าง อยากให้สมองทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ไม่ต้องไปพึ่งหยูกยาที่ไหนเลย แค่ลดนิสัยการแชท การพิมพ์ แล้วหันมาใช้การเขียนแทนก็พอ สมัยนี้เทคโนโลยีอยู่ใกล้ตัวเรามากขึ้น เรามองหาความสะดวกจนแทบหลงลืมการเขียนด้วยมือไปเลย ประโยชน์ของการเขียนด้วยมือที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ในขณะที่เขียน สมองจะทำการประมวลข้อมูลที่ได้รับ ต่างจากการพิมพ์ที่สมองไม่ได้ประมวลผลมากเพียงพอ ทำให้ความจำของคนเราสั้นลง ในช่วงพัฒนาการของเด็กจึงยังใช้การเขียนอยู่ เพราะการเรียนรู้ที่สมบูรณ์แบบต้องผ่านระบบประมวลของสมองด้วย ดังนั้นใครที่รู้สึกว่ามึนๆ เบลอๆ ลืมอะไรได้ง่าย ลองกลับมาเขียนดู อาจจะเขียนไดอารี่ หรือจดบันทึกสิ่งที่สนใจ จะได้ไม่น่าเบื่อ สิ่งเหล่านี้จะช่วยบริหารสมองให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

อัพสกิลสมองง่ายๆ ด้วยการเขียน

หากมีคนมาบอกกับคุณว่า “ถ้าอยากผอม ต้องทานให้เยอะ” คุณคงไม่อยากเชื่อแน่นอน ฟังยังไงก็ย้อนแย้ง คนเราอยากหุ่นดีก็ต้องทานให้น้อยลงสิ จริงไหม? แต่ความจริงแล้วประโยคนี้เป็นความจริง เพียงแต่ต้องทำความเข้าใจให้ถูกเสียก่อน ในการควบคุมน้ำหนัก สาวๆ หลายคนเลือกใช้วิธีการลดหรือเลี่ยงอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี แต่นั่นจะทำให้ร่างกายรู้สึกขาด หากไม่ได้รับอะไรมาเติม คุณจะรู้สึกหิวบ่อยขึ้นและยากที่จะต้านทานความอยากได้ ดังนั้นควรทานอาหารประเภทโปรตีนและไขมันให้เพียงพอ เช่น ปกติชอบทานขนมก็เปลี่ยนมาทานผลไม้แทน (แนะนำเป็นแอปเปิล) นอกจากจะช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้นแล้วยังไม่เสี่ยงต่อความอ้วนด้วยนะ    

อยากหุ่นเพรียว ต้องทานให้เยอะ!

หลังอาหารทีไรรู้สึกแน่นท้อง ท้องอืด ไม่สบายตัวทุกที แม้จะไม่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพแต่ก็ทำให้การดำเนินชีวิตลำบากยิ่งขึ้น เราจึงนำวิธีในการรับมือกับอาการท้องอืดมาฝาก ซึ่งขอเรียกแบบง่ายๆ ว่า 5 ล. จะมีอะไรบ้างนั้นตามมาดูกันเลย 1. ลดอาหารประเภทแป้งแปรรูป เช่น ขนมปัง เส้นขนมจีน หรือแม้แต่เส้นมาม่า เพราะแป้งเหล่านี้จะดูดซึมน้ำและขยายตัว ทำให้เรารู้สึกแน่นในกระเพาะ 2. ลดการเคี้ยวหมากฝรั่ง เพราะเมื่อเราเคี้ยวหมากฝรั่ง ลมจะเข้าไปในท้องเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดอาการท้องอืด 3. ลดน้ำอัดลมและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มประเภทนี้จะทำให้เกิดแก๊สส่วนเกินในกระเพาะอาหารและลำไส้ เราจึงรู้สึกแน่นท้องมากกว่าปกติ 4. ลดเนื้อสัตว์จำพวกเนื้อแดง เช่น หมู เนื้อ หรือ ไก่ เพราะทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารจำนวนมาก รวมถึงผักบางชนิด เช่น ถั่ว หัวหอม ถั่วงอก ฯลฯ ก็ส่งผลกระทบเช่นกัน 5. ลดอาหารที่มีฉลากระบุว่า...

5 ล. เลี่ยงอาการท้องอืด

เส้นผมของเราแต่ละคนต่างกัน จะมาบำรุงแบบเดียวกัน อาจจะไม่ตอบโจทย์นัก วันนี้เราจึงพาสาวๆ มายกระดับการดูแลสุขภาพของเส้นผมให้ตรงจุด เริ่มจากสาวผมเส้นเล็ก ที่มักมีปัญหาผมฟู โดนความร้อนนิดหน่อยก็แตกปลายแล้ว วิธีการดูแลคือการใช้น้ำมันมะกอก 5 ช้อนโต๊ะ ไข่แดง 1 ฟอง และโยเกิร์ตรสธรรมชาติอีก 2 ช้อนโต๊ะ หมักผมสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยให้เส้นผมมีน้ำหนัก จัดทรงง่ายขึ้น ตามมาด้วยสาวผมมันที่ต้องคอยสระผมทุกวันไม่อย่างนั้นเยิ้มจนเสียเซลฟ์ ให้ลองนำวุ้นของว่านหางจระเข้ 1 ช้อนโต๊ะ มาบดละเอียดผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา จนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปสระผม ล้างออกด้วยแชมพูตามปกติ ปิดท้ายด้วยครีมนวด รับรองว่าคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของสุขภาพผมอย่างแน่นอน สุดท้ายคือสาวผมหยิก ที่อยากให้ผมตรงจัดทรงง่าย ก็เลยไปยืด ผลคือผมยิ่งแห้งเสียหนัก ดูแลยากขึ้นไปอีก วิธีการบำรุงคือให้ทำทรีทเมนท์โดยการนำน้ำมันมะพร้าวมาลูบชโลมผมจากโคนจรดปลาย หวีให้เป็นทรง แล้วนำผ้าร้อนมาพันทิ้งไว้ราวครึ่งชั่วโมง จากนั้นสระออกตามปกติ นอกจากนี้สาวผมหยิกควรเลี่ยงการใช้ความร้อนกับเส้นผมด้วยค่ะ

สภาพผมแบบนี้ ดูแลยังไงดีนะ?

สมัยนี้ใครที่อยากผมตรงก็ไม่ยากเลย แค่เดินเข้าแฮร์ซาลอนแล้วยืดผมก็ได้ผมเหยียดตรงสมดั่งใจ แต่ความเสี่ยงคือผมอาจจะแห้งเสีย แตกปลาย ดังนั้นหลังจากยืดผมมาแล้วต้องไม่ลืมบำรุงด้วย และวันนี้เราก็หยิบสูตรฟื้นฟูเส้นผมสำหรับสาวที่ยืดผมมาฝากค่ะ 1. สูตรน้ำผึ้ง โดยการใช้น้ำผึ้งหมักผมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผมกลับมามีน้ำหนัก ไม่แห้งหรือชี้ฟู แต่ต้องระวังเรื่องการทำความสะอาดดีๆ หมักแค่ 15 นาทีก็พอ ไม่อย่างนั้นคุณอาจต้องต้อนรับฝูงมดก็เป็นได้ 2. สูตรไข่แดง เน้นการฟื้นฟูโครงสร้างภายในเส้นผม เพื่อให้ผมกลับมาเงางามอีกครั้ง 3. สูตรโยเกิร์ต ฟื้นฟูเส้นผมภายใน 1 เดือน ด้วยการทาโยเกิร์ตที่เส้นผมหรืออาจจะผสมน้ำผึ้งสักเล็กน้อยก็ได้ ทิ้งไว้ราว 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น จะใช้เพียงสูตรใดสูตรหนึ่ง หรือจะหลายๆ สูตรสลับกันไปก็ได้ รับรองว่าสภาพผมที่เคยดูแย่จะได้รับการฟื้นฟูให้สุขภาพดีขึ้นอีกครั้ง

บำรุงหลังยืดผมด้วยสูตรลับจากธรรมชาติ

การตัดเล็บ เป็นอีกหนึ่งพื้นฐานในการดูแลตัวเอง แต่เชื่อเถอะว่า หลายคนยังตัดเล็บไม่ถูกวิธี การตัดเล็บไม่ใช่แค่การใช้กรรไกรตัดให้เล็บสั้นเท่านั้นนะ เพราะถ้าตัดผิดวิธีก็ไม่พ้นต้องเจออาการเล็บขบ อักเสบ หรือถึงขั้นเป็นหนอง จนต้องถอดเล็บได้ ดังนั้นเรามาเช็คไปพร้อมๆ กันดีกว่าว่าเราตัดเล็บผิดวิธีหรือเปล่า 1.ชอบตัดเล็บจนสั้นกุด บางทีตัดจนเลือดไหลเลยก็มี วิธีที่ถูกต้องคือตัดให้เหลือเล็บสีขาวไว้ราวๆ 1-2 มิลลิเมตร 2.เห็นขี้เล็บติดอยู่ในซอกเท้าเป็นไม่ได้ ต้องขอใช้ตะไบแซะออกมาสักหน่อย นี่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ผิด ไม่ควรใช้ตะไบเล็บ หรืออะไรแงะขอบเล็บจนลึกเกินไป ถ้าอยากทำความสะอาดขี้เล็บจริงๆ ให้ตัดเล็บจนสั้นเสียก่อน แล้วจึงค่อยแคะเบาๆ 3.ดูแลเล็บมือเพียงอย่างเดียว อย่าลืมใส่ใจเล็บเท้าด้วย บางคนปล่อยไว้จนขี้เล็บหมักหมม แถมเล็บยังยาว เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอย่างดีเลย 4.ตัดเล็บไม่สุดแล้วดึงกรรไกรออก เป็นสาเหตุที่ทำให้เล็บฉีก กินเข้าไปในเนื้อจนเป็นแผล ดังนั้นควรตัดเล็บให้ขาดทุกครั้ง 5.เมื่อเล็บฉีก ชอบดึงเล็บออกมาเองเลย อย่าสตรองถึงเพียงนั้นเลยค่ะ ใช้กรรไกรตัดเล็บตัดออกจะดีกว่า แล้วอย่าลืมตะไบเล็บให้เรียบร้อยด้วยล่ะ ใครมีพฤติกรรมแบบนี้ก็เลิกด่วน เพื่อสุขภาพเล็บที่แข็งแรง และสำหรับคนที่เล็บค่อนข้างเปราะหรือฉีกง่าย อย่าลืมหาโลชั่นดูแลเล็บมาทาด้วยนะคะ

อย่าตัดเล็บแบบนี้ เสี่ยงเล็บอักเสบ เป็นหนอง!

เคยสังเกตหรือไม่ว่าหลังจากจบบุฟเฟ่ต์มื้อใหญ่ หลายคนมักต้องเจอกับอาการท้องอืด แน่นท้อง มีกรดแก๊สในกระเพาะอาหาร งานนี้มาจัดะเบียบให้ท้องสบายด้วยการทานดีกว่า ไม่ใช่ทานยานะ แต่เป็นการทานลูกอมรสเปปเปอร์มินท์ต่างหาก ร้านบุฟเฟ่ต์บางร้านมักจะให้ลูกอมรสเปปเปอร์มินท์ก่อนออกจากร้าน สาเหตุไม่เกี่ยวกับกลิ่นปาก แต่เป็นการเคลียร์กระเพาะอาหารของเราต่างหาก เพราะลูกอมรสเปปเปอร์มินท์มีส่วนช่วยลดแก๊สในกระเพาะอาหาร ช่วยลดอาการคลื่นไส้ และกระตุ้นการย่อยอาหาร ความเย็นของเปปเปอร์มินท์ยังช่วยให้ท้องและหลอดอาหารผ่อนคลาย ขับกรดให้ออกมาย่อยอาหารในท้องได้ดียิ่งขึ้น รู้แบบนี้แล้วหลังจากจัดเต็มบุฟเฟ่ต์อย่าลืมหาตัวช่วยดีๆ อย่างชาเปปเปอร์มินท์ หรือลูกอม หมากฝรั่งรสเปปเปอร์มินท์มาทานนะคะ

ดีท็อกซ์กระเพาะหลังทานบุฟเฟ่ต์ด้วยเปปเปอร์มินท์

แต่งหน้าสวยปัง ผมเป๊ะ แต่ริมฝีปากคล้ำ จะเติมลิปสีไหนก็ไม่เกิด ยังไม่สายเกินไปค่ะถ้าจะกลับมากู้ริมฝึปากอมชมพูเนียนสวยอีกครั้ง โดยตัวช่วยของเราก็อยู่ใกล้ตัว หยิบมาใช้ไม่ยากเลย 1. แปรงสีฟัน ไม่ได้มีดีแค่ช่วยให้ปากสะอาดเท่านั้นนะ แต่ยังสามารถนำมาสครับเพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าออก โดยเลือกใช้แปรงขนนุ่มขัดเบาๆ ทั่วริมฝีปากแค่สัปดาห์ละครั้ง รับรองว่าปัญหาปากคล้ำจะดีขึ้นอย่างแน่นอน 2. มะนาว เปิดตู้เย็นก็เจอ รอบนี้ให้ใช้แค่น้ำมะนาวนวดริมฝีปากก่อนนอน ผิวที่เกิดใหม่จะมีสีอมชมพูสมใจค่ะ 3. ว่านหางจระเข้ ไม่ต้องนำมาทาแผลที่ไหนจ้า รอบนี้ทาปากตัวเองเลย ทิ้งไว้สักพักค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น สาร Flavonoid ในว่านหางจระเข้จะช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีในผิวหนัง หากทาเป็นประจำจะช่วยให้ริมฝีปากกลับมาสวยอีกครั้ง แถมกันอีกสักนิด สาวๆ ควรเลือกใช้ลิปมันที่มีค่า SPF ด้วยนะคะ รับรองว่าอีกหน่อยเติมสีปากได้สวยดั่งใจ

แก้ปัญหาปากดำคล้ำด้วยของใช้ใกล้ตัว

แม้กลิ่นตัวจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่สำหรับบางคนกลับต้องเผชิญปัญหากลิ่นตัวที่รุนแรงกว่าคนปกติ งานนี้บอกเลยว่าเสียเซลฟ์ ซึ่งปัญหากลิ่นตัวแรงไม่ได้มาจากความอับชื้นเสมอไป แต่ยังมาจากสิ่งเหล่านี้ด้วย 1. การทานอาหารรสจัด ทั้งเปรี้ยว เผ็ด เค็ม อาหารที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศ รวมถึงผลไม้บางชนิด เช่น สะตอ ไม่เพียงทำให้กลิ่นตัวแรงขึ้น แต่ยังส่งผลให้มีกลิ่นปากด้วย ทางที่ดีควรลดดีกรีลงบ้าง เพราะความจริงการทานอาหารรสจัดก็ไม่ดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว 2. ชอบทานเนื้อแดง เนื้อวัวสุดฟินของใครหลายคนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของกลิ่นตัวแรง โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ติดมัน 3. ชอบทานของทอด ไม่ใช่แค่น้ำหนักตัวพุ่งกระฉูดอย่างเดียวนะ แต่ของทอดของมันยังไปกระตุ้นการทำงานของต่อมเหงื่อที่รักแร้และขาหนีบทำให้เกิดความอับชื้นและส่งกลิ่นออกมาได้ รู้ถึงต้นตอแล้วจะได้รับมืออย่างถูกจุด และที่สำคัญอย่าลืมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเหมาะกับตัวเองด้วยนะคะ

กลิ่นตัวแรงแบบนี้ บอกที เพราะอะไร?

อีกหนึ่งโรคที่มนุษย์เงินเดือนต้องเจอคืออาการปวดต่างๆ ทั้งปวดหัว ปวดคอ บ่า ไหล่ จากการนั่งทำงานนานๆ หรือการนั่งผิดอิริยาบถ แต่จะให้ทานยาพาราฯ ทุกครั้งก็คงไม่ไหว ลองใช้วิธีต่อไปนี้ดูสิคะ ปลอดภัยต่อร่างกาย แถมยังเห็นผลชัดด้วย เล่นโยคะ : อาจจะไม่ต้องไปฟิตเนส เพราะสมัยนี้ Youtube ก็มีสอนทำท่าโยคะอย่างง่ายๆ ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าเน้นท่าที่จะลดอาการปวดบริเวณไหน ยิ่งถ้าเล่นโยคะเป็นประจำ นอกจากจะลดอาการปวดได้แล้วยังช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นด้วยค่ะ นวด : สำหรับคนที่ไม่เพียงปวดเมื่อย แต่พ่วงความเครียดไปด้วย การนวดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการคลายอาการปวด ซึ่งปัจจุบันการนวดแบบญี่ปุ่นได้รับความนิยมค่อนข้างสูง ใครที่อยากได้ทั้งสบายกาย สบายใจ รับรองว่าคลิก อย่างไรก็ตามอย่าทิ้งเรื่องการออกกำลังกายนะคะ อย่างน้อยให้ร่างกายได้ขยับ มีการเคลื่อนไหว ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากอาการปวดเรื้อรังได้ค่ะ

ทริคแก้ปวดง่ายๆ สไตล์คนทำงาน

ถ้ามองด้วยสายตา เราอาจจะคิดว่า สุขภาพผิวของเราก็ใช้ได้นะ ไม่ได้แห้งกร้านหรือมีริ้วรอยกวนใจมากนัก แต่สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นก็ไม่เท่ามือสัมผัสเอง ใครที่อยากเช็คสุขภาพผิวแบบไม่ต้องพึ่งพาเครื่องมือให้ยุ่งยากมาทางนี้เลยจ้า เช็คความชุ่มชื้นของผิว : วิธีการง่ายๆ คือใช้เล็บของเราขีดบนแขน ถ้ามีรอยยาวขึ้นเป็นทางและจางหายช้า แปลว่าผิวของเรายังไม่ชุ่มชื้นเพียงพอค่ะ เช็คความกระจ่างใสของผิว : ด้วยการพลิกแขนด้านในแล้วเทียบกับด้านนอก ผิวที่กระจ่างใสจริง สีจะไม่ต่างกันมาก พอเจอข้อนี้เข้าไป หลายคนคงตกใจกับผลทดสอบอย่างแน่นอน เช็คความกระชับเต่งตึงของผิว : เพียงแค่ดึงเนื้อบริเวณหลังมือขึ้นมาบิดค้างไว้ราว 2-3 วินาทีแล้วปล่อย ถ้าเนื้อคืนตัวทันทีแปลว่าผิวยังกระชับอยู่ เช็คว่าผิวได้รับการปกป้องจากแสงแดด : ง่ายๆ เลยสำหรับใครที่ใส่นาฬิกาข้อมือ ริสแบนด์ หรือสร้อยข้อมือ ให้ลองถอดออก แล้วดูว่ามีรอยของสิ่งที่ใส่อยู่หรือไม่ ถ้ามีก็แปลว่าผิวยังได้รับการปกป้องจากรังสียูวีไม่เพียงพอ ทั้งหมดนี้ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที คุณก็จะได้รู้ว่าควรเพิ่มเกราะป้องกันให้ผิวในส่วนไหนดี

เช็คสุขภาพผิวง่ายๆ ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์

แหม ก็เค้กทั้งหน้าตาน่าทาน แถมรสชาติยังอร่อยชวนฟินอีกต่างหาก แบบนี้จะห้ามใจยังไงล่ะ แม้จะรู้ว่าทานเค้กเสี่ยงต่อน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นก็ตามเถอะ แต่ถ้าทนไม่ไหว ใจรักจริงๆ เราก็มีสูตรทานเค้กแบบไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักมาฝากค่ะ 1. ทานเค้กตอนเช้า : เพราะช่วงเช้าเป็นช่วงที่ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ การเพิ่มความหวานให้กับร่างกาย ช่วยให้สดชื่น และพลังงานที่ได้จากเค้ก ยังถูกเผาผลาญตลอดทั้งวันด้วย 2. เครปเค้กคือคำตอบ : เครปเค้กมีรสชาติหวานน้อย ต่างจากพวกชีสเค้กเนื้อแน่นๆ ที่ให้พลังงานสูง ดังนั้นถ้าจะซื้อเค้กควรเลี่ยงพวกชีสเค้กแล้วหันมาลิ้มลองความอร่อยของเครปเค้กแทนค่ะ 3. เลือกทานเค้กญี่ปุ่น : เพราะเค้กญี่ปุ่นมีเนื้อเบา น้ำตาลน้อย ไม่หวานมาก มีผลไม้สดเป็นท็อปปิ้ง จึงคลีนกว่าเค้กทั่วไป แล้วถ้าพูดถึงเค้กช็อกโกแลตของญี่ปุ่น ยังนิยมใช้โกโก้มากกว่าน้ำตาล จึงเหมาะสำหรับสาวๆ ที่ใจยังอยากทานเค้ก แต่ก็กลัวอ้วน อย่างไรก็ตาม ถ้าโหมทานเค้กแล้วก็อย่าลืมแบ่งเวลาออกกำลังกายบ้าง แม้จะเป็นเค้กสุดคลีน แคลอรีต่ำแค่ไหน แต่ถ้าทานแบบจัดเต็มมากเกินไปก็เสี่ยงน้ำหนักพุ่งอยู่ดีนะ

ทริคน่ารู้ กินเค้กอย่างไรให้หุ่นเป๊ะ

พบกับคู่หูแห่งความงามอย่างมะนาวและน้ำผึ้งซึ่งปกติสาวๆ หลายคนจะใช้ในการดูแลผิวหน้า แต่วันนี้เราจะมาพบกับอีกหนึ่งคุณสมบัติพิเศษของสองสิ่งนี้ นั่นคือการนำมาใช้ขจัดขนขา ใครอยากมีขาเนียนใส ไร้ขนกวนใจ ตามมาเลยค่ะ เพียงเลือกใช้มะนาวจำนวน 1 ลูก และน้ำผึ้ง 4 ช้อนชา นำมาผสมกันจนได้เนื้อแว็กซ์ข้นๆ แล้วทาบริเวณขนหน้าแข้งให้ทั่ว นวดวนไปมาประมาณ 15 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น ด้วยสูตรง่ายๆ นี้จะช่วยให้ขาของคุณดูเนียนนุ่มกว่าที่เคย หรือถ้าใครกังวลเรื่องขนขาอย่างจริงจัง อยากกำจัดขนอย่างมืออาชีพ Datsumo ก็พร้อมให้บริการนะคะ

บอกลาขนขาด้วยมะนาวและน้ำผึ้ง

ทำงานกันมาเหนื่อยๆ เมื่อกลับถึงบ้านใครๆ ก็อยากนอนพักผ่อน คลายความเมื่อยล้าด้วยกันทั้งนั้น แต่นอนอย่างเดียวบางทีก็ไม่ได้ช่วยให้คุณหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งนะ มาลองทำแบบนี้กันดูดีกว่า รับรองว่าคุณจะรู้สึกสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยค่ะ เพียงแค่หลังจากกลับถึงบ้านแล้ว ให้นำกะละมังไปรองน้ำอุ่น และนำมาแช่เท้าจนกว่าน้ำจะเย็น เพื่อที่น้ำอุ่นจะได้เข้าไปเป็นตัวช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้กลับมาทำงานได้อย่างเป็นปกติ แถมความอุ่นนี้ยังสามารถคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้ดี จนคุณรู้สึกผ่อนคลายสบายอารมณ์อีกด้วย เมื่อเท้าสบาย กายสะดวก จิตใจก็จะผ่องใสตามไปด้วยค่ะ ถ้าไม่เชื่อเย็นนี้กลับบ้านไปลองทำตามกันดูสิคะแล้วจะรู้!

คลายความเหนื่อยล้าด้วยการแช่เท้า

สำหรับคนที่เทใจให้อาหารญี่ปุ่น ไม่มีใครไม่รู้จักสาหร่ายพวงองุ่นอย่างแน่นอน ต้นกำเนิดของเจ้าสาหร่ายนี้อยู่ที่ทะเลแถบโอกินาว่า และตอนนี้กำลังฮิตสุดๆ ในบ้านเรา สาหร่ายพวงองุ่นไม่ได้มีดีแค่รสชาติอร่อย โดยเฉพาะเวลาทานคู่กับน้ำจิ้มเท่านั้น แต่ยังอัดแน่นไปด้วยประโยชน์ที่หนุ่มสาวสายเฮลท์ตี้ไม่ควรพลาด! 1. ผิวสุขภาพดี มีออร่า : สาหร่ายพวงองุ่นเป็นแหล่งรวมวิตามินชั้นเยี่ยม ซึ่งวิตามินเหล่านี้ช่วยบำรุงและรักษาความชุ่มชื้นของเซลล์ผิวได้เป็นอย่างดี 2. หุ่นดี แคลอรีต่ำ : เป็นอาหารที่มีกากใยสูง แคลอรีต่ำ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก 3. ร่างกายแข็งแรง : เนื่องจากสารในสาหร่ายพวงองุ่นมีส่วนช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง มีสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เห็นประโยชน์เยอะขนาดนี้ รีบไปหาเมนูจากสาหร่ายพวงองุ่นมาทานกันด่วนเลย

สาหร่ายพวงองุ่น คุณค่าความงามจากท้องทะเล

เพราะผิวเนียนใสคือสิ่งที่สาวๆ ส่วนใหญ่ปรารถนา วันนี้เราจึงหยิบเอาสูตรเด็ดจากธรรมชาติเพื่อผิวที่เนียนนุ่มของทุกคนมาฝากค่ะ สูตรนี้เราจะใช้ผลไม้สีเหลืองอย่างสับปะรดมาเป็นส่วนประกอบหลัก ไม่ยากเลย เพียงแค่นำเนื้อสับปะรดมาปั่นให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำใส่แก้ว ปิดฝาเก็บแช่ตู้เย็นให้เย็นจัดๆ แล้วจึงนำสำลีมาชุบน้ำสับปะรด วางโปะให้ทั่วใบหน้า จากนั้นนำกากสับปะรดที่เหลือมาพอกบนใบหน้าอีกทบหนึ่ง ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง รับรองว่าผิวหน้าของสาวๆ จะเนียนสวยขึ้นอย่างแน่นอน

ผิวนุ่มเนียนใสด้วยผลไม้สีเหลือง

ใครๆ ก็อยากมีเส้นผมที่นุ่มสลวยเป็นธรรมชาติด้วยกันทั้งนั้น แต่จะสระผมอย่างเดียวเห็นทีคงไม่พอ งานนี้ต้องหัดทำการดีท็อกซ์ผมกันดูบ้าง ซึ่งเราอยากแนะนำให้ทุกคนใช้ ‘น้ำผึ้ง’ เป็นตัวช่วยหลักค่ะ เริ่มจากล้างผมให้สะอาด ก่อนจะนำน้ำผึ้งที่ผสมกับน้ำธรรมดาจนได้เป็นเนื้อเดียวกันมาชโลมให้ทั่วเส้นผม ทิ้งไว้สัก 10 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำเย็น ที่สำคัญอย่าลืมล้างให้เกลี้ยงนะคะ ไม่อย่างนั้นผมอาจจะเหนียวน้ำผึ้งจนรู้สึกรำคาญได้

ดีท็อกซ์ผมสวยเป็นธรรมชาติด้วย น้ำผึ้ง

เพราะยุคนี้อาหารการกินมันดูเจริญหูเจริญตาไปเสียหมด จนพลอยทำให้เราเผลอใจ ฟาดไม่ยั้ง ทานให้เรียบ ปล่อยไว้แบบนี้เห็นทีจะแย่ วันนี้มาเบรกความอยากด้วย 2 ทริคเด็ดดังจาก Datsumo กันดีกว่า 1. ใช้จานเล็กและเลือกสีอาหารให้เข้ากับจาน : มีงานวิจัยออกมาระบุไว้ชัดเจนว่า คนที่ทานอาหารในจานขนาดเล็กจะรู้สึกว่าได้ทานในปริมาณที่มากกว่าปกติถึง 28% ขณะที่การทานอาหารสีโทนเดียวกับจานที่เลือกก็จะเป็นการช่วยให้รู้สึกเอียนจนทานได้น้อยลงไปโดยอัตโนมัติ 2. ใช้แก้วทรงสูงปากแคบในเวลาดื่ม : เป็นการหลอกตาอย่างหนึ่ง โดยทั่วไปแล้ว การใช้แก้วแบบนี้จะชวนให้รู้สึกว่าเครื่องดื่มในแก้วมีปริมาณที่เยอะแบบล้นหลามมากกว่าการเลือกแก้วทรงเตี้ยและกว้างนั่นเอง ซึ่งพอเราถูกบีบให้เข้าใจว่าน้ำในแก้วมีปริมาณที่เยอะ สมองก็จะสั่งการให้เรารู้สึกอิ่มเร็วขึ้นไปด้วย

2 ทริคหลอกสมองให้ทานน้อยลง

อย่าคิดว่า ‘ใบบัวบก’ มีสรรพคุณเพียงแก้อาการช้ำในเท่านั้น เพราะแท้ที่จริงแล้ว เรายังสามารถนำใบบัวบกมาใช้แต่งเติมออร่า เพิ่มความใสบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี เพียงแค่นำใบบัวบกไปล้างให้สะอาด ก่อนจะปั่นจนละเอียด เสร็จแล้วจึงนำมาพอกบนใบหน้า 10 นาที ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งก็เพียงพอ แล้วมารอดูกันว่า หน้าของคุณจะเนียนใสมากขึ้นแค่ไหน

สูตรเด็ดหน้าใส สไตล์ใบบัวบก

คงไม่มีสาวคนไหนอยากประสบปัญหาคิ้วโล้นกันหรอกจริงไหม? แต่ขนคิ้วที่มีมันน้อยจนน่าใจหายแบบนี้จะให้ทำยังไง มาค่ะ เดี๋ยววันนี้จะสอนวิธีเร่งขนคิ้วให้หนาแน่น จนเป๊ะสวยแบบไม่ต้องพึ่งดินสอเขียนคิ้ว เริ่มต้นจากการนำหอมหัวใหญ่มาบีบคั้นน้ำมันออกด้วยการผ่าครึ่งตามแนวตั้ง จากนั้นใช้ส้อมขูดตรงกลางจนลอกกออกเป็นแผ่นแล้วเอาสำลีแตะซับน้ำหัวหอมไปเรื่อยๆ ก่อนจะนำสำลีมาลูบไปตามแนวเส้นขนคิ้วจนชุ่มและปล่อยทิ้งไว้ 30 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำไปเลย 4-5 ครั้งต่อ 1 อาทิตย์ เพียงแค่ 2 เดือนจะเห็นเลยว่าขนคิ้วของคุณเริ่มหนาขึ้นจนดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ

เร่งคิ้วหนา สวยเป๊ะ ด้วยหัวหอม

เคล็ดลับการปกป้องผิวจากแสงแดดขั้นพื้นฐานที่ทุกคนรู้กันดีคือการทาครีมกันแดด แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ก็คือ หากทาครีมไม่ถูกวิธี นอกจากจะเป็นการสิ้นเปลืองเงินแล้ว ผิวของคุณอาจไม่ได้รับการปกป้องอย่างเพียงพออีกด้วย แล้วการทาครีมกันแดดอย่างถูกต้องนั้นทำยังไงล่ะ วันนี้มาดูกัน 1. ทาครีมกันแดดล่วงหน้าอย่างน้อย 20 นาที ก่อนออกไปผจญแสงแดด เพราะหากเดินออกไปสู้กับแดดทันทีหลังทาเสร็จ อาจทำให้ผิวไหม้ได้โดยไม่รู้ตัว 2. ทาในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ว่าจะใบหน้าหรือลำตัวก็ตาม โดยปริมาณของครีมกันแดดสำหรับผิวหน้าและลำคอจะใช้เท่ากับเหรียญ 10 บาท ส่วนผิวกายนั้นกะปริมาณให้ได้ 1 แก้วช็อตหรือ 30 ออนซ์จะดีที่สุด ได้ยินแบบนี้แล้ว ครั้งต่อไปก็อย่าลืมลงครีมกันแดดให้ถูกวิธีกันด้วยนะคะ

ทากันแดดให้ถูกวิธี ผิวสุขภาพดีจะเป็นของคุณ

เป็นที่รู้กันดีว่า ‘ส้ม’ เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เหมาะสำหรับทานหรือดื่มเพื่อสุขภาพ แต่รู้หรือเปล่าว่าส้มช่วยเรื่องความสวยความงามได้ด้วยนะ โดยสาวๆ สามารถนำเนื้อส้มมาปั่นละเอียดและพอกบนใบหน้าก่อนนอน 15 นาทีได้เลย นอกจากนี้ยังสามารถนำด้านในของเปลือกส้มมาสครับเบาๆ บนใบหน้าสัก 2-3 นาทีก่อนอาบน้ำได้เช่นกัน ลองทำให้สม่ำเสมอ แล้วมาดูกันว่า ผิวของคุณจะดูดีมีออร่าขึ้นแค่ไหน

ฟื้นฟูผิวให้สดใส ส้ม…ช่วยคุณได้

ปัญหาฝ้ากระ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ซึ่งเมื่อเป็นแล้วจะรักษาให้กลับมาหน้าใสดังเดิมได้ยาก แต่หากลองใช้เวลากันสักนิด ผิวสวยสดใสที่เคยมีอาจกลับมาหาคุณอีกครั้ง เพียงทำตามคำแนะนำต่อไปนี้ ในแต่ละวันให้ทาครีมกันแดดที่มี SPF 20-50 ขึ้นไปอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง รวมถึงในแต่ละอาทิตย์ ให้บำรุงผิวด้วยโลชั่นหรือทรีทเม้นท์ 1-2 ครั้ง นอกจากนี้การทานอาหารก็สามารถช่วยได้เช่นกัน แค่หันมาทานเมนูที่ให้วิตามินซีและวิตามินอีให้มากขึ้น หมั่นทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ แล้วจะเห็นเลยว่า ปัญหาฝ้ากระที่มีนั้นค่อยๆ ลดน้อยลง

อยากอวดผิวสวย สดใส ไร้กระฝ้า ต้องทำแบบนี้

ใครๆ ก็อยากมีผิวสวยสดใสด้วยกันทั้งนั้น Datsumo จึงได้นำเคล็ดลับการดูแลผิวอย่างง่ายๆ สไตล์สาวแดนกิมจิมาฝาก ซึ่งตัวช่วยในการฟื้นบำรุงผิวครั้งนี้ก็คือ ‘นมถั่วเหลือง’ นั่นเอง เพียงแค่นำผ้าก๊อซมาชุบน้ำนมถั่วเหลืองจนชุ่ม จากนั้นจึงนำมาแปะให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว

รู้ไหม? นมถั่วเหลืองช่วยบำรุงผิวได้

ผมขาวคือสิ่งที่สาวๆ ไม่พึงประสงค์ แต่บางครั้งผมขาวก็ขึ้นมาไม่มากพอจะให้เสียเงินไปนั่งย้อม ถ้าวันที่อยู่บ้านก็ไม่เป็นไร แต่นี่ดันมีนัดเดทอันแสนสำคัญซะได้ จะไปทั้งแบบนี้ก็คงไม่เวิร์ก เห็นทีคงต้องพึ่งเทคนิคเอาตัวรอดดีๆ ที่ Datsumo หยิบมาฝากแล้วล่ะ แทนที่จะเสียเวลานั่งย้อมผม งานนี้เราขอแนะนำให้มองหาตัวช่วยบนโต๊ะเครื่องแป้งด่วนเลยค่ะ ใช่แล้ว มาสคาร่านั่นไง แทนที่จะนำมาใช้ปัดขนตา วันนี้หยิบมาปัดเส้นผมก่อนเลยค่ะ ปัดให้เนียน เกลี่ยให้มิด ที่สำคัญ ห้ามให้เนื้อมาสคาร่าเป็นก้อนเชียวล่ะ เพียงเท่านี้ผมขาวของสาวๆ ก็ถูกซ่อนไว้เป็นการชั่วคราวแล้ว กลับมาถึงบ้านก็ค่อยสระผมล้างออก เป็นอันเสร็จ! ทริคนี้สามารถใช้ได้เฉพาะสาวที่มีสีผมเข้มๆ เท่านั้นนะคะ

เทคนิคปิดผมขาวในชั่วโมงเร่งด่วน

นอกจากการออกกำลังกายเพื่อเสริมสุขภาพและลดไขมันส่วนเกินแล้ว การดีท็อกซ์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับหนุ่มสาวที่ต้องการมีหน้าท้องแบนราบเช่นกัน นอกจากลดพุงได้แล้ว ยังส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพผิวของคุณอีกด้วย วันนี้เราจึงหยิบเอาสูตรสำหรับเครื่องดื่มเพื่อการดีท็อกซ์มาให้ลองทำดื่มกันดูค่ะ สูตรนี้ขอเอาใจคนรักส้มและแอปเปิ้ลกันหน่อย เพียงแค่นำผลไม้สองชนิดนี้ไปหั่นเป็นชิ้นสวยๆ แบบไม่ปอกเปลือก เสร็จแล้วให้นำทั้งสองอย่างใส่ลงในแก้วที่มีฝาปิดสนิท ตามด้วยน้ำเปล่า 1 แก้ว แช่ทิ้งไว้ 8-12 ชั่วโมง จากนั้นก็ดื่มได้เลย หรือถ้าหากใครชอบกลิ่นเครื่องเทศ จะใส่ผงอบเชยหรือกานพลูลงไปนิดหน่อยก็ได้นะคะ

ส้มและแอปเปิ้ล ของดีควรคู่การดีท็อกซ์

รู้หรือเปล่า อะไรคือเคล็ดลับเพื่อผิวหน้าที่เรียบเนียน น่าสัมผัสของเหล่าเซเลบ Datsumo จะขอนำเทคนิคลับนี้มาให้สาวๆ ได้ลองนำไปใช้กันดูค่ะ ซึ่งก็คือ ‘การขัดผิวหน้าด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น’ นั่นเอง วิธีนี้สามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้านเลยค่ะ เริ่มจากนำผ้าขนหนูผืนเล็กไปชุบกับน้ำอุ่นและบีบให้หมาด ก่อนจะค่อยๆ นวดวนบนใบหน้าให้ทั่วราว 2-3 นาทีต่อ 1 ครั้ง เซลล์ผิวเก่าที่ติดค้างบนผิวหน้าจะหลุดลอกออกมาพร้อมกับกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย แนะนำว่าให้ทำแบบนี้ก่อนจะลงมือทาครีมบำรุงนะคะ รับรองว่าสารบำรุงต่างๆ จะซึมซาบเข้าสู่ผิวหน้าได้อย่างล้ำลึกเลยทีเดียว หมั่นทำให้ติดเป็นนิสัยนะคะ แล้วพอรู้ตัวอีกที คุณก็จะมีใบหน้าที่สดใส ดูมีเสน่ห์มากขึ้นอีกเป็นกอง!

ผิวใส เนียนสวย เริ่มด้วยการขัดผิว

เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนส่วนใหญ่มักมีเส้นผมที่มันเยิ้ม เพื่อกำจัดเอาความมันส่วนเกินออกจากเส้นผม Datsumo มีคำแนะนำมาฝากกันค่ะ เพียงแค่นำโยเกิร์ต 5 ช้อนโต๊ะไปผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ และเบกกิ้งโซดาอีก 1 ช้อนโต๊ะจนเข้ากันได้ดี จากนั้นจึงนำมาหมักบนเส้นผม ทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง จะเห็นเลยว่า ความมันบนหนังศีรษะค่อยๆ ลดน้อยลง

ความมันบนเส้นผม ไม่เอาได้ไหม

ไม่จำเป็นว่าต้องบำรุงแค่ภายนอกเท่านั้น ผิวจึงจะดี การบำรุงผิวจากภายในก็ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน Datsumo จึงนำอาหารที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ชุ่มชื้น น่าสัมผัส มาฝากค่ะ เจ้าสิ่งนั้นก็คือ ‘สาหร่ายทะเล’ นั่นเอง จากการวิจัยต่างๆ ทั่วโลกได้ออกมาระบุไว้ชัดเจนว่า สาหร่ายทะเลมีคุณสมบัติพิเศษในเรื่องดูดล้างสิ่งสกปรกและสารพิษออกจากรูขุมขนบนผิวของคนเราได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารโคลีนซึ่งเป็นตัวช่วยลดการสะสมของคอเลสเตอรอลและไขมันต่างๆ อีกด้วย เมื่อทานสาหร่ายเป็นประจำผิวของคุณจะปราศจากปัญหาการอุดตัน ทำให้ผิวมีความเนียนสวยมากขึ้น ได้ยินแบบนี้แล้วอย่าลืมไปหาสาหร่ายมาทานกันบ้างนะคะ

ผิวเนียนแบบที่คุณรัก สร้างได้ด้วยสาหร่าย

ใครๆ ก็อยากมีผิวขาวกระจ่างใส ไม่หมองคล้ำด้วยกันทั้งนั้น Datsumo จึงนำเคล็ดลับที่น่าสนใจมาแนะนำกัน เพียงแค่ลองลด ละ เลิกการทานขนมหวานในปริมาณมากๆ ดู คุณก็จะเห็นถึงความแตกต่างของผิวในทางที่ดีขึ้น เพราะน้ำตาลในของหวาน เมื่อเข้าไปอยู่ในกระแสเลือดมากเกินไป จะเกาะติดกับเส้นใยโปรตีนซึ่งอยู่ระหว่างเซลล์ผิว ทำให้ผิวเกิดสภาวะเครียดและสร้างริ้วรอยก่อนวัยพร้อมสัมผัสที่หยาบกร้านออกมานั่นเอง เพราะฉะนั้นถ้าอยากผิวเนียนสวย เปล่งประกายล่ะก็ ทานของหวานให้น้อยลงหน่อยนะคะ

ขนมหวาน ตัวการร้ายก่อเกิดริ้วรอย

เป็นที่รู้กันดีว่าแสงแดดในบ้านเราช่างร้อนแรงแผดเผาเสียเหลือเกิน การบำรุงผิว ปกป้องแสงแดดด้วยครีมบำรุงอย่างเดียวอาจไม่พอ ลองมาบำรุงผิวเพื่อสู้แดดจากภายในกันดูสิคะ   ไม่ยากเลย แค่หันมาทานขนุนกันบ้างก็เพียงพอแล้ว เพราะในผลไม้กลิ่นแรงตัวนี้นอกจากอุดมไปด้วยวิตามินอีแล้ว ยังจัดเต็มทั้งวิตามินเอ วิตามินซี รวมถึงแร่ธาตุตัวสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี แถมยังยับยั้งริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

ผิวสวยสตรองท้าแดดได้ด้วย…ขนุน

เพราะผิวหน้าของคนเรานั้นมีความบอบบางมากกว่าที่คิด หากดูแลแบบไม่ถูกวิธี หรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิว ปัญหาตามมาอีกเพียบแน่! ไม่ใช่ว่าทุกผลิตภัณฑ์จะสามารถใช้กับผิวหน้าของคุณได้ โดยเฉพาะ 2 สิ่งนี้ – โลชั่นบำรุงผิว : ถึงแม้ส่วนผสมของโลชั่นกับครีมบำรุงผิวจะละม้ายคล้ายกัน แต่ด้วยความที่ผิวกายของคุณจะมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นกว่า สารบำรุงในโลชั่นจึงมีน้อยกว่า อีกทั้งยังอัดแน่นด้วยน้ำหอมและเนื้อครีมที่หนักกว่าครีมบำรุงผิวหน้า ดังนั้นจึงไม่ควรนำมาใช้แทนกันนะคะ – สบู่ก้อน : ได้โปรดอย่าคิดว่า โฟมล้างหน้าหมด ขอให้สบู่ก้อนทดแทนไปก่อนเด็ดขาด เพราะในสบู่ก้อนทั่วไปนั้น นอกจากเต็มไปด้วยสารเคมีที่อันตรายต่อผิวหน้าแล้ว ยังไม่มีสารบำรุงที่ผิวหน้าของคุณต้องการอีกด้วย อย่าลืมนะคะ 2 สิ่งที่คล้ายกัน ไม่ได้หมายความว่าจะแทนกันได้ ผิวหน้าเป็นส่วนที่สำคัญ บำรุงรักษากันให้ดี

ดูแลผิวเหมือนกัน แต่แทนกันไม่ได้!

ปัญหาหนึ่งที่สาวๆ ผมสั้นมักต้องเจอคือ ‘ผมเป็ด’ หรือผมกระดกนั่นเอง ครั้นจะให้นั่งไดร์ผมตลอดมันก็คงไม่ไหว แต่หากจะปล่อยไว้ ก็แอบรู้สึกเสียเซลฟ์อยู่เหมือนกัน งั้นเอาแบบนี้ดีไหม มาลอง 3 เคล็ดลับน่าสนใจที่เราหยิบมาฝากดูสิคะ 1. สระผมตอนเช้า : การสระผมในตอนเช้านอกจากช่วยลดปัญหาเชื้อราบนหนังศีรษะแล้ว ยังทำให้เราจัดแต่งทรงผมและลดการกระดกชี้ฟูได้ง่ายขึ้น 2. เช็ดผมที่ละส่วน : จากปกติเรามักเช็ดผมด้วยการใช้ผ้าขนหนูขยี้ผมทั้งหัวทีเดียว วันนี้ให้ลองใช้ผ้าขนหนูเช็ดเส้นผมทีละส่วนดู โดยให้เกิดการเสียดสีกันน้อยที่สุด เพื่อที่พอผมแห้งแล้วจะไม่เกิดการชี้กระดกนั่นเอง 3. มัดผมก่อนนอน : ง่ายๆ เลย แค่ทำการแบ่งผมออกเป็น 2 ข้าง จากนั้นให้ใช้หนังยางมัดปลายผมไว้ โดยงุ้มปลายผมเข้าด้านใน มัดเสร็จก็นอนได้เลย เช้าตื่นมา ผมไม่เป็ดแน่นอน!

หมดปัญหาผมเป็ด ด้วย 3 เคล็ดลับ

สาวๆ คนไหนที่อยากมีผิวสวย เรียบเนียน แถมยังนุ่มชุ่มชื้น น่าสัมผัสล่ะก็ เราขอแนะนำให้ลองทาน “เมนูไข่” เป็นประจำ เพราะในไข่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุสำคัญมากมาย อาทิ วิตามินเอ, ธาตุเหล็ก, ทองแดง, และสังกะสี นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยไขมันดีซึ่งเป็นตัวช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง สดใส พร้อมช่วยขจัดริ้วรอยก่อนวัยให้ลดน้อยลงอีกด้วย เห็นไหมคะว่า ของดี มีประโยชน์ไม่ต้องมองหาไกลเลย

ผิวสวยสุขภาพดี เมนูนี้ช่วยได้

แม้หลายคนจะชอบล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเพราะรู้สึกสบายผิว แต่เราอยากบอกให้รู้ว่า น้ำอุ่นนี่แหละคือตัวการร้ายทำลายความชุ่มชื้นบนผิว เอ๊ะ? แล้วการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นมันดีกว่ายังไง มาค่ะสาวๆ วันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับประโยชน์ทั้ง 3 ข้อของน้ำเย็นกัน 1. ช่วยกระชับรูขุมขน : เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำที่ลดน้อยลงทำให้รูขุมขนทั่วใบหน้าหดเล็กลง จนกระชับดูดี มีผิวที่เนียนสวยขึ้น 2. ลดความมัน ตัวการเกิดสิว : เมื่อรูขุมขมกระชับขึ้น น้ำมันใต้ชั้นผิวหนังซึ่งเป็นตัวการเกิดสิวก็จะออกมาน้อยลงด้วยนั่นเอง 3. ผิวเรียบเนียน แต่งหน้าง่าย : เพราะการใช้น้ำเย็นช่วยให้เลือดไหลเวียนได้เป็นอย่างดี ทำให้ผิวหน้าเปล่งปลั่ง ผิวไม่แห้งตึง การแต่งหน้าเป็นไปได้ง่ายขึ้น

3 ข้อดีเมื่อคุณล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

ปัญหาอย่างหนึ่งที่สาวๆ มักพบหลังเจอสิวบุกคือร่องรอยและจุดดำจุดแดงบนใบหน้าให้ต้องเสียเงินและเวลายุ่งยากเพื่อไปกำจัดอีก วันนี้มาลองใช้วิธีรักษารอยสิวจากวัตถุดิบธรรมชาติที่หาได้ง่ายและราคาประหยัดกันดีกว่า สิ่งที่เราอยากแนะนำก็คือ มันฝรั่ง มะนาว และทับทิมค่ะ ขึ้นตอนนั้นง่ายมาก เริ่มจากขูดมันฝรั่งให้เป็นฝอย 1 ลูก ก่อนนำไปปั่นรวมกับเมล็ดทับทิม 1/2 ถ้วยตวง มะนาวครึ่งลูก และน้ำเปล่าอีก 1 ช้อนโต๊ะ เมื่อปั่นจนละเอียดแล้วให้นำมาใส่ในถาดน้ำแข็ง แช่ช่องพรีซเก็บไว้ เวลาจะใช้แค่เพียงหยิบออกมาถูเบาๆ ในบริเวณรอยสิวประมาณ 1-2 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด สามารถทำได้บ่อยถึง 2 ครั้งต่อวัน แล้วรอยต่างๆ จะค่อยๆ จางลงไปเอง

มันฝรั่ง มะนาว ทับทิม 3 สิ่งเพื่อผิวสวย

การมีผิวสวยกระจ่างใส คือความใฝ่ฝันที่สาวๆ ส่วนใหญ่ต้องการ แต่ครั้นให้คอยแต่พึ่งยา หรือสารเคมีอื่นอยู่ตลอดอาจไม่ค่อยดี วันนี้เรามาลองปรับเปลี่ยนวิธีกันดูใหม่ เพียงแค่หันมาใส่ใจเรื่องการพักผ่อนให้มากขึ้น โดยในแต่ละวันควรนอนหลับให้ได้ 8 ชั่วโมง และอย่าลืมหันมาดื่มน้ำเปล่าวันละ 8-10 แก้วด้วย นอกจากนี้คุณยังสามารถบำรุงผิวอย่างเข้มข้นได้ด้้วยวัตถุดิบธรรมชาติอย่าง ‘ส้ม’ ไม่ยากเลยแค่นำเนื้อส้มมาปั่นให้ละเอียด ก่อนนำมาพอกให้ทั่วใบหน้าเป็นเวลา 15 นาที จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 วัน แล้วผิวหน้าของคุณจะค่อยๆ กระจ่างใสขึ้นอย่างแน่นอน

ผิวกระจ่างใส ไม่ต้องพึ่งยา

การมีผิวสดใส สุขภาพดีคือสิ่งที่ใครๆ ก็ต้องการ ดังนั้นนอกจากหมั่นทาครีมบำรุงในทุกวันแล้ว ในวันหยุดลองทำการมาส์กผิวหน้ากันบ้าง ด้วย ‘มะเขือเทศ’ ผลไม้ชั้นยอดที่อุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นตัวช่วยเรื่องการชะลอริ้วรอยได้อย่างดี สำหรับวิธีการมาส์กหน้านั้นทำได้ไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่นำมะเขือเทศมาสับจนละเอียด ก่อนนำมาวางพอกบนใบหน้าโดยเว้นรอบดวงตาและรอบริมฝีปาก ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วจึงล้างออก รับรองเลยว่า ผิวหน้าของคุณจะเนียนใสราวกับผิวเด็กเลยล่ะค่ะ

มะเขือเทศ ตัวช่วยผิวใสที่ใครก็รัก

ผิวขาวเนียนกระจ่างใสผิวขาวเนียนกระจ่างใสผิวขาวเนียนกระจ่างใสเนียนกระจ่างใส 2 ถ้วยรางวัลมะเขือเทศ 1 ถ้วยและผงขิง 2 ช้อนโต๊ะสำหรับผู้ที่มีความรู้สึกว่าผิวธรรมดาอาจมีน้ำนมมากขึ้น 1 ช้อนโต๊ะทำความสะอาดได้ทุกอย่าง จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำยาล้างทำความสะอาดแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ำตามปกติได้เลย อย่าลืมสครับผิวเป็นประจำทุกวันละ 1 ครั้งแล้วผิวดีๆก็จะกลับมาทักทายสาว ๆ อีกครั้งอย่างแน่นอน!

สครับผิวกระจ่างใสด้วยขิง

เพราะถั่วเขียวเป็นเมนูที่มีสารอาหารอยู่มากมายทั้งในด้านสุขภาพและผิวพรรณ แต่การจะเติมความสวยด้วยถั่วเขียวไม่จำเป็นต้องมาจากการทานอย่างเดียว ในวันนี้คุณสามารถนำถั่วเขียวมาเป็นวัตถุดิบในการพอกผิวหน้าได้ด้วยนะคะ เพียงแค่ทำตาม 3 ขั้นตอนนี้ – นำถั่วเขียว 2-3 ช้อนโต๊ะมาต้มให้สุก แล้วนำมาปั่นให้ละเอียด – ผสมกับไข่ขาวดิบ คนให้เข้ากัน – นำมาพอกใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก หมั่นพอกหน้าอย่างสม่ำเสมอ อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในถั่วเขียวจะช่วยให้ผิวหน้าของสาวๆ ตึงกระชับ แถมยังช่วยลดการเกิดสิวได้อีกด้วยค่ะ

ผิวหน้าเป๊ะปัง สร้างได้ด้วยถั่วเขียว

เคยสังเกตไหมว่า สาวๆ สมัยก่อนทำไมถึงมีผิวเนียนสวย กระจ่างใสกันจังนะ ถ้าสงสัยงั้นมาทางนี้สิ เราจะบอกเคล็ดลับเพื่อหน้าใสให้ค่ะ สาวๆ สมัยก่อนเขาใช้ ‘โคลน’ เป็นตัวช่วยกันค่ะ เพราะในโคลนนั้นอุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารที่ช่วยต่อต้านการอักเสบได้ดี การนำมามาส์กบนใบหน้า หรือนำมาใช้ในการแช่ตัวจึงเป็นทางเลือกที่ดีในเรื่องเติมความกระจ่างใสให้กับผิวของคุณนั่นเอง

สูตรผิวสวยด้วยโคลนแบบฉบับสาวโบราณ

เสน่ห์อย่างหนึ่งของสาวๆ ที่ตราตรึงใจคนรอบข้างได้ดีคือผิวหน้าที่เนียนสวย ดูสดใสสมวัย ซึ่งการจะมีได้ บางทีคุณต้องเริ่มต้นดูแลและบำรุงผิวกันบ้าง แค่หยิบ ‘น้ำมันมะพร้าว’ มาเป็นตัวช่วยก็เพียงพอแล้ว ไม่ยากเลยค่ะ เริ่มต้นด้วยการหยดน้ำมันมะพร้าวลงบนฝ่ามือ 2-3 หยด จากนั้นจึงนำมาทาให้ทั่วใบหน้า และปล่อยทิ้งไว้ 30 นาที แล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด หมั่นทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ทีนี้ก็พร้อมโชว์ผิวสวย แสนเสน่ห์กันได้เลย!

อยากเผยผิวใส ‘น้ำมันมะพร้าว’ ช่วยคุณได้

เพราะอาหารการกินในบ้านเรามันช่างแสนอุดมสมบูรณ์เหลือเกิน ทำให้สาวๆ หลายคนเริ่มกังวลกับปัญหาน้ำหนักและหน้าท้อง วันนี้ลองหันมาออกกำลังกายด้วยท่าที่เราหยิบมาแนะนำกันดูสิคะ แล้วปัญหาหน้าท้องที่เคยกังวลใจจะหมดไป ท่าที่เราอยากแนะนำคือท่า Mountain Climber ซึ่งเป็นท่าที่สามารถเล่นได้เองที่บ้าน เพียงแค่มีเสื้อโยคะผืนเดียวก็เพียงพอ โดยการเล่นท่านี้จะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. คุกเข่าและโน้มตัวไปข้างหน้า โดยใช้มือสองข้างยันกับพื้นไว้ 2. ขยับขาซ้ายและขวาไปด้านหน้าสลับกันเหมือนกับการปีนเขา ทำแบบนี้ 45 วินาที จากนั้นให้พัก 15 วินาที และเริ่มทำต่อให้ครบ 3 เซ็ต ทำให้เป็นประจำทุกวัน อีกสัก 2 เดือน คุณจะมองเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว

Mountain Climber เพื่อหน้าท้องแสนเซ็กซี่

สาวๆ คนไหนที่กำลังประสบกับปัญหารังแคบนหนังศีรษะอยู่ วันนี้เรามีวิธีดีๆ เพื่อช่วยขจัดปัญหาดังกล่าวมาฝากกันค่ะ เพียงแค่นำตัวเจลว่านหางจระเข้มาชโลมให้ทั่วเส้นผม โดยนวดวนเบาๆ ตั้งแต่โคนผมจรดปลาย ก่อนจะพักทิ้งไว้สัก 15 นาที แล้วจึงค่อยสระผมตามปกติ ทำแบบนี้เป็นประจำ เพียง 1-2 เดือน คุณจะเห็นเลยว่ารังแคจะค่อยๆ ลดน้อยลงไปเองค่ะ

บอกลาปัญหารังแค แค่ใช้ ว่านหางจระเข้

ปัญหาผดผื่นบนใบหน้าสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเพราะแพ้อะไรบางอย่าง สภาพอากาศที่แปรเปลี่ยน นอนไม่พอ เครียด และอื่นๆ อีกสารพัด แต่ยังไม่ต้องกังวลกันไปหรอกค่ะ เพราะปัญหาผดผื่นนั้นสามารถแก้ได้เมื่อคุณมี ‘ใบพลู’ เป็นตัวช่วย เพียงแค่นำใบพลูสด 4-5 ใบมาล้างให้สะอาดและตำจนละเอียด ผสมกับน้ำเปล่าอีกเล็กน้อย จากนั้นก็สามารถนำมาทาให้ทั่วบริเวณที่เป็นผื่นได้เลย ทิ้งไว้ 10 นาทีจึงค่อยล้างออก สารที่อยู่ในใบพลูจะเป็นตัวเข้าไปช่วยยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์และแบคทีเรียต่างๆ ทำให้ผดผื่นที่เกิดขึ้นค่อยๆ ลดน้อยลง

ใบพลู ตัวช่วยรับมือกับผดผื่น

เขาว่ากันว่า ผิวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! งั้นวันนี้เรามาจัดเต็มความสวยให้กับผิวของสาวๆ กันดีกว่า ด้วยการทานเมนูตามมื้ออาหารเหล่านี้ – มื้อเช้า : สลัดผักน้ำใส หรือสลัดผลไม้ราดด้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติก็ได้ – มื้อกลางวัน : ข้าวกล้อง 1 ทัพพี กับแกงเลียง หรือปลานึ่ง หากทานเป็นปลาจาระเม็ดได้จะดีมาก – มื้อว่างระหว่างวัน : น้ำผลไม้แบบคั้นสดๆ นมถั่วเหลือง หรือไม่ก็เป็นพวกธัญพืชต่างๆ – มื้อเย็น : ข้าวกล้อง 1 ทัพพี ทานกับซุปเต้าหู้ แกงจืด หรือลาบเห็ด มาลองดูกันสักอาทิตย์นะ รับรองว่าเห็นผลแน่นอนค่ะ!

สูตรลับความอร่อยเพื่อผิวสวย

ในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงนั้น ปัญหาผิวแห้งคือสิ่งที่มักแวะเวียนมาหาคุณเป็นอันดับแรกๆ หากปล่อยให้ผิวแห้งกร้านคงไม่พ้นปัญหาริ้วรอย วันนี้เราจึงพาสาวๆ มาร่วมรับมือกับปัญหาผิวแห้งไปพร้อมๆ กันค่ะ เพียงแค่หันมาทานผักและผลไม้ที่มีปริมาณน้ำมากๆ เช่น มะเขือเทศ แตงกวา กีวี แอปเปิ้ล ฯลฯ ให้บ่อยขึ้นเพราะในผักและผลไม้เหล่านี้นอกจากจะช่วยเติมน้ำให้ร่างกายแล้ว ยังอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญและวิตามินต่างๆ มากมาย รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยบำรุงผิวพรรณของสาวๆ ให้เปล่งประกาย ดูอิ่มน้ำ สุขภาพดีแบบไม่ต้องพึ่งครีมตัวใด ไม่เชื่อลองดูสิคะ

อย่ารอให้ผิวแห้ง รับมือด่วนด้วยวิธีนี้

ในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงนั้น ปัญหาผิวแห้งคือสิ่งที่มักแวะเวียนมาหาคุณเป็นอันดับแรกๆ หากปล่อยให้ผิวแห้งกร้านคงไม่พ้นปัญหาริ้วรอย วันนี้เราจึงพาสาวๆ มาร่วมรับมือกับปัญหาผิวแห้งไปพร้อมๆ กันค่ะ เพียงแค่หันมาทานผักและผลไม้ที่มีปริมาณน้ำมากๆ เช่น มะเขือเทศ แตงกวา กีวี แอปเปิ้ล ฯลฯ ให้บ่อยขึ้นเพราะในผักและผลไม้เหล่านี้นอกจากจะช่วยเติมน้ำให้ร่างกายแล้ว ยังอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญและวิตามินต่างๆ มากมาย รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยบำรุงผิวพรรณของสาวๆ ให้เปล่งประกาย ดูอิ่มน้ำ สุขภาพดีแบบไม่ต้องพึ่งครีมตัวใด ไม่เชื่อลองดูสิคะ

อย่ารอให้ผิวแห้ง รับมือด่วนด้วยวิธีนี้

เชื่อว่าหนึ่งในความสุขของสาวๆ คือการมีใบหน้าที่สดใส ไร้ริ้วรอย และคงความอ่อนเยาว์อยู่ตลอดเวลา มาทำความสุขนั้นให้เป็นจริงกันได้แล้วเพียงแค่ให้น้ำมันมะกอกเป็นตัวช่วยของคุณ เพราะผิวต้องการความชุ่มชื้นเพื่อคอยยับยั้งริ้วรอยที่เกิดขึ้น ดังนั้น ‘น้ำมันมะกอก’ ซึ่งเป็นไอเทมเด็ดที่อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระจึงเป็นสิ่งที่คู่ควรต่อการบำรุงผิวอย่างที่สุด นอกจากการทานอาหารที่มีน้ำมันมะกอกเป็นส่วนประกอบแล้ว คุณยังสามารถนำน้ำมันมะกอกมาทาที่ผิวหน้าและผิวกายหลังจากอาบน้ำเสร็จได้อีกด้วย อาจไม่จำเป็นต้องทำทุกวัน เพียงอาทิตย์ละ 2-3 วันก็เพียงพอแล้วค่ะ

คงความสดใส ให้ริ้วรอยจางหาย ด้วยน้ำมันมะกอก

เบื่อกันไหม? กับปัญหาสิวที่มีมาไม่หยุดหย่อน รักษาเท่าไรก็ไม่หายขาดเสียที สาเหตุอาจเพราะคุณทานเมนูจำพวกนี้บ่อยเกินไปหรือเปล่า เมนูที่ว่าคืออะไร ตามมาดูกันสิคะ ผลิตภัณฑ์จำพวกนมทั้งหลายนี่แหละ ไม่ว่าจะเป็น ชีส โยเกิร์ต ไอศกรีม หรือเค้กต่างๆ คือเมนูต้องห้ามที่มักก่อให้เกิดปัญหาสิวได้ เนื่องจาก ‘นม’ เป็นอาหารที่ย่อยค่อนข้างยาก เมื่อทานเข้าไปแล้วจะไปสะสมอยู่ในกระเพาะและเกิดการเจริญเติบโตของยีสต์ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการเกิดสิวได้เร็วขึ้น ดังนั้นถ้าไม่อยากให้มีปัญหาสิวชุกบนใบหน้า ลองลดการทานเมนูที่ทำจากนมดูนะคะ แล้วมาดูกันว่า ปัญหาสิวที่มีจะน้อยลงได้จริงหรือไม่

ระวังไว้! ต้นเหตุของสิว เกิดขึ้นได้จากเมนูนี้

การเป็นคนตัวหอมนั้นถือเป็นการสร้างเสน่ห์ให้กับตัวเองได้อย่างดีทีเดียว แต่หากจะฉีดพ่นน้ำหอมตลอดทั้งวันก็ดูจะฉุนเกินไป เปลี่ยนมาใช้ทริคง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณหอมสดชื่น เปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์ จนใครๆ ได้เจอเป็นต้องเหลียวหลังกันค่ะ เพียงแค่เปลี่ยนวิธีการฉีดน้ำหอมจากฉีดตรงๆ ที่ผิวกาย ก็ให้ฉีดพรมเบาๆ ในอากาศ โดยกะตำแหน่งให้อยู่สูงกว่าศีรษะ จากนั้นให้รีบเดินเข้ารับละอองน้ำหอมตรงจุดที่ฉีดไว้ เท่านี้ก็เรียบร้อย นอกจากจะได้กลิ่นหอมที่เบาบาง ไม่ฉุนจัดแล้ว ยังได้รับความหอมแบบทั่วทั้งตัวและติดทนนานไปตลอดทั้งวันอีกด้วย

ทริคง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณหอมฟุ้งตลอดทั้งวัน

การเป็นคนตัวหอมนั้นถือเป็นการสร้างเสน่ห์ให้กับตัวเองได้อย่างดีทีเดียว แต่หากจะฉีดพ่นน้ำหอมตลอดทั้งวันก็ดูจะฉุนเกินไป เปลี่ยนมาใช้ทริคง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณหอมสดชื่น เปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์ จนใครๆ ได้เจอเป็นต้องเหลียวหลังกันค่ะ เพียงแค่เปลี่ยนวิธีการฉีดน้ำหอมจากฉีดตรงๆ ที่ผิวกาย ก็ให้ฉีดพรมเบาๆ ในอากาศ โดยกะตำแหน่งให้อยู่สูงกว่าศีรษะ จากนั้นให้รีบเดินเข้ารับละอองน้ำหอมตรงจุดที่ฉีดไว้ เท่านี้ก็เรียบร้อย นอกจากจะได้กลิ่นหอมที่เบาบาง ไม่ฉุนจัดแล้ว ยังได้รับความหอมแบบทั่วทั้งตัวและติดทนนานไปตลอดทั้งวันอีกด้วย

ทริคง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณหอมฟุ้งตลอดทั้งวัน

การบำรุงสุขภาพผิวเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวของคุณแล้วล่ะก็ แทนที่จะดี อาจกลายเป็นส่งผลเสียขึ้นมาได้ ยิ่งถ้าคุณเป็นสาวผิวแห้งยิ่งต้องระวังให้ดีเลยค่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่า สาวๆ ผิดแห้งควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แบบไหนจึงจะดีที่สุด สำหรับคนผิวแห้งจะเหมาะมากกับผลิตภัณฑ์ล้างหน้าประเภทเจล หรือใช้แค่คลีนซิ่งทำความสะอาดเมคอัพและล้างด้วยน้ำเปล่าก็เพียงพอ หลังจากล้างหน้าเสร็จให้ฉีดสเปรย์น้ำแร่ ตามด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เน้นสูตรน้ำนมหรืออโลเวร่าเป็นหลัก เพียงเท่านี้ผิวหน้าของสาวๆ ก็จะไร้ปัญหากวนใจแล้ว

คนผิวแห้งควรเลือกไอเทมบำรุงผิวแบบไหนดีนะ?

สาวๆ คนไหนอยากมีริมฝีปากที่ดูอวบอิ่มและเรียบเนียนจนสามารถทาลิปสติกได้ติดทนนานแล้วล่ะก็ ต้องลองทำตามเคล็ดลับดีๆ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ดูนะคะ เพียงแค่ก่อนนอนในแต่ละคืนให้ทำการสครับผิวส่วนริมฝีปากสักนิด โดยใช้ผ้าขนหนูแช่น้ำอุ่นและบิดให้หมาดถูเบาๆ รอบริมฝีปากเพื่อให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออกไป จากนั้นให้ทาลิปบาล์มคุณภาพดี หรือจะใช้เป็นวาสลีนปิโตรเลี่ยมเจลก็ได้ แต่อย่าทาหนาไปนะคะ แล้วมาดูผลลัพธ์กันในตอนเช้าได้เลยว่าริมฝีปากของสาวๆ จะดูสวยน่าจุ๊บขนาดไหน

อยากมีริมฝีปากนุ่มนิ่มดูอวบอิ่ม ต้องทำแบบนี้!

เพราะผิวหน้าของคุณบอบบางกว่าที่คิด การดูแลใบหน้าแบบผิดวิธีอาจเสี่ยงทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาได้ ดังนั้นการเลือกใช้สารพัดไอเทมบำรุงผิวจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะของบางอย่างก็ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในการบำรุงผิว รวมถึง 3 สิ่งนี้ด้วย 1. โลชั่นทาผิวกาย : ถึงแม้โลชั่นเหล่านี้จะมีส่วนผสมไม่ค่อยแตกต่างจากครีมทาหน้าเท่าไรนัก แต่ด้วยความที่ผิวกายของคนเรามีความหนาแน่นและยืดหยุ่นกว่าผิวหน้า จึงทำให้โลชั่นมีสารบำรุงที่น้อยและมีเนื้อครีมที่หนักกว่าครีมทาใบหน้า และที่หนักสุดคือโลชั่นทาผิวกายส่วนใหญ่มักผสมน้ำหอมลงไปด้วย จึงไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้บำรุงผิวหน้าของคุณ 2. ยาสีฟัน : หลายคนคงเคยได้ยินกันมาแล้วว่ายาสีฟันสามารถช่วยทำให้สิวยุบลงได้ แต่รู้หรือไม่ว่าในยาสีฟันนั้นมีส่วนผสมของสารฆ่าเชื้อและส่วนผสมที่เป็นค่าด่างสูง เมื่อใช้บนใบหน้า ผิวบริเวณนั้นก็จะแห้งกร้านและอาจเกิดการระคายเคืองได้ 3. น้ำตาล : สาวๆ หลายคนอาจเคยใช้น้ำตาลในการสครับผิวกันมาบ้าง แต่ขอให้รู้ไว้นะคะว่า อย่าได้คิดลองนำมาสครับผิวบนใบหน้าโดยเด็ดขาด เพราะเม็ดน้ำตาลนั้นมีขนาดค่อนข้างใหญ่ หากนำมาขัดบนใบหน้าจะก่อให้เกิดการระคายเคืองและสิวผดได้อย่างง่ายดาย

ไม่อยากหน้าพังอย่าใช้ 3 สิ่งนี้

การจะมีใบหน้าสวยใสไม่ใช่เรื่องยากสำหรับสาวๆ อีกต่อไป เพียงแค่ลองทำตามเคล็ดลับหน้าใสสูตรจากแดนกิมจิที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ดูค่ะ เคล็ดลับนั้นคือการ ‘เช็ดใบหน้าด้วยน้ำเกลือ’ เพียงแค่นำเกลือทะเล 1 ช้อนโต๊ะมาผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้วจนเกลือละลายหมด ใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำเกลือจนชุ่มแล้วนำมาเช็ดให้ทั่วใบหน้า ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน เกลือจะเป็นตัวช่วยกำจัดสิวหัวดำ อีกทั้งยังช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้นอีกด้วย

น้ำเกลือ เคล็ดลับหน้าใสของสาวๆ แดนกิมจิ

การจะมีใบหน้าสวยใสไม่ใช่เรื่องยากสำหรับสาวๆ อีกต่อไป เพียงแค่ลองทำตามเคล็ดลับหน้าใสสูตรจากแดนกิมจิที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ดูค่ะ เคล็ดลับนั้นคือการ ‘เช็ดใบหน้าด้วยน้ำเกลือ’ เพียงแค่นำเกลือทะเล 1 ช้อนโต๊ะมาผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้วจนเกลือละลายหมด ใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำเกลือจนชุ่มแล้วนำมาเช็ดให้ทั่วใบหน้า ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน เกลือจะเป็นตัวช่วยกำจัดสิวหัวดำ อีกทั้งยังช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้นอีกด้วย

น้ำเกลือ เคล็ดลับหน้าใสของสาวๆ แดนกิมจิ

แม้ยุคนี้เทรนด์สวยด้วยมีดหมอจะมาแรง แต่สำหรับคนงบน้อยคงจะลำบากไปสักหน่อย เอาแบบนี้ดีกว่าค่ะ แทนที่จะสวยด้วยมีดหมอ เราลองเปลี่ยนมาดูแลตัวเองให้สวยปิ๊งกันเถอะ ไม่ยากค่ะ แค่หมั่นทำ 2 ข้อนี้เป็นประจำก็พอ ทาครีมกันแดด : ด้วยความที่ประเทศไทยเรานับวันจะยิ่งร้อนขึ้นเรื่อยๆ การทาครีมกันแดดจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืมโดยเด็ดขาด และไม่ใช่ทาครั้งเดียวแล้วจะจบ แต่ทุกวันควรทาอย่างน้อย 4 ครั้งนะคะ เพราะฤทธิ์ของครีมกันแดดในแต่ละครั้งสามารถอยู่ได้ 4 ชั่วโมงเท่านั้น กำจัดเซลล์ผิวเก่า : เพราะการสครับผิวเป็นการช่วยทำให้ผิวของคุณขาวกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น ในแต่ละอาทิตย์จึงควรทำการขัดผิวสักครั้ง โดยอย่าลืมเลือกใช้พวกพืชและสมุนไพรต่างๆ อาทิ ขมิ้น หรือมะนาว ซึ่งเป็นของที่หาได้ง่ายมาใช้ในการสครับผิวนะคะ

2 ข้อควรทำถ้าอยากมีผิวหน้าสวยแบบไม่พึ่งมีดหมอ

การดื่มนมเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าดื่มเวลาไหนก็ได้นะคะ เพราะการดื่มนมนั้น หากดื่มในช่วงมื้อเช้า หรือดื่มในช่วงที่ท้องว่าง แทนที่จะส่งผลดี จะกลายเป็นว่าส่งผลให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ หรืออาจลุกลามไปเป็นอาการท้องเสียได้นั่นเอง อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้บอกว่ามื้อเช้าห้ามดื่มนมหรอกนะคะ เพียงแค่ให้ทานอาหารอื่นควบคู่กันไปด้วยก็เพียงพอแล้ว แต่หากทำตามคำแนะนำแล้วยังมีอาการดังกล่าวอีก อาจแปลได้ว่าร่างกายของคุณไม่สามารถย่อยสลายนมได้ค่ะ ดังนั้นหากรู้สึกถึงความผิดปกติแล้วล่ะก็ อย่าลืมแวะไปตรวจอาการที่โรงพยาบาลด้วยล่ะ

ระวังไว้! ดื่ม ‘นม’ ตอนท้องว่าง โทษมากกว่าที่คิด

แม้แสงแดดจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพของคนเรา แต่หากได้รับมันมากจนเกินไป แทนที่จะได้ประโยชน์ก็จะก่อให้เกิดโทษขึ้นมาได้ ดังนั้นถ้าหากไม่อยากให้เกิดปัญหา 3 ข้อนี้ขึ้น ต้องไม่ลืมทาครีมกันแดดทุกวันนะคะ มีไฝขึ้นตามเนื้อตัว : โดยปกติแล้ว คนเราจะมีไฝขึ้นที่ตัวประมาณ 20-40 จุด แต่หากได้รับแสงแดดเป็นเวลานานๆ โดยไม่มีการป้องกันเลย ไฝก็จะเกิดขึ้นมาใหม่ตามจุดต่างๆ ซึ่งแน่ล่ะว่าการมีไฝขึ้นมากเกินไปถือเป็นเรื่องที่ไม่ดี เพราะนั่นคือสัญญาณแจ้งเตือนปัญหาผิวที่จะตามมา ผิวไหม้ : เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการตากแดดจัดมากเกินไป โดยจะมีอาการตั้งแต่สีผิวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล คัน แดง และแสบร้อน ยิ่งปล่อยไว้ให้เกิดขึ้นซ้ำๆ ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังนะคะ แก่กร้าน : แสงแดดถือเป็นตัวการสำคัญในการเกิดริ้วรอยเลยก็ว่าได้ ซึ่งจากการวิจัยของต่างประเทศนั้นได้ระบุไว้ว่า ร้อยละ 90 ของคนที่มีผิวกร้านและริ้วรอยก่อนวัยนั้นจะเป็นคนที่ไม่ชอบทาครีมกันแดด หรือทาแต่น้อยนั่นเอง

3 ปัญหาตามมาแน่หากไม่ยอมใช้ครีมกันแดด

สาวๆ คนไหนที่ยังไม่อยากให้ริ้วรอยก่อนวัยแวะเวียนมาหาเราขอแนะนำเลยว่าให้หันมาทานถั่วเหลืองกันให้มากๆ เข้า เพราะในถั่วเหลืองจะมีสารไอโซฟลาโวนซึ่งเป็นสูตรโครงสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน จึงสามารถช่วยทำให้ผิวเต่งตึงยืดหยุ่น อีกทั้งยังช่วยไม่ให้ผิวสูญเสียคอลลาเจนอันเป็นต้นเหตุของริ้วรอยต่างๆ อีกด้วย

‘ถั่วเหลือง’ ตัวช่วยผิวสวย สุขภาพดี

ทำงานหน้าคอมมาหนักหน่วง แถมกลับถึงบ้านยังนอนดูทีวี เล่มเกมจนดึกดื่น ใช้งานหนักขนาดนี้มีหรือที่ดวงตาจะไม่อ่อนล้า ลองหาช่วงเวลาว่างๆ ทำการบำรุงและฟื้นฟูสภาพรอบดวงตาให้กลับมาสดชื่นสดใสกันดีกว่า เพียงแค่นำเส้นใยสีขาวของเปลือกกล้วยมาผสมกับเจลว่านหางจระเข้จนเข้ากันได้ดี จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นไว้จนกว่าเจลจะเย็นตามต้องการ แล้วจึงนำมาทาที่บริเวณรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15 นาทีก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด อาทิตย์หนึ่งทำเพียง 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว

คลายความเหนื่อยล้ารอบดวงตาด้วยสูตรนี้

ผิวสวยหน้าใส ใครๆ ก็อยากมี วันนี้เราเลยแอบนำวิธีดีๆ ที่จะช่วยให้ผิวของคุณดูกระจ่างใส เนียนสวยอย่างเป็นธรรมชาติในแบบที่ว่าตื่นเช้ามาก็ยังสวยมาฝากกันค่ะ เพียงแค่นำผ้าขนหนูไปชุบน้ำอุ่นก่อนบิดให้หมาด จากนั้นให้นำมาวางบนใบหน้าจนผ้าขนหนูเริ่มเย็น หรืออีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจคือให้ต้มน้ำในหม้อ จากนั้นปิดปากหม้อด้วยผ้าขนหนูและเอาหน้าเข้าไปอังไว้ 10-15 นาที ทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน รับรองว่าผิวสวยในแบบที่ชวนฝันจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับสาวๆ อีกต่อไป

ตื่นมายังสวย! ด้วยวิธีเด็ดที่ (คุณ) ต้องลอง!

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ‘คอตตอนบัต’ คือไอเทมที่สามารถช่วยสาวๆ ให้คงความอ่อนเยาว์ได้ เพียงแค่นำไปจุ่มอายส์ครีมและนวดบริเวณใบหน้าทุกวัน ด้วยเวลาไม่ถึง 2 นาทีเท่านั้น! มาดูกันดีกว่าค่ะว่าการนวดใบหน้าด้วยคอตตอนบัต ช่วยเรื่องความงามได้อย่างไรบ้าง ลดรอยย่นรอบดวงตา ด้วยการนวดที่หางคิ้ว ลดรอยช้ำใต้ดวงตาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ เพียงแค่กดนวดบริเวณหัวตา เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหน้า พร้อมลดริ้วรอยที่ร่องปากให้ผิวคงความเต่งตึง ด้วยการนวดกดเบาๆ ตรงมุมปาก บอกลารอยตีนกา ป้องกันผิวหย่อนคล้อยเมื่อนวดวนเบาๆ ที่หางตา รอยเหี่ยวย่นลดน้อยลง เพียงแค่นวดขึ้นลงที่จุดกลางของคาง ใต้ริมฝีปาก นวดแบบนี้เป็นประจำทุกวัน แค่ 2 เดือนเท่านั้นสาวๆ ก็จะได้เห็นผลลัพธ์ที่ถูกใจอย่างแน่นอน

พลิกฟื้นสุขภาพผิวให้คงความงาม แค่ใช้คอตตอนบัต

ปัญหาความมันบนใบหน้าคือสิ่งที่รบกวนสาวๆ ไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ วันนี้มาหาทางกำจัดความมันกันดีกว่า ด้วยสูตรดีๆ ที่เราหยิบมาฝาก เริ่มจากนำนมสดหรือน้ำผึ้งมาผสมกับเจลว่านหางจระเข้และแตงกวาบดจนเข้ากันได้ดี จากนั้นจึงนำมามาส์กให้ทั่วใบหน้า โดยให้เว้นรอบดวงตาและรอบริมฝีปาก มาส์กทิ้งไว้ 15 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ความมันบนใบหน้าจะค่อยๆ น้อยลงไปเอง

ขจัดความมันบนใบหน้า ลองมาส์กดูสิ

เพราะรังแค่คือปัญหาที่มักเกิดขึ้นเมื่อคุณมีหนังศีรษะที่แห้ง โดยปัญหานี้จะเกิดกับคนที่สระผมบ่อยจนเกินความจำเป็น แต่วันนี้ยังไม่ต้องรีบกังวลไป เพียงแค่ทำการเติมความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิวเสียบ้าง รังแคก็จะไม่เกิดขึ้นกับคุณแล้วค่ะ สำหรับวิธีการเติมความชุ่มชื้นเข้าสู่เส้นผมสามารถทำได้หลากหลาย แต่วิธีที่ดีสุดนั้น เราขอแนะนำให้ทำการหมักผมอาทิตย์ละ 2 วัน โดยให้ใช้น้ำมันมะกอกชโลมจนทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ 10-20 นาที แล้วจึงสระผมตามปกติ จากนั้นค่อยๆ หวีผมเบาๆ เพื่อกระตุ้นให้ก้อนรังแคหลุดออกมาอย่างง่ายดาย เห็นไหมคะ ง่ายแค่นี้ ใครก็ทำได้!

ลองหมักผมดูบ้าง แล้วปัญหารังแคจะไม่เกิด

ไม่ว่าคุณจะดูดี สวยเท่แค่ไหน แต่หากคุณมีกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์แล้วล่ะก็ รับรองได้เลยว่าเสน่ห์ที่มีหดหายหมดแน่ๆ แล้วปัญหากลิ่นปากนั้นเกิดขึ้นจากอะไรกันล่ะ? วันนี้มาดูสาเหตุกันดีกว่า ฟันผุ หรือมีแผลในช่องปาก : เวลาที่คุณร้อนในหรือมีปัญหาเรื่องฟันผุ แบคทีเรียตัวร้ายก็มักจะสร้างกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ออกมาค่ะ ดังนั้นหากรู้สึกปวดฟันหรือเหงือกแบบรุนแรง ลองไปตรวจอาการที่ร้านหมอฟันกันบ้างนะคะ ชอบทานขนมและของหวาน : รวมไปถึงพวกชา กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ ด้วย ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้นจะไปทำปฏิกิริยาให้น้ำลายเพาะเชื้อแบคทีเรียเป็นจำนวนมากจนเกิดกลิ่นปากง่ายกว่าคนปกติค่ะ ทานกระเทียมและเครื่องเทศบ่อย : เป็นที่รู้กันว่า สิ่งเหล่านี้เป็นอาหารที่มีกลิ่นแรง เมื่อทานบ่อย กลิ่นก็จะติดปากมาได้เช่นกัน ดังนั้น เลี่ยงได้ควรเลี่ยง หรือหากเลี่ยงไม่ได้ อย่าลืมบ้วนปากหรือแปรงฟันหลังทานเสร็จด้วย

3 เหตุผลที่ทำให้คุณมีกลิ่นปาก

อยากใส่เสื้อแขนกุดอวดผิวสวยแต่ใต้วงแขนกลับคล้ำจนไม่มั่นใจ ถ้าคุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่ล่ะก็ ลองหันมาดูแลตัวเองกันอีกหน่อย กับสูตรน่าสนใจที่ทำง่ายและบ่อยได้ตามต้องการ เพียงแค่ฝานแตงกวาเป็นชิ้นบางๆ นำไปคลุกเคล้าให้เข้ากันกับมันฝรั่งบด จากนั้นจึงค่อยๆ นำมาขัดถูเบาๆ ที่ใต้วงแขน 1- 2 นาทีและปล่อยทิ้งไว้อีก 10 นาที จึงค่อยล้างออก ทำเป็นประจำทุกวัน ผิวใต้วงแขนจะค่อยๆ กระจ่างใสขึ้น แถมปัญหาผิวหนังไก่จะลดน้อยลงอีกด้วย

สูตรเด็ดน่ารู้เพื่อใต้วงแขนที่กระจ่างใส

เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับหนุ่มสาวผู้ชื่นชอบการดื่มนมซะจริง เพราะตอนนี้ได้มีงานวิจัยออกมาประกาศชัดเจนแล้วว่า การดื่มนมมีผลต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของเส้นผมเป็นอย่างมาก เพราะในน้ำนมประกอบไปด้วยเคซีนและเวย์ ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยลดปัญหาผมขาดหลุดร่วงได้ง่าย อย่างไรก็ตาม การดื่มนมมากเกินไปก็อาจส่งผลต่อน้ำหนักของสาวๆ ได้ ฉะนั้นหากเป็นไปได้ เลือกดื่มเป็นนมไขมันต่ำจะดีที่สุดค่ะ

ดื่มนมทุกวัน ผมสวยเงางามไม่รู้ตัว

ต้องบอกว่าการโกนเป็นวิธีกำจัดขนหน้าแข้งยอดนิยมของสาวๆ แต่รู้ไหม หากโกนแบบผิดวิธีแล้วล่ะก็ แทนที่ขาจะเนียนสวย จะกลายเป็นเกิดสารพัดปัญหา เช่น ผิวแห้งกร้าน อักเสบ ระคายเคือง และขนคุดตามกันมา เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ เราจึงอยากแนะนำว่านี่คือพฤติกรรมที่ไม่ควรทำเด็ดขาด โกนขนหน้าแข้งตอนเช้า : สาวๆ คนไหนที่ชอบโกนขนหน้าแข้งในตอนเช้าขอให้เปลี่ยนไปทำในตอนกลางคืนแทนนะคะ เพราะการโกนในช่วงกลางคืนจะทำให้ผิวได้พักฟื้นในช่วงที่เรานอนหลับ ส่งผลให้ขนใหม่ไม่ขึ้นตามรูขุมขนแถมขายังดูเรียบเนียนอีกด้วย โกนขนแบบแห้ง : เป็นวิธีที่ผิดอย่างมาก สิ่งที่คุณควรทำคืออาบน้ำให้เรียบร้อยด้วยน้ำอุ่น จากนั้นให้ทาเบบี้ออยล์ลงที่หน้าขา แล้วจึงเริ่มโกนขนหน้าแข้งไปตามปกติค่ะ ทั้งนี้ห้ามใช้สบู่โดยเด็ดขาดนะคะ

ไม่อยากเจ็บ อย่าโกนขนหน้าแข้งแบบนี้

เบื่อไหมที่ต้องเจอกับปัญหาทาเล็บไม่ติด สีไม่ทน 1-2 วันก็หลุด วันนี้เรื่องชวนหงุดหงิดใจเหล่านั้นจะหมดไป เพียงแค่คุณทำตามทริคดีๆ ที่เราหยิบมาฝากค่ะ เพียงแค่ก่อนลงมือทาเล็บให้ทาน้ำยาบำรุงเล็บลงไปก่อนทุกครั้ง จากนั้นจึงค่อยทาเล็บตามปกติ รอจนเล็บแห้งสนิทแล้วจึงเคลือบด้วยน้ำยาทาเล็บสีใสสูตรแห้งเร็วอีกครั้ง เพียงเท่านี้ยาทาเล็บก็จะเซ็ตตัวเกาะติดบนเล็บของสาวๆ อย่างเหนียวแน่นอย่างน้อย 1 อาทิตย์แน่นอนค่ะ

ทริคเด็ดเอาใจคนรักการทาเล็บ

ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นทุกวันของบ้านเรา ทำให้เกิดปัญหาผดผื่นบนใบหน้าได้ง่าย แต่ไม่ต้องกลุ้มใจไปค่ะ เพราะวันนี้เราจะมาบอกวิธีแก้ปัญหาผดผื่นบนใบหน้าแบบง่ายๆ กัน เพียงแค่นำผงขมิ้นชันมาผสมกับนมจืดและดินสอพอง คนจนเข้ากันได้ดีจากนั้นจึงนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วค่อยล้างออก นอกจากผดผื่นจะค่อยๆ ลดลงแล้ว ใบหน้าของคุณจะใส เนียนสวยขึ้นอีกด้วย

หน้าใสไร้ผดผื่นด้วยขมิ้นชัน

เพราะไขมันคือตัวการร้ายที่ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โรคอ้วน ไขมันอุดตันในเส้นเลือด ไขมันพอกตับ และอื่นๆ ดังนั้นหนทางแรกที่จะช่วยให้คุณมีหุ่นและสุขภาพที่ดีจึงหนีไม่พ้นการสลายไขมัน ซึ่งคุณสามารถทำได้ไม่ยากเลย เพียงแค่หันมาทาน 2 สมุนไพรนี้กันให้มากขึ้น กระเทียม : จัดว่าเป็นตัวช่วยในเรื่องการลดปริมาณไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการทานแบบสดๆ จะเห็นผลลัพธ์ได้ดีที่สุด หลายคนอาจไม่ค่อยปลื้มตรงที่การทานกระเทียมจะทำให้เกิดกลิ่นปากและกลิ่นตัวขึ้นได้ ยังไงก็ทานกันแบบพอเหมาะนะคะ ขิง : สมุนไพรรสชาติเผ็ดร้อน ตัวช่วยมือหนึ่งในเรื่องกระตุ้นการสลายไขมัน อีกทั้งยังสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลได้เป็นอย่างดี จะทานสดๆ หรือนำไปต้มแล้วดื่มก็ได้ และไม่ใช่เพียงช่วยลดไขมันเท่านั้น แต่ขิงยังถือเป็นสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรน รวมถึงคลื่นไส้อาเจียนได้อีกด้วย

2 สมุนไพรละลายไขมันที่คน (อยาก) หุ่นสวยต้องรับประทาน

คงหมดความมั่นใจกันไปไม่น้อยเลย หากคุณมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ใต้วงแขน แต่วันนี้ปัญหานั้นจะหมดไป เพียงแค่คุณเลือกทำตามคำแนะนำดีๆ ที่เรานำมาฝากกัน เพียงแค่ผสมโยเกิร์ต 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะจนเข้ากันได้ดี จากนั้นให้นำมาทาที่ใต้วงแขนและปล่อยไว้จนแห้งจึงค่อยล้างออก ทำเป็นประจำทุกวันนอกจากกลิ่นอับชื้นจะหายไปแล้ว ยังทำให้ใต้วงแขนของคุณเนียนนุ่ม กระจ่างใสขึ้นอีกด้วย

บอกลากลิ่นไม่พึงประสงค์ใต้วงแขนด้วยโยเกิร์ต

เพราะโซเดียมคือหนึ่งในตัวการร้ายที่ทำให้คุณตัวบวมจนดูอ้วน อีกทั้งยังตามมาด้วยสารพัดปัญหาด้านสุขภาพ ดังนั้นหากคุณเป็นคนชอบทานอาหารรสเค็มจัด ลองลดปริมาณความเค็มเพื่อสุขภาพที่ดีกันเถอะค่ะ ทีนี้หากว่าวันไหนเผลอทานอาหารรสเค็มจัดไปแล้วล่ะ? ไม่ยากค่ะ เพียงแค่หันมาทานกล้วยหลังจากทานอาหาร 1 ลูก หรือหากใครไม่ชอบทานกล้วย จะเปลี่ยนไปทานเป็นผักใบเขียวและมันฝรั่งแทนก็ได้ เพราะเมนูที่กล่าวมานั้นมีฤทธิ์ช่วยลดโซเดียมภายในร่างกายได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

ทานโซเดียมเยอะไป แก้ยังไงดี

เพราะโซเดียมคือหนึ่งในตัวการร้ายที่ทำให้คุณตัวบวมจนดูอ้วน อีกทั้งยังตามมาด้วยสารพัดปัญหาด้านสุขภาพ ดังนั้นหากคุณเป็นคนชอบทานอาหารรสเค็มจัด ลองลดปริมาณความเค็มเพื่อสุขภาพที่ดีกันเถอะค่ะ ทีนี้หากว่าวันไหนเผลอทานอาหารรสเค็มจัดไปแล้วล่ะ? ไม่ยากค่ะ เพียงแค่หันมาทานกล้วยหลังจากทานอาหาร 1 ลูก หรือหากใครไม่ชอบทานกล้วย จะเปลี่ยนไปทานเป็นผักใบเขียวและมันฝรั่งแทนก็ได้ เพราะเมนูที่กล่าวมานั้นมีฤทธิ์ช่วยลดโซเดียมภายในร่างกายได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

ทานโซเดียมเยอะไป แก้ยังไงดี

รู้หรือไม่? การเดินธรรมดาสามารถช่วยให้คุณมีรูปร่างที่ผอมเพรียวได้นะ เพียงแต่คุณอาจต้องทำสิ่งนี้ในระหว่างเดินไปด้วย นั่นคือการแกว่งแขนด้วยแรงที่เหมาะสม นอกจากจะช่วยให้การเดินคล่องตัวมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนไหล่ คอ และหลังได้ขยับเขยื้อน เผาผลาญพลังงานไปในตัวด้วย อย่างไรก็ตาม การแกว่งแขนที่เพิ่มประสิทธิภาพได้ดีสุดคือการแกว่งแขนสลับกับขาที่ก้าวเดิน เช่น แกว่งแขนซ้ายไปข้างหน้าขณะก้าวขาขวา เป็นต้น นอกจากนี้ในการแกว่งแขนแต่ละครั้งไม่ควรแกว่งให้แขนลอยสูงเหนืออกนะคะ    

เดินแบบนี้สิ เพื่อความเพรียวในแบบที่คุณต้องการ

การมีใต้วงแขนคล้ำนั้นคงทำให้สาวๆ รู้สึกขาดความมั่นใจไม่น้อยเลย ในวันนี้เราจึงอยากนำเสนอไอเดียเพื่อกู้ฟื้นคืนสภาพความขาวเนียน กระจ่างใสให้ใต้วงแขนของคุณอีกครั้งด้วยสิ่งเหล่านี้ค่ะ เพียงแค่นำมะเขือเทศมาหั่นเป็นซีก นำไปคลุกกับน้ำตาล จากนั้นจึงค่อยนำมาขัดถูเบาๆ ที่ใต้วงแขนจนมะเขือเทศอ่อนตัวลงและน้ำตาลละลาย แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวันเลยนะคะ

“หมดปัญหาใต้วงแขนหมองคล้ำด้วยสิ่งนี้!”

การกำจัดขนส่วนเกินด้วยการแว็กซ์จัดว่าเป็นวิธียอดนิยมที่สาวๆ ให้ความสนใจกัน เพราะสะดวก เกลี้ยงเกลา และเรียบเนียน แต่สำหรับการแว็กซ์ขนส่วนเกินที่อยู่บนใบหน้ากลับเป็นสิ่งที่คุณสาวๆ ต้องระวัดระวังเอาไว้เสียหน่อย เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถนำวิธีนี้มาใช้บนใบหน้าได้ โดยคนที่ไม่ควรเลือกการแว็กซ์มาเป็นทางออกเลยจะเป็นคนที่กำลังรักษาสิวบนใบหน้าอยู่นั่นเอง เพราะตัวยาที่ใช้ในการรักษาสิวนั้นจะไปทำให้ผิวหน้าบอบบาง เกิดดึงดันไปแว็กซ์ขนในช่วงนี้เข้า รับรองว่าหน้าพังอย่างไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ นอกจากนี้คนที่มีผิวหน้าแพ้ง่ายก็ไม่ควรใช้วิธีนี้เช่นกันเพราะอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคือง รูขุมขนอักเสบและเกิดขนคุดขึ้นมาได้ หากต้องการกำจัดขนส่วนเกินบริเวณใบหน้าจริงๆ เราขอแนะนำให้แวะมาที่ร้าน Datsumo Labo กันดูนะคะ ที่นี่เรามีบริการกำจัดขนหลากรูปแบบที่การันตีเรื่องความปลอดภัยสูงให้คุณได้ลองไปใช้บริการกันค่ะ

แว็กซ์ขนบนใบหน้า ไม่ใช่ใครก็ทำได้

ปัญหาผมร่วงคือสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งจะปล่อยทิ้งไว้ก็คงไม่ดี หากใครหากมองหาวิธีลดอาการผมร่วงอยู่ล่ะก็ เราขอแนะนำให้ทานถั่วและพวกธัญพืชต่างๆ ให้เยอะขึ้นค่ะ เพราะในถั่วและธัญพืชทั้งหลายนั้นอุดมไปด้วย กรดไขมันโอเมก้า 3, โอเมก้า 6, และสารต่อต้านอนุมูลอิสระ อยู่เป็นจำนวนมากซึ่งสารเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้รากผมและกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผมได้อีกด้วย ทั้งนี้อาจต้องใช้เวลาสักหน่อยแต่รับรองว่าเห็นผลค่ะ!

อยากแก้ปัญหาผมร่วง ลองทานถั่วสิ

ไม่ใช่มีเพียงกาลเวลาเท่านั้นที่เป็นต้นเหตุให้คุณเกิดปัญหาริ้วรอยก่อนวัย แต่ก่อนที่จะไปกันใหญ่ เรามาเบรกๆ ปัญหานี้กันสักหน่อยดีกว่าค่ะ ด้วยสูตรดีๆ ที่ใช้ขมิ้นเป็นส่วนผสมหลักนี้ เริ่มด้วยการนำผงขมิ้นไปผสมให้เข้ากันกับถั่วเขียวบดและนมสด จากนั้นจึงนำมาพอกให้ทั่วใบหน้าและปล่อยทิ้งไว้ 30 นาที จึงค่อยล้างออก ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง เพียงแค่ 2 เดือน คุณก็จะเห็นเลยว่า ริ้วรอยที่เคยมีบนใบหน้าจะค่อยๆ เลือนหายไป

ริ้วรอยก่อนวัยบนใบหน้า ขจัดมันซะด้วยขมิ้น

ทำไมต้องทนกับปัญหาหน้ามันเยิ้มจนกลายเป็นบ่อกำเนิดสิวกันด้วยล่ะ เรามาแวะหาทางกำจัดความมันบนใบหน้าไปด้วยกันดีกว่า กับสูตรเด็ดจากไข่ขาวที่เราพร้อมนำเสนอคุณสาวๆ กันในวันนี้ เพียงแค่นำไข่ขาวไปแช่ตู้เย็นจนเย็นได้ที่ แล้วค่อยๆ นำมาทามาส์กไว้บนใบหน้า 5-10 นาที หรือจนกว่าจะรู้สึกแห้งตึงบริเวณใบหน้า จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำเย็น หมั่นทำให้เป็นประจำ แล้วความมันบนใบหน้าจะค่อยๆ ลดน้อยลงไปเองค่ะ

ลดความมันบนใบหน้า ไข่ขาวช่วยคุณได้

ในช่วงที่สภาพอากาศค่อนข้างแปรปรวนแบบนี้ ผิวหน้าอันบอบบางของสาวๆ ย่อมเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาผดผื่นได้ง่ายกว่าปกติ เมื่อเกิดปัญหาที่ว่าขึ้นแล้ว เราก็มาหาทางแก้ไขกันดูดีกว่า โดยวันนี้เรามีทริคเด็ดน่าสนใจมาแนะนำกันค่ะ เพียงแค่นำแตงกวามาปลอกเปลือก ฝานบางและแช่ในตู้เย็นจนเย็นจัด จากนั้นจึงนำมาวางโปะบนใบหน้า เน้นบริเวณที่เป็นผื่น รอไว้ 15-20 นาที หรือจนกว่าแตงกวาจะหายเย็น แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำบ่อยๆ แล้วจะช่วยทำให้ผดผื่นที่เกิดขึ้นค่อยๆ ลดน้อยลงไป แถมยังทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้นอีกด้วย

ผื่นขึ้นบนใบหน้า รีบแก้ด้วยแตงกวากันเถอะ

ใครที่คิดว่าทานแต่ผลไม้แล้วจะไม่อ้วนเราขอให้เปลี่ยนความคิดโดยด่วน เพราะอย่าลืมกันค่ะว่า ผลไม้ทั้งหลายย่อมมีน้ำตาลเป็นส่วนผสมอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากทานได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักล่ะก็ เราขอแนะนำผลไม้ 3 ชนิดนี้ค่ะ 1. สตรอว์เบอร์รี่ ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานแสนอร่อย ที่ถึงจะกินมากถึง 8 ลูกต่อวน ก็ยังได้รับน้ำตาลไปเพียงแค่ 2 ช้อนชาเท่านั้น 2. ฝรั่ง กินไปเลยทั้งลูก ปริมาณน้ำตาลที่ได้ก็แค่ 2 ช้อนชา แถมไฟเบอร์สูงด้วย เวิร์กมอร์จะตาย 3. มะละกอ ผลไม้ตัวดีที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้อย่างดีเยี่ยม ทานไปเถอะครั้งละ 8 ชิ้น ปริมาณน้ำตาลที่ได้จะอยู่ที่ 3 ช้อนชาเองแหละ เห็นไหม? การทานผลไม้ ถ้าเลือกทานให้ถูก ชีวิตก็ดีเนอะ!

3 ผลไม้แสนอร่อย ที่ทานแล้วไม่อ้วน

ปัญหาอย่างหนึ่งที่มักเกิดขึ้นเมื่อคุณนอนดึกก็คือ ท้องหิวยามค่ำคืน ครั้นจะเดินไปเปิดหยิบเอาของกินในตู้เย็นมาทาน มันก็ออกจะหนักหน่วงต่อกระเพาะอาหารมาไปหน่อย งั้นวันนี้เรามาลองหาเมนูที่สามารถทานในรอบดึกแบบที่ไม่อ้วนกันดูดีกว่า ซึ่งเมนูที่เราอยากแนะนำในวันนี้คือ นมสด ค่ะ เพราะในนมสดจะมีทั้งสารเคซีนหละโปรตีนเวย์ ซึ่งเป็น 2 ตัวที่สามารถช่วยให้ความรู้สึกอยากอาหารมีลดน้อยลง ยิ่งถ้าเลือกดื่มแบบไขมันต่ำก็ยิ่งดีเลยค่ะ เพราะปริมาณแคลลอรี่จะค่อนข้างน้อยนั่นเอง

หิวเหรอ? นมจืดสิ รับรองอิ่มท้อง

ใครที่ชอบสระผมตอนกลางคืนต้องระวังกันให้ดี เพราะหากนอนทั้งๆ ที่ผมยังไม่แห้งแล้วล่ะก็ คุณอาจได้พบเจอกับปัญหาดังต่อไปนี้ได้ – ปัญหาผมขาดร่วง : เพราะการนอนในสภาพที่ผมยังไม่ทันแห้งสนิทนั้นจะส่งผลทำให้เกิดเชื้อราและสุขภาพเส้นผมที่อ่อนแอลงจนขาดหลุดร่วงได้ง่าย – ปัญหารังแคบนหนังศีรษะ : นอกจากเรื่องของเชื้อราแล้ว มันยังพาลให้เกิดปัญหารังแคอีกด้วย เพราะเชื้อราบนหนังศีรษะที่เมื่อแห้งแล้ว จะเริ่มหลุดลอกออกมาเป็นขุยนั่นเอง – ปัญหาผมหงอก : เนื่องด้วยเวลานอนหลับ ร่างกายจะขับเม็ดสีดำออกมาที่เส้นผม แต่เมื่อเส้นผมยังไม่แห้ง การขับสีออกมาก็ยากขึ้น หลายเป็นว่าเกิดอาหารผมหงอกก่อนวัยอันควร – ปัญหาผมเสียทรง : การนอนโดยที่ผมยังไม่แห้งสนิทนั้น ในยามเช้าเมื่อคุณตื่นมา คุณจะได้เจอกับสภาพเส้นผมที่ยับ แบนหรือชี้ฟู จนจัดทรงได้ยากกว่าปกติ ถ้าไม่อยากมานั่งเสียเวลาจัดการเรื่องผมในตอนเช้า ก็อย่าลืมรอผมแห้งก่อนนอนนะคะ ได้ยินแบบนี้แล้วก็จงจำไว้นะคะสาวๆ ว่าถ้าผมไม่แห้ง ห้ามนอนโดยเด็ดขาด!

ระวังให้ดี! สระผมแล้วหลับทันที ผลเสียเกิดขึ้นแน่นอน

เป็นธรรมดาที่หลังจากการตากแดดแรงจัดมาอย่างหนักหน่วงแล้วคุณมักต้องพบเจอปัญหาผิวไหม้แดดจนรู้สึกแสบร้อนไปหมด ในสถานการณ์แบบนี้เราขอแนะนำให้รีบจัดการแก้ไขอาการปวดแสบปวดร้อนพวกนี้ให้ไวค่ะ ซึ่งวันนี้เราก็มีวิธีรักษาอาการผิวไหม้แดดแถมช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายความเหนื่อยล้ามาฝากกันด้วยล่ะ เพียงแค่หยิบเอาน้ำมันหอมระเหยออกมาเติมผสมลงในน้ำอุ่นแล้วนำมาอาบ หรือหากบ้านใครมีอ่างอาบน้ำล่ะก็ เราแนะนำให้ใส่น้ำมันหอมระเหยลงในอ่างและลงไปนอนแช่เลยค่ะ โดยน้ำมันหอมระเหยที่เราอยากนำเสนอคือ กลิ่นลาเวนเดอร์ หรือคาโมไมล์ค่ะ อาบน้ำเสร็จอาการแสบร้อนจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ

หมดปัญหาผิวไหม้ เมื่อแก้ด้วยไอเทมนี้

ใครว่าการดูแลผิวสวย แค่ทาครีมก็เรียบร้อย ในความเป็นจริงการทาครีมบำรุงต่างๆ นั้น หากทาไม่ถูกเวลาแทนที่ผิวจะดี จะกลายเป็นผิวพังแทนได้ งั้นเราก็มาดูกันดีกว่าว่า ช่วงเวลาไหนที่การทาครีมของสาวๆ จะสัมฤทธิ์ผลมากที่สุด ในยามเช้า สาวๆ ควรหมั่นทาครีมบำรุงให้เสร็จเรียบร้อยก่อน 9:00 น. โดยก่อนจะทาครีมต่างๆ อย่าลืมล้างหน้าในตอนเช้าก่อนเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขุมให้พร้อมซึมซับสารต่างๆ ของครีมบำรุงได้อย่างเต็มที่นะคะ ในช่วงค่ำคืน ก็ไม่ลืมที่จะลงครีมบำรุงก่อน 22:00 น. เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวกายและคลายความตึงเครียดบนใบหน้า ตื่นเช้ามาผิวหน้าก็จะสดใสไม่โทรมด้วยค่ะ

ทริคนี้ควรรู้ ทาครีมเวลาไหน เวิร์กมอร์ที่สุด

ปัญหาริมฝีปากแห้งยังคงเป็นอะไรที่แวะเวียนเข้ามากวนใจสาวๆ อยู่เป็นระยะจากหลากหลายสาเหตุ แต่เมื่อเป็นแล้ว แทนที่จะปล่อยไว้เรามาลองหาทางแก้ไขกันดีกว่าค่ะ ซึ่งในวันนี้เราก็มีสูตรดีๆ ที่อยากนำมาแนะนำให้ได้รู้จักและลองทำตามกันอีกเช่นเคย เพียงแค่ใช้น้ำตาลมาผสมกับน้ำผึ้งและวาสลีน ก่อนนำมาขัดถูเบาๆ ที่ริมฝีปาก สัก 1-2 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนั้นอยู่เป็นประจำ อาทิตย์ละ 2 วัน แล้วคุณจะได้พบกับความเปลี่ยนแปลงในเรื่องความชุ่มชื้นและความหมองคล้ำของริมฝีปากอย่างชัดเจน

ปากแห้งเหรอ? ขัดด้วยน้ำตาลสิ

ไม่มีใครหรอกที่อยากมีเรียวขาซึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยดำรอยแดงเต็มไปหมด วันนี้เราเลยนำสูตรสร้างเรียวขาสวยที่น่าสนใจมาฝากทุกคนกันค่ะ เพียงเลือกใช้ผลไม้ที่มีรสชาติเปรี้ยว เช่น มะนาว มะนามเปียก หรือ สับปะรด มาใช้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งสูตรที่เราจะสอนกันในวันนี้ เราจะไม่เน้นใช้เนื้อของผลไม้ แต่ให้ใช้เปลือกหรือกากของผลไม้ค่ะ แค่ขัดเบาๆ ควบคู่กับการพอกเรียวขาด้วยน้ำผลไม้่เหล่านั้นทิ้งไว้จนรู้สึกแห้ง ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำสะอาด หมั่นทำเป็นประจำ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง แล้วขาที่เคยเต็มไปด้วยลาย จะค่อยๆ เลือนหายไป เหลือไว้แต่ความเนียนสวยให้กับคุณค่ะ

สูตรนี้โดนใจ สร้างเรียวขาสวยด้วยเมนูรสเปรี้ยว

เพราะในแต่ละวันอายุของคุณมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับปริมาณคอลลาเจนใต้ชั้นผิวที่มีแต่จะค่อยๆ ลดน้อยลง ซึ่งนั่นไม่ดีแน่ ดังนั้นในวันนี้เราก็มาหาทางเพิ่มคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายกันดีกว่า กับวิธีง่าย แค่กินบลูเบอร์รี่ให้มากขึ้น เพราะบลูเบอร์รี่นั้นเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง แถมยังมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 85% กันเลย จึงกลายมาเป็นตัวช่วยในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกายได้อย่างดี เรียกได้ว่าทานบลูเบอร์รี่เป็นประจำ ปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่นและความหมองคล้ำจะไม่แวะเวียนมาเยือนคุณสาวๆ อย่างแน่นอน

บลูเบอร์รี่ ของดีเพิ่มคอลลาเจน

ปัญหาตาแพนด้า ใครๆ ก็ไม่อยากเจอใช่ไหมล่ะ งั้นวันนี้เราก็มาบอกเลิก ลาขาดกับเจ้าตาแพนด้านี่กันดีกว่า ด้วย 2 วิธีดีๆ ที่เรานำมาฝากกันค่ะ 1. นอนแต่หัวค่ำ : เป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ค่อยจะยอมทำตามกัน ลองปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ตัวเองดูใหม่ หันกลับมานอนหัวค่ำ ตื่นแต่เช้ากันดูสิ สัก 2 อาทิตย์ก็รู้เรื่องแล้ว 2. ประคบเปลือกตาด้วยถุงชา : ถุงชาใช้แล้วนี่แหละตัวช่วยชั้นดีในการขจัดเจ้าตาแพนด้านี้ออกไป เพียงแค่นำถุงชาใช้แล้วไปแช่ในตู้เย็นสัก 2-3 ชั่วโมง ก่อนนำมาประคบที่เปลือกตา 15 นาที ทำอย่างสม่ำเสมอ แล้วขอบตาที่คล้ำจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง

ใต้ตาแพนด้า เราเลิกกันเถอะ!

เคยสงสัยไหมว่า ทั้งที่บำรุงอย่างดี แต่ทำไมผิวส่วนต่างๆ ยังคงมีปัญหาเหมือนเดิม เหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะคุณอาจเผลอทำพฤติกรรม 3 อย่างนี้ลงไปน่ะสิ 1. ใช้ชีวิตในห้องแอร์นานเกินไป : แม้จะรู้ดีว่าสภาพอากาศในประเทศไทยเรานั้นช่างร้อนจนแทบละลาย แต่การเอาแต่อยู่ในห้องแอร์ทั้งวันมันจะทำให้ผิวของคุณสูญเสียความชุ่มชื้นจนแห้งลอกเป็นขุยเลยล่ะ ดังนั้นถ้าคิดว่าจำเป็นต้องอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน อย่าลืมทาครีมบำรุงทั้งหลายไว้ด้วย 2. ขยันขัดผิวเกินไป : การขัดผิวนั้นจุดประสงค์หลักทำเพื่อขจัดคราบไคลและคราบสกปรกต่างๆ รวมถึงเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไป แต่ถ้าคุณสาวๆ จะขัดบ่อยราวกับกิจวัตรประจำวันขนาดนั้นล่ะก็นะ เตรียมตัวรับมือปัญหาผิวแห้งกระด้างกันได้เลย 3. นอนทั้งหน้าเป๊ะ : มันเป็นปัญหาโลกแตกอย่างหนึ่งที่มักเกิดขึ้นกับสาวสวยหน้าเป๊ะหลายคน กับปัญหาอ่อนเพลีย งัวเงียจนไม่มีแรงเดินไปล้างหน้าก่อนนอน ลองทำแบบนี้อยู่เป็นประจำแล้วล่ะก็ สิวอุดตันจะไม่มาหาก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว

3 สิ่งทำร้ายผิว รู้แล้วก็อย่าทำ!

การจะมีสุขภาพผิวที่ดีได้นั้น สิ่งแรกที่ไม่ควรมองข้ามเลยคือเรื่องของการล้างหน้าค่ะ นอกจากต้องล้างให้สะอาดแล้ว การเลือกเปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์ล้างหน้าทั่วไปมาเป็นสูตรเด็ดจากธรรมชาติก็น่าสนใจนะ อย่างน้ำผึ้งผสมมะนาวที่หลายคนชอบดื่มกัน เปลี่ยนจากการดื่มมาเป็นใช้ล้างหน้าดูสิ รบรองว่าเวิร์ก เพราะทั้งสองสิ่งนี้เมื่อผสมกันแล้วจะมีคุณสมบัติเปรียบเสมือนมอยส์เจอไรเซอร์กันเลย ดังนั้นนอกจากการฆ่าเชื้อโรคและสิ่งสกปรกบนใบหน้าแล้ว มันยังช่วยปลอบประโลมผิวได้ดีอีกด้วย ทั้งนี้เวลาใช้อย่าลืมล้างออกด้วยน้ำอุ่นก่อนแล้วจึงตามด้วยน้ำเย็นกันนะคะ

ล้างหน้าด้วยสิ่งนี้สิ รับรองว่าสวย!

เพราะการดูแลผิวนั้นสามารถทำได้ทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเลือกหาผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาใช้ในการบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวของตนเป็นเรื่องปกติ เพราะงั้นในวันนี้เราเลยจะขอทำการแนะนำการบำรุงผิวที่สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ทาน “ข้าว” เท่านั้น ซึ่งข้าวที่ว่านั้นสามารถทานได้หมด ไม่ว่าจะเป็น ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง ข้าวไรท์เบอร์รี่ หรือแม้แต่ข้าวโพด เพราะบรรดาข้าวทั้งหลายนั้นอุดมไปด้วยวิตามินบีและวิตามินอี ซึ่งถือเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่จะช่วยรักษาความแข็งแรงของเซลล์ แถมยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวและปกป้องผิวจากปัญหามลภาวะได้อีก ได้ยินแบบนี้แล้วก็อย่าลืมทานข้าวกันอย่างสม่ำเสมอนะคะ

รู้ยัง? แค่ทานข้าวก็ผิวสวยได้นะ

สาวๆ หลายคนอาจกำลังกลุ้มใจกับปัญหาผมแห้งเสียที่ตามมาราวีไม่เลิก วันนี้คุณสามารถหยุดปัญหาเหล่านั้นได้แล้วค่ะ ด้วยสูตรเด็ดง่ายๆ จากอะโวคาโดที่เราพร้อมนำมาฝากกันในวันนี้ เพียงแค่นำอะโวคาโด 1 ลูกไปบดให้ละเอียด ก่อนจะนำไปผสมกับน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะจนได้ออกมาเป็นเนื้อเดียวกัน หลังจากนั้นจึงค่อยๆ ชโลมบนเส้นผมเปียกหมาดให้ทั่วตั้งแต่โคนจรดปลายและคลุมผมด้วยหมวกคลุมอาบน้ำ หมักทิ้งไว้ 20 นาที เมื่อครบกำหนดเวลา ก็ให้สระผมไปตามปกติได้เลยค่ะ การทำเช่นนี้จะเป็นการช่วยบำรุงเส้นผมได้อย่างล้ำลึกเพราะสารอาหารที่อยู่ในอะโวคาโดและน้ำมันมะกอกนั้นจะเข้าไปเติมเต็มความชุ่มชื้นพร้อมปรบสภาพเส้นผมให้กลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง

บำรุงผมแห้งเสีย อะโวคาโดช่วยคุณได้

สาวๆ หลายคนคงเคยประสบกับปัญหาคราบลิปสติกตกร่องติดตามริมฝีปากกันมาบ้าง วันนี้ค่ะ เราจะนำวิธีแก้ไขที่น่าสนใจและสามารถทำได้อย่างง่ายดายมากๆ มาฝากกัน เพียงแค่นำคอตตอนบัทจุ่มน้ำสะอาด ก่อนจะโรยแป้งลงไปตามหัวของคอตตอนบัทที่จุ่มน้ำ แล้วค่อยๆ นำมาทาจนทั่วริมฝีปาก ก่อนตบท้ายด้วยการทาลิปสติกไปตามปกติ วิธีนี้จะช่วยทำให้สีของลิปสติกติดทนนานขึ้น และเรียบเนียนไม่จับตัวเป็นก้อนที่ร่องปากอีก

เทคนิคน่ารู้ เพื่อแก้ไขปัญหาคราบลิปบนริมฝีปาก

งานนี้สาวขนตาสั้นคงได้ร้องเฮกันแล้วล่ะ เพราะเรากำลังจะนำทริคแจ่มว้าวที่จะช่วยเนรมิตขนตายาวงอนเด้งให้กับคุณ ง่ายๆ แค่ใช้แป้งเด็กทาบริเวณขนตาตั้งแต่โคนจรดปลาย จากนั้นค่อยปัดมาสคาร่าตามปกติ เสร็จปุ๊บขนตาก็จะดูยาวขึ้นและงอนเด้งสวยจนต้องร้องว้าวเลยล่ะ ถ้าไม่เชื่องั้นลองดูเลย!

อยากมีขนตายาวสวย แป้งเด็กช่วยได้ ลองดูสิคะ

คนทั่วไปมักคิดว่าเบบี้ออย์มีไว้เพื่อบำรุงผิวกาย แต่จริงๆ แล้วมันยงสามารถนำไปใช้เพื่อบำรุงผิวที่บอบบางใต้ดวงตาได้อีกด้วย เพียงแค่ใช้เบบี้ออยล์หยดลงปลายนิ้วบางๆ ก่อนนวดที่ใต้ดวงตาประมาณ 1-2 นาที จากนั้นจึงเอาทิชชู่หรือสำลีซับส่วนที่เลอะเกินออกมา ทำให้สม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน ริ้วรอยใต้ดวงตาจะค่อยๆ หายไป และส่วนที่เคยหมองคล้ำก็จะกลับมาขาวกระจ่างใสได้อีกครั้ง

บำรุงผิวใต้ดวงตาด้วยเบบี้ออยล์

ไม่ว่าใครต่างก็มีผิวที่นุ่มลื่นชุ่มชื้นด้วยกันทั้งนั้น งั้นในวันนี้เรามาสร้างผิวสวยไปพร้อมๆ กันด้วยสูตรดีๆ จากว่านหางจระเข้กันเถอะ เริ่มด้วยการปอกเปลือกว่านหางจระเข้ออกและล้างยางให้สะอาด จากนั้นจึงหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาปั่นรวมกับแตงกวาหั้นชิ้นจนละเอียด เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็นำมามาส์กพอกบนใบหน้าได้เลย มาส์กเสร็จให้พักไว้ 20-30 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำผิวจะเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

ผิวนุ่มชุ่มชื้นด้วยสิ่งนี้

เคยไหม? ตัดผมเสร็จแล้วรู้สึกไม่ได้ดั่งใจ ผมสั้นกว่าที่ตั้งใจไว้ แต่ตัดไปแล้วจะทำอะไรได้ ถ้าไม่อยากนั่งกลุ้มใจไปอีกนาน ลองมาใช้ทริคนี้เพื่อเร่งบำรุงผมให้ยาวเร็วขึ้นกันเถอะค่ะ เพียงแค่เป่าผมด้วยลมเย็นแทนที่จะเป็นลมร้อนหลังสระเสร็จทุกครั้ง เส้นผมก็จะยาวได้รวดเร็วขึ้นแล้วล่ะค่ะ ไม่เชื่อก็ลองกันดูสิคะ

อยากเร่งผมยาว ทำเลย ทริคเดียวเอาอยู่!

การจะมีผิวใสในวันนี้จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแค่คุณเลือกใช้น้ำมะนาวและกล้วยมาเป็นตัวช่วยบำรุงผิวหน้าก็ใช้ได้แล้ว สำหรับวิธีทำก็ง่ายๆ ค่ะ เริ่มด้วยการนำกล้วยหอมมาบดละเอียดแล้วตักขึ้น 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นให้นำไปผสมกับน้ำมะนาวประมาณ 3-4 หยด เมื่อผสมจนเข้ากันดีแล้วให้นำมาพอกบนใบหน้า 20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำ อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง แล้วผิวหน้าที่เคยหมองจะค่อยๆ กลับมาสดใสขึ้นอีกครั้ง

เผยผิวใสได้ง่ายๆ ด้วยมะนาวกับกล้วย

นอกจากเรื่องของผิวสวยแล้ว สิ่งหนึ่งที่คุณอาจมีโอกาสได้ประสบพบเจอก็คือ ภาวะหน้าบวม หรือการบวมน้ำนั่นเอง แต่รู้ไหมว่าเราสามารถลดภาวะหน้าบวมได้ด้วยตัวเองเพียงแค่ใช้ทริคง่ายๆ ดังนี้ – นอนให้ถูกท่าทาง : หากคุณเป็นคนชอบนอนคว่ำหรือนอนหมอนสูงล่ะก็ ขอให้ปรบเปลี่ยนดู เพราะการนอนหมอนสูงเกินไปจะทำให้การไหลเวียนโลหิตทำได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร ส่วนการนอนคว่ำจะทำให้ความชื้นมากองรวมอยู่ที่ใบหน้า ส่งผลให้เกิดอาการบวมที่ใบหน้าได้ง่าย – ประคบแก้มด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น : เทคนิคนี้สามารถช่วยกระตุ้นการสลายไขมันก้อนใหญ่บนใบหน้าได้ดี คล้ายๆ การอบไอน้ำ ง่ายๆ เพียงแค่นำผ้าขนหนูไปชุบน้ำอุ่นบีบให้หมาดแล้วนำมาประคบที่แก้ม 2 ข้าง ครั้งละ 15 นาที ทำเป็นประจำแก้มจำค่อยๆ ลดลงเอง

เทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณไม่เกิดภาวะหน้าบวม

อาการปวดหลังนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดกบผู้สูงอายุเพียงกลุ่มเดียว หากแต่ในปัจจุบันคนหนุ่มสาวเองก็เริ่มพบเจอปัญหานี้กันมากขึ้นเช่นกัน เหตุที่เป็นแบบนั้นเพราะการทำพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้ยังไงล่ะ – ยืนทิ้งน้ำหนักข้างเดียว : นี่เป็นสิ่งที่คนเรามักเผลอทำไปโดยไม่รู้ตัว การยืนแบบทิ้งน้ำหนักไว้ที่ขาข้างใดข้างหนึ่งนั้นนอกจากจะทำให้รู้สึกปวดขาข้างเดียวแล้ว มันยังมีอาการปวดหลังตามมาอีกด้วยเพราะร่างกายเสียสมดุลนั่นเอง – นั่งไขว่ห้าง : จะทำให้เกิดการกดทับของขาข้างใดข้างหนึ่งเป็นเวลานานเกินไปจนลุกลามไปถึงกระดูกสันหลังและบริเวณอุ้งเชิงกราน – สะพายกระเป๋าใบใหญ่หรือหนักเป็นประจำ : ทำให้ไหล่ต้องทำงานหนกก เพราะต้องคอยประคองรับน้ำหนักของกระเป๋า นั่นทำให้เกิดอาการปวดไหล่ แถมการทำเช่นนั้นยังทำให้ร่างกายต้องเอียงไปด้านตรงข้ามเพื่อรักษาสมดุลอีก ปล่อยทิ้งไว้นานกล้ามเนื้อจะทำงานหนักจนส่งผลให้ปวดหลังในที่สุด ได้รู้แบบนี้แล้วก็คอยระวังพฤติกรรมของตัวเองกันด้วยนะคะ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวต้องไปคอยรักษาอาการปวดหลังกันอีกยาวเลยล่ะ

3 พฤติกรรมทำปวดหลัง เลี่ยงได้ควรเลี่ยง!

อากาศร้อนจัดซะขนาดนี้ นอกจากจะทำให้เกิดปัญหาของกินเสียง่ายแล้ว การทานอาหารบางชนิดยังส่งผลร้ายต่อสุขภาพของผู้ทานอีกด้วย ในวันนี้มาดูกันเถอะว่าอะไรบ้างที่เราไม่ควรทานในช่วงหน้าร้อน 1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : เพราะเป็นเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วจนร่างกายรู้สึกร้อน หากดื่มหนักๆ ในช่วงอากาศร้อนระอุอาจทำให้เสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ 2. ของทอดของมัน : เพราะจะยิ่งเป็นการทำให้ร่างกายได้รับพลังงานที่สูงเกินความจำเป็นจึงเกิดสภาวะร้อนในหรือเจ็บคอได้ง่ายกว่า 3. เนื้อแดง : ถือเป็นตัวเพิ่มพลังงานที่สูงลิบเช่นกัน โดยเฉพาะใครที่เลือกทานแบบปิ้งย่างยิ่งต้องระวังไว้ เพราะการได้รบพลังงานมากเกินไป จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนได้นั่นเอง 4. ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง : ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน ลำไย หรือขนุน เพราะนอกจากจะทำให้เกิดอาการร้อนในแล้ว ยังทำให้มีอาการปวดศีรษะ แน่นท้องจุกเสียด ครั่นเนื้อครั่นตัว หรือตาแดงได้ 5. หอมและกระเทียม : เนื่องด้วย 2 เมนูนี้มีกำมะถันแบบเดียวกับที่พบในทุเรียน การทานมากๆ ในหน้าร้อนจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่งเช่นกัน

ไม่อยากลำบาก หน้าร้อนอย่าทาน 5 เมนูนี้

เรื่องของผิว ใครๆ ก็อยากดูสวยใส อ่อนกว่าวัยด้วยกันทั้งนั้น แต่รู้หรือไม่ว่าการบำรุงที่จัดหนักมากเกินความจำเป็นแทนที่จะส่งผลดีจะกลายเป็นผลเสียแทน เพราะการประโคมสารพัดครีมบำรุงผิวเยอะแยะไปหมดนั้นอาจเสี่ยงต่อการระคายเคืองในภายหลัง ซึ่งหลังจากนั้นปัญหาผิวต่างๆ ก็จะตามมา โดยเฉพาะเรื่องผิวบอบบางจนทนต่อสภาพแวดล้อมได้น้อยลงแถมยังซ่อมแซมตัวเองได้ช้าจนเกิดเป็นริ้วรอยก่อนวัยซะอีกก ดังนั้นบำรุงให้พอเหมาะพอควรเถอะค่ะ เน้นแบบที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณก็พอแล้ว

อยากมีผิวสวย บำรุงแค่พอดีก็เพียงพอ

การจะมีผิวสวยใส นุ่มชุ่มชื้นจะไม่ใช่เรื่องสำหรับคุณอีกต่อไป เพียงแค่เริ่มต้นดูแลผิวด้วยสูตรดีๆ จากมะขามเปียกเป็นประจำค่ะ เริ่มด้วยการนำมะขามเปียก 1 กำไปละลายให้ออกมาข้น ก่อนเติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และขมิ้นผง 1 ช้อนชาลงไปผสมจนได้เป็นเนื้อเดียวกันจากนั้นจึงนำมาขัดให้ทั่วตัว เน้นย้ำตรงจุดที่หยาบกร้านเป็นพิเศษ หลังจากขัดสักพักให้พอกทิ้งไว้ 15-20 นาที ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำสะอาด เท่านี้ก็เรียบร้อย

พอกผิวกายให้ขาวนุ่มชุ่มชื้นด้วยสูตรจากมะขามเปียก

สาวๆ ผมแห้งคงได้ปวดหัวกันไม่น้อยกับปัญหาผมเสีย จัดทรงไม่อยู่ ลามไปถึงปัญหาผมร่วงกันเลยทีเดียว แค่นึกก็เซ็งแล้ว งั้นวันนี้กลับมาบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงกันดีกว่า ด้วยสูตรดีๆ จากน้ำกะทิที่เรานำมาฝากกันค่ะ โดยสิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมคือ หัวกะทิ 2 ถ้วย และน้ำมะนาว 1 ลูก เมื่อเตรียมพร้อมแล้วเราก็มาทำกันเลย! ให้นำหัวกะทิไปผสมกับน้ำมะนาวจนเข้ากันได้ดี จากนั้นให้นำไปแช่ในช่องแข็งของตู้เย็น พักไว้ 2 ชั่วหรือจนเห็นส่วนผสมแยกออกเป็น 2 ชั้น คือชั้นครีมและชั้นใส ให้ตักเอาเฉพาะชั้นครีมออกมาชโลมให้ทั่วเส้นผม หมักทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมงแล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง แล้วผมของคุณก็จะกลับมาเงางาม นุ่มและมีน้ำหนักมากขึ้น

เติมอาหารให้เส้นผมด้วยน้ำกะทิ

ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับสาวๆ ผมยาวอยู่บ่อยครั้งคือการที่มีผมลีบแบน จนดูมันเยิ้มไม่น่ามอง ลองมาสำรวจตัวเองกนสักนิดสิว่า คุณเป็นพวกชอบหวีผมบ่อยเกินความจำเป็นหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ขอให้รู้ไว้เลยว่านี่แหละคือสาเหตุ เพราะการหวีผมจะเป็นการไปกระตุ้นให้หนังศีรษะผลิตเอาน้ำมันออกมาเป็นจำนวนมากนั่นเอง ทั้งนี้การจับเส้นผมบ่อยๆ ก็มีผลด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นหากไม่อยากมีผมมันเยิ้มตลอดทั้งวันแล้วล่ะก็ พยายามอย่าจับผมหรือหวีผมตัวเองให้ถี่เกินไปล่ะ

ผมลีบแบนเพราะทำแบบนี้!

การจะเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจได้นั้น สิ่งหนึ่งที่คุณขาดไม่ได้เลยคือเรื่องของบุคลิกภาพ ในวันนี้เราเลยจะมาทำการแนะนำ 4 ข้อช่วยเสริมบุคลิกให้น่ามองกันค่ะ 1. การเดินตัวตรง ด้วยการยืดหลังขึ้น ไม่ห่อไหล่จะช่วยให้คุณดูมีความมั่นใจ แถมยังทำให้ดูตัวสูงขึ้นอีก 2. วิธีนั่งที่ช่วยเสริมบุคลิกได้ดีคือการนั่งหลังตรง ไหล่ตรง และให้เต็มเก้าอี้ แล้วคุณจะดูสมาร์ทขึ้นเยอะเลย 3. ส่งสายตา Eye Contact เวลาพูดคุย อย่าลืมแสดงความเป็นมิตรและจริงใจอยู่เสมอด้วยล่ะ 4. เป็นตัวของตัวเองเข้าไว้ ไม่ใช่ปรบเปลี่ยนเพื่อให้คนอื่นชอบ เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าคุณนั่นแหละที่จะรู้สึกอึดอัดเอง

4 ข้อเสริมสร้างบุคลิกที่ควรลอง

ด้วยไลฟ์สไตล์ต่างๆ ในยุคปัจจุบนทำให้ผู้คนตื่นสายกันมากกขึ้น ซึ่งนั่นไม่ดีเลยนะรู้ไหม เพราะการตื่นสายจะทำให้คุณรู้สึกไม่สดชื่น แถมยังชวนให้ง่วงซึมจนเสียบุคลิกไปทั้งวันอีก มาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตด้วยการตื่นให้เช้าขึ้นกันดีกว่า ทีนี้หลายคนจะเริ่มบ่นว่า แล้วจะทำยังไงเพื่อให้ตื่นเช้าขึ้นมาได้อย่างรู้สึกสดใสล่ะ มาดูเทคนิคที่เรานำมาฝากกันเถอะ – นอนให้ไวขึ้น : เป็นเรื่องที่ง่ายสุดที่ใครก็ทำได้ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนเวลานอนเสียใหม่ให้ไวขึ้นเพื่อให้ระยะเวลาการนอนเป็นไปอย่างพอเหมาะ 8 ชั่วโมงกำลังดี เมื่อได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว ตื่นเช้ามาคุณก็จะรู้สึกสดใสมากขึ้น – วางนาฬิกาปลุกไว้ไกลมือ : ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาปลุกหรือโทรศัพท์มือถือที่ตั้งค่าปลุกไว้ก็ตาม ให้นำไปวางไว้ไกลมือซะหน่อย เพื่อที่จะเป็นการบังคับให้คุณลุกขึ้นเดินไปปิดเสียงปลุก ปิดเสร็จก็ตื่นได้พอดีค่า – แง้มม่านทิ้งไว้ : เพื่อรอรับแสงอรุณในยามเช้า แสงแดดที่ส่องเข้ามาจะเป็นตัวช่วยปรับสภาพสายตาให้ปลุกตัวเองตื่นขึ้นจากความง่วงได้ดี แถมพอตื่นแล้วยังรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นอีกด้วย

อยากตื่นเช้าได้อย่างสดใสต้องทำไง?

หลายคนอาจจะสงสัยกันว่า น้ำเปล่านั้นสามารถช่วยรักษาโรคต่างๆ ได้จริงน่ะเหรอ งานเรานี้บอกเลยว่าจริง มาค่ะ เดี๋ยวเราจะพาไปดูว่ามีโรคอะไรบ้างที่สามารถรักษาได้ด้วยการดื่มน้ำเปล่า 1. ท้องผูก : อาการที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่เป็นขึ้นมาเมื่อไร อึดอัด ทรมานใจไม่น้อยอย่างแน่นอน อาหารนี้แก้ได้ไม่ยากเลย แค่หันมาดื่มน้ำอุ่นในตอนเช้าทุกวัน ตอนตื่นนอน อาจจะฝากมะนาวบางๆ ใส่ลงในแก้วสักชิ้นด้วยก็ได้ จากนั้นเมื่อทานอาหารเสร็จให้ดื่มน้ำตามไปอีกแก้วด้วย แล้วรับรองว่าอาการท้องผูกจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง 2. ไมเกรน : ไมเกรนถือเป็นโรคประจำตัวที่เมื่อเป็นแล้วจะค่อนข้างทรมานทีเดียว ทีนี้ใครไม่อยากปวดไมเกรนบ่อยๆ ลองจิบน้ำเปล่าไปเรื่อยๆ ระหว่างวันกันดูสิ อาการปวดหัวที่เป็นอยู่ประจำจะลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเลย 3. ความดันโลหิตสูง : เพราะการดื่มน้ำน้อยเกินไปจะทำให้เลือดของคุณข้น ซึ่งนั่นจะส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตร่างกายทำงานหนักเกินไป จนก่อให้เกิดปัญหาความดันขึ้นสูง เพื่อรักษาโรคนี้ให้ดีขึ้น สิ่งที่ต้องหมั่นทำคือการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันค่ะ

3 โรคแก้ได้ด้วยน้ำเปล่า

ยังมีคนอีกจำนวนมากที่เข้าใจผิดว่าการเป็นโรคไตนั้นมีสาเหตุมาจากการทานอาหารรสเค็มจัดจนเกินไป แต่รู้ไหมว่าในความเป็นจริงแล้ว ถึงคุณจะไม่ทานอาหารรสเค็มก็ยังมีโอกาสเป็นโรคไตได้เช่นกัน หากยังมีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ 1. ไม่ค่อยออกกำลังกาย : ฟังดูไม่น่าเชื่อแต่นี่แหละคือเรื่องจริง แถมนอกจากจะเป็นไตแล้ว การที่คุณไม่ออกกำลังกายเลยหรือออกน้อยมากๆ ยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายอื่นๆตามมาได้อีกด้วย 2. ทานอาหารรสจัด : ไม่ว่าจะเปรี้ยว หวาน หรือเผ็ดก็มีผลต่อการเป็นโรคไตทั้งนั้น 3. เครียดจัด : เมื่อไรที่คุณเกิดอาการเครียดหนักๆ เข้า ระบบทางเดินหายใจจะเริ่มทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ และส่งผลให้เกิดปัญหากับไตของคุณตามมา 4. ดื่มทานอาหารสำเร็จรูปเยอะเกินไป : เพราะอาหารเหล่านี้มัดจัดหนักด้วยโซเดียมซึ่งเป็นตัวการร้ายที่ก่อให้เกิดโรคไตนั่นเอง

ไม่ทานเค็มก็เป็นโรคไตได้ หากทำพฤติกรรมเหล่านี้

ปัญหาผมร่วงเป็นอะไรที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศและทุกวัย ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่ดูแล อาจต้องมานั่งเสียใจกันภายหลังก็เป็นได้ ดังนั้นหากแก้ปัญหาผมร่วงได้ก็ควรรีบทำเข้าตั้งแต่วันนี้ ด้วยสูตรดีๆ ที่เราอยากนำเสนอกันค่ะ เพียงแค่นำน้ำผึ้งแท้ไปผสมกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1 : 2 คนจนเข้ากันดี จากนั้นให้นำมาหมักผมทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วจึงสระผมตามปกติ หมั่นทำให้เป็นประจำ แล้วคุณจะพบเลยว่า ปัญหาผมร่วงที่มีจะค่อยๆ ลดน้อยลงไป

ผมร่วงน้อยลงแน่ เมื่อใช้สิ่งนี้

เข้าสู่หน้าร้อนกันอย่างเต็มรูปแบบแล้วนะคะ หากพูดถึงผลไม้หน้าร้อนหลายคนมักคิดถึง แตงโม เป็นหลัก เพราะถือเป็นผลไม้ที่ทานแล้วช่วยดับกระหายได้เป็นอย่างดี แต่รู้หรือเปล่าว่าเจ้าแตงโมนี่มันมีดีมากกว่าแค่ดับกระหายคลายหิวนะคะ วันนี้เรามาดูกันเถอะว่าแตงโมมีคุณประโยชน์อะไรอีกบ้าง – แก้ปัญหาเรื่องความดันสูงได้ดีเพราะในแตงโมนั้นอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่ชื่อและซิทรูลิน ซึ่งเป็นตัวช่วยทำให้เส้นเลือดเกิดการขยายตัวขึ้น – ชะลอริ้วรอยก่อนวัยด้วยการทานส่วนแกนสีขาวของแตงโมซึ่งนั่นเป็นส่วนที่มีทั้งซิทรูลินและสารต้านออกซิเดชั่นหรือที่มักเรียกกันในชื่ออนุมูลอิสระ – คนกำลังไดเอทก็ทานได้ เพราะแม้แตงโมจะมีรสชาติที่หวานฉ่ำ แต่แคลลอรี่กลับต่ำอย่างไม่น่าเชื่อเลยเชียวล่ะ

เพราะแตงโมไม่ได้มีดีแค่ดับกระหาย

การดีท็อกซ์คือวิธีการขจัดของเสียออกจากร่างกายเพื่อให้อวัยวะกลับมาทำงานได้อย่างเป็นปกติ ซึ่งการดื่มน้ำผลไม้เองก็สามารถช่วยเรื่องการดีท็อกซ์ได้ดีเช่นกัน ทั้งนี้จะต้องดื่มให้ถูกวิธีกันด้วยล่ะ 1. ดื่มในอัตราส่วน 1 : 1 นั่นหมายถึงควรเลือกใช้น้ำผลไม้ 1 ส่วนและน้ำผัก 1 ส่วน ผสมรวมกันก่อนดื่ม 2. การดื่มเพื่อดีท็อกซืให้ใช้ระยะเวลาดื่มอยู่ที่ 10-14 วัน ไม่ควรเกินกว่านั้น 3. ให้ดื่มตอนท้องว่างเพื่อที่สารอาหารในผลไม้จะได้ย่อยง่ายขึ้น แถมยังช่วยทำให้อิ่มท้องได้ง่าย

ดื่มแบบนี้ดีท็อกซ์ได้ชัวร์!

มันต้องมีบ้างแหละปัญหาการนอนไม่หลับน่ะ แต่จะปล่อยไว้แบบนั้นมันก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายอื่นๆ ตามมาได้ งั้นมาหาทางแก้กันเถอะ ด้วยเทคนิคดีๆ ต่อไปนี้ – นอนห้องแอร์เย็นๆ : การนอนพักในห้องที่มีอุณภูมิต่ำกว่าปกติสัก 2-3 องศาจะทำให้สมองเกิดความรู้สึกเคลิบเคลิ้มและง่วงนอนมากขึ้น – นอนให้เป็นเวลา : ไม่ว่าจะเป็นวันไหนก็ควรนอนให้เป็นเวลา วันละ 8 ชั่วโมง และตื่นให้ตรงเวลาเหมือนปกติเพื่อเป็นการรีเซ็ตร่างกายในช่วงเวลาเดิมนั่นเอง

นอนไม่หลับทำไงดี?

ไม่ว่าใครต่างก็อยากมีผมที่นุ่ม เงางาม ดูมีน้ำหนักด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้าเกิดสาวๆ ยังคงทำ 3 เรื่องนี้อยู่ล่ะก็ รับรองว่าผมจะมีแต่ความลีบแบนอย่างแน่นอน ว่าแล้วก็มาดูกันว่า 3 เรื่องไม่ควรทำนั้นมีอะไรบ้าง 1. สระผมบ่อยหรือน้อยเกินไปใน 1 สัปดาห์ : เพราะการสระผมแต่ละครั้งจะทำให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้นไป และทำการผลิตน้ำมันออกมาเพื่อชดเชย แต่หากไม่สระเลย ก็จะกลายเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคไปแทนซะอีก ดังนั้นใน 1 สัปดาห์ ควรสระผม 2-3 ครั้ง ถือเป็นจำนวนที่เหมาะสมที่สุด 2. ทานไขมันเยอะไป : การทานไขมันแบบเยอะเกินความจำเป็นนั้นนอกจากเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนแล้วมันยังมีผลต่อหนังศีรษะของคุณอีก เพราะไขมันที่กินไปนั้นสุดท้ายจะถูกขับออกมาเป็นน้ำมันบนหนังศีรษะ กลายเป็นเพิ่มความมันและลีบแบนให้เส้นผมโดยไม่รู้ตัว 3. หวีผมบ่อยใช่ว่าจะดี : หลายคนเข้าใจผิดว่า ยิ่งหวีผมก็ยิ่งผงเงาสลวย แท้จริงแล้วการหวีผมบ่อยเกินไปนั้นจะเป็นการไปกระตุ้นให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันออกมาเป็นจำนวนมากแทน นอกจากนี้การใช้มือจับเส้นผมเป็นประจำก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรเช่นกัน เพราะนิ้วมือของคุณอาจมีเชื้อโรคต่างๆ สะสมอยู่ เมื่อไปจับเส้นผมเข้าบ่อยๆ จะกลายเป็นการเพิ่มสิ่งสกปรกเข้าสู่เส้นผม

ไม่อยากมีผมลีบแบน ระวัง 3 เรื่องนี้

อายุยิ่งมาก สุขภาพกระดูกและฟันก็ย่อมเสื่อสภาพลงตามกาลเวลา ดังนั้นคุณจึงควรหันมาสนใจและบำรุงสุขภาพตัวเองกันบ้าง ทีนี้เรื่องของการกินอาหารนั้นสามารถช่วยบำรุงกระดูกและฟันได้มากทีเดียวค่ะ เดี๋ยววันนี้ก็ลองมาดูกันนะว่าทานอะไรแล้วกระดูกกับฟันแข็งแรงบ้าง – ไข่แดง : ทั้งทานโดยตรงก็ดี หรือจะทานเมนูที่มีไข่แดงเป็นส่วนผสมก็ได้ อาทิ ทองหยิบ ทองหยอด สังขยา หรือแม้แต่น้ำสลัดครีม – ขนมปัง : หรือเมนูอื่นๆ ที่ทำจากยีสต์อย่างพวกซาลาเปา ทานแล้วดีต่อกระดูกแน่นอน – นม : เป็นของตายที่หลายคนรู้กันอยู่แล้วเนอะว่ามีแคลเซียมสูงขนาดไหน ทั้งนี้ควบรวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่นที่มีนมเป็นส่วนประกอบ เช่น ชีส เนยแข็ง หรือน้ำเต้าหู้ด้วย

3 เมนูทานซะ เพื่อกระดูกและฟันที่แข็งแรง

สิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าคุณจะเป็นคนผมสั้นหรือยาวก็มักจะได้เจอคือปัญหาผมแตกปลาย เพื่อแก้ไขปัญหานั้น วันนี้เราจะขอแนะนำสูตรเด็ดบอกลาเส้นผมแตกปลายกันค่ะ เริ่มต้นด้วยการนำน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะมาผสมกับน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ และน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันดี จากนั้นให้นำมาหมักผมไว้ 15 นาที แล้วจึงล้างออกให้สะอาด ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง แล้วเส้นผมที่เคยมีปัญหาจะค่อยๆ กลับมาดูสวย มีสุขภาพดีได้อีกครั้ง

บอกลาผมแตกปลายด้วยสูตรเด็ดที่คุณควรลอง

‘อ้วนเอาๆ ไม่ผอมสักที เพราะไม่มีเวลาเข้าฟิตเนส’ ประโยคนี้น่ะเก็บไว้เลย เพราะในวันนี้เราจะบอกว่า ถึงไม่ต้องเข้าฟิตเนสก็ออกกำลังกายได้นะจ๊ะ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ตื่นให้เช้าขึ้นและใช้เวลาช่วงนั้นออกกำลังกายสัก 15 นาที ช่วงระหว่างวันก็หัดขยับแข้งขาเสียบ้าง ลุกขึ้นเดินหน่อย พอตกดึก ก็พักผ่อนให้เป็นเวลา นอนยาว 8 ชั่วโมงไปเลย เพียงเท่านี้ หุ่นสุขภาพดีก็อยู่ไม่ไกลแล้วค่ะ

ออกกำลังกายง่ายๆ แบบไม่ต้องเข้าฟิตเนส

แม้จะดูแลผิวหน้าจนสวยเด่นเพียงใด แต่ถ้าผมเสีย ชีวิตก็พังอยู่ดีนะเออ ได้ยินแบบนี้แล้วก็หันมาดูแลเส้นผมกันหน่อยเร็ว ด้วยทริคง่ายๆ แค่ 2 เรื่องนี้ ก็ช่วยให้ผมมีสุขภาพดีแล้วค่ะ 1. ทำความสะอาดหวีเป็นประจำ เพราะหากไม่ทำความสะอาดหวีเสียบ้าง สิ่งสกปรกที่อุดตันในหวีจะเข้าไปเกาะกุมที่หนังศีรษะของคุณแทน 2. เล็มผมทุก 2 เดือน จะเป็นการช่วยลดปัญหาผมแห้งเสียและแตกปลายจากการตากแดดหนักมากหรือทำสีผมบ่อยเกินไปได้ดี เห็นมั๊ย ง่ายๆ แค่ 2 เรื่อง ก็ช่วยให้คุณมีผมสวย สุขภาพดีได้แล้วนะคะ

2 เรื่องทำสิเพื่อผมสุขภาพดี

จะดีแค่ไหนหากแต่งหน้าในตอนเช้าแล้วไม่ต้องเติมต่อในตอนบ่ายน่ะ วันนี้เรามีทริคดีๆ ที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องหอบหิ้วเอาสารพัดเมคอัพติดกระเป๋ามาให้หนักหน่วงล่ะ เพียงแค่ลองขัดผิวหน้าเบาๆ ดูบ้าง เพื่อทำให้ผิวหน้ากระชับ เนียนนุ่มและทำให้การแต่งหน้าใน 1 ครั้งติดทนได้ยาวไปถึงเย็นนั่นเอง ซึ่งขั้นตอนการขัดผิวนั้น เริ่มจากจัดเตรียมผ้าชุบน้ำอุ่นไว้ บิดให้หมาดๆ จากนั้นจึงค่อยๆ ถูวนเบาๆ จนทั่วใบหน้า ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวันนะคะ เพื่อผิวที่เรียบเนียนอยู่เสมอ

ทริคน่ารู้ที่ทำแล้วแต่งหน้าติดทนขึ้น

เคยไหม? รู้สึกเสียดายหลังตัดผมสั้นไปแล้ว แต่ไม่รู้จะทำยังไงให้ผมกลับมายาวได้ดังเดิม วันนี้เรามีวิธีดีๆ มานำเสนอค่ะ เพียงแค่หมั่นนวดหนังศีรษะให้สม่ำเสมอ ซึ่งสามารถทำได้ทุกครั้งที่สระผม โดยใช้นิ้วมือนวดวนเบาๆ ให้ทั่วหนังศีรษะเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต อีกทั้งยังเป็นการเติมสารอาหารให้กับเส้นผมได้อย่างทั่วถึง การทำเช่นนั้นจะทำให้เส้นผมได้รับการบำรุงและเจริญเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้แปรงหวีผมโดยให้น้ำหนักของหวีกระทบโดนโคนผมเบาๆ เพื่อช่วยกระตุ้นหนังศีรษะซึ่งถือเป็นการนวดอีกทางหนึ่งด้วย

อยากเร่งผมยาว อย่าลืมทำแบบนี้

เคยสงสัยไหมว่า ทั้งที่สภาพอากาศก็ไม่ได้แห้งหรือหนาวเย็น แต่ทำไมริมฝีปากถึงแห้งแตกเป็นขุยบ่อยเหลือเกิน เหตุที่เป็นแบบนี้ ส่วนหนึ่งอาจเกิดขึ้นจากการที่คุณทาลิปสติกบ่อยในขณะที่ตอนทำความสะอาดกลับล้างคราบลิปออกได้ไม่เกลี้ยงนั่นเอง เพราะคราบลิปสติกเหล่านั้นจะเป็นตัวไปดูดเอาความชื้นออกจากผิวบริเวณริมฝีปากได้ ดังนั้นครั้งต่อไปอย่าลืมตรวจเช็คดูด้วยว่าได้ทำความสะอาดริมฝีปากได้อย่างหมดจดแล้วรึยังค่ะ

ทาลิปบ่อยไป ระวังปากแห้ง!

น้ำมันมะพร้าวถือเป็นไอเทมที่คู่ควรกับสาวๆ ซะจริง เพราะนอกจากมันจะสามารถช่วยในเรื่องการบำรุงผิวได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังสามารถนำมาใช้เพื่อล้างเครื่องสำอางได้อีก และอีกหนึ่งสิ่งที่หากสาวๆ ได้รู้แล้วจะกรี๊ดก็คือ น้ำมันมะพร้าวสามารถช่วยเติมความแข็งแรงให้กับขนตาได้ดี แถมยังเป็นตัวเร่งกระตุ้นให้ขนตายาวและหนางอนได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย ซึ่งวิธีการใช้นั้นก็ง่ายๆ แค่นำคัตเติ้ลบัตมาจุ่มน้ำมันมะพร้าวแล้วค่อยๆ ทาลูบที่ขนตาตั้งแต่โคนขึ้นมาก่อนเข้านอนทุกวัน ไม่เกิน 2 อาทิตย์คุณจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน

น้ำมันมะพร้าว ไอเทมเด็ดเพื่อขนตางอนยาว

สาวๆ ปากคล้ำต้องรีบมาดู สูตรลับเฉพาะริมฝีปากสีชมพูนุ่มน่าจุ๊บที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ไม่ยากเลยค่ะ แค่นำน้ำมันมะกอกมาผสมกับน้ำตาลโดยคนสักนิด อย่าให้น้ำตาลละลายจนหมดล่ะ จากนั้นให้นำไปเเช่ตู้เย็นไว้เลย จนเย็นสะใจแล้วค่อยตักออกมาขัดถูเบาๆ ที่ริมฝีปากสัก 1-2 นาที จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำ อาทิตย์ละ 1-2 ครั้งก็เป็นอันใช้ได้แล้วค่ะ

สูตรลับสครับปาก สร้างริมฝีปากสีชมพูนุ่มน่าจุ๊บ

แม้ลิปบาล์มจะเป็นไอเทมที่ใช้เติมความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากของคุณได้เป็นอย่างดีก็ตาม แต่รู้ไหมว่า มันนำมาใช้กับคิ้วได้ด้วย โดยตัวลิปบาล์มนั้นสามารถนำมาปัดคิ้วให้ดูเป็นทรงสวยอย่างง่ายๆ เพียงแค่ทาลงบนคิ้วก่อนแล้วจึงใช้ที่ปัดคิ้วตาม เท่านี้คิ้วของสาวๆ ก็จะเป็นทรง ไม่รกรุงรังแล้วล่ะค่ะ

คิ้วรกไม่เป็นทรง ลองใช้ลิปบาล์มช่วยดูสิ

อย่ามัวแต่บำรุงใบหน้าจนลืมใส่ใจเส้นผมของตัวเองกันล่ะ ยิ่งถ้าช่วงนี้่ผมของสาวๆ แห้งกร้านหรือหยาบฟูแล้วล่ะก็ ยิ่งต้องหันมาจัดการตัวเองกันด่วนเลยค่ะ! ถ้ายังไงในวันนี้มาทำความรู้จักกับสูตรฟื้นฟูและบำรุงเส้นผมนี้กันดีกว่า เริ่มด้วยการนำมะม่วงสุกบด 2 ช้อนโต๊ะไปผสมกับไข่แดง 1 ฟองและโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ จนเนียนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วค่อยนำมาหมักจนทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ 30-45 นาทีแล้วจึงล้างออก ทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง แล้วเส้นผมที่เคยเสียก็จะกลับมานุ่มสลวยเงางามได้อีกครั้ง

ผมสวยนุ่มลื่นด้วยมะม่วง

เบื่อมั๊ย? กับปัญหาส้นเท้าแตกที่ทำให้คุณรำคาญใจทุกครั้งเวลานอน ลองมาแก้ปัญหาด้วยการเติมความชุ่มชื้นให้กับเท้าของคุณด้วยอะโวคาโดและกล้วยดูสิ ง่ายๆ เลยเพียงแค่นำ 2 สิ่งนี้ไปปั่นจนละเอียดออกมาเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นจึงนำมาทาที่ส้นเท้า พอกทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออก ทำอยู่เป็นประจำ ส้นเท้าที่เคยแห้งแตกจะค่อยๆ กลับมานุ่มขึ้นอีกครั้ง

บำรุงเท้าด้วยอะโวคาโดและกล้วย